วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'คลัง-สำนักงบ-พลังงาน' ห่วง กฟผ. ลุยโรงไฟฟ้าบ้านจันเดย์

เผย "คลัง-สำนักงบ-พลังงาน" ห่วง กฟผ. เดินหน้าโรงไฟฟ้าบ้านจันเดย์ แนะทำความเข้าใจปชช.แม้โครงการไม่ต้องทำอีไอเอ

รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันอังคารที่ 26 ม.ค. เปิดเผยว่า จากกรณีที่ที่ประชุมครม.เห็นชอบให้ดำเนินโครงการไฟฟ้าพลังน้ำบ้านจันเดย์ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี วงเงิน 3,542 ล้านบาท ตามที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เสนอนั้น มีรายละเอียดเพิ่มเติมที่น่าสนใจ โดยในที่ประชุมกระทรวงพลังงานได้รายงานต่อที่ประชุมครม.ว่า โครงการไฟฟ้าพลังน้ำบ้านจันเดย์ ได้เปลี่ยนชื่อมาจาก โครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขาแหลมตอนล่าง เพื่อให้เหมาะกับสถานที่ตั้ง โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อใช้น้ำที่ระบายจากเขื่อนวชิราลงกรณ์ลงแม่น้ำแควน้อยมาผลิตกระแสไฟฟ้าและก่อสร้างโรงไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาด ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2555-2573 หรือ PDP 2010 ฉบับปรับปรุงครั้งที่3 ซึ่งต่อมากระทรวงพลังงาน ได้ปรับปรุงแผนเป็น PDP 2015 พ.ศ. 2558-2579

โดยโครงการดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากท้ายเขื่อนวชิราลงกรณ์เป็นระยะทางตามลำน้ำประมาณ 22.5 กิโลเมตร ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี อยู่เหนือบ้านจันเดย์ประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งเขื่อนจันเดย์เป็นเขื่อนหินถมแกนดินทึบน้ำ สูง 20 เมตร สันเขื่อนยาว 110 เมตร กว้าง 10 เมตร โรงไฟฟ้ามีขนาดกำลังผลิตติดตั้ง 2 x 9 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าเฉลี่ย 90.36 ล้านหน่วยต่อปี โดยมีวงเงินของโครงการทั้งสิ้น 3,552 ล้านบาท คือเป็นเงินตราต่างประเทศ 978 ล้านบาท และเงินบาท 2,564 ล้านบาท โดยกฟผ.จะพิจารณาฐานะการเงิน สภาวะตลาดเงินทุน วิธีการกู้เงินและเงื่อนไขที่เหมาะสมเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด พิจารณาแหล่งเงินทุนจากเงินรายได้ของกฟผ. และจากการออกพันธบัตรหรือการกู้เงินจากสถาบันการเงินตามความเหมาะสม โดยคิดเป็นเงินรายได้ของกฟผ. ร้อยละ 25 และจากการกู้ยืมร้อยละ 35 โดยมีระยะเวลาในการดำเนินการ เริ่มก่อสร้างมกราคม 2559 ถึง พฤศจิกายน 2562 รวมระยะเวลา 47 เดือน และมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเดือนธันวาคม 2562

ส่วนผลตอบแทนการลงทุนของโครงการนั้น กระทรวงพลังงานรายงานว่า อัตราผลตอบแทนด้านเศรษฐศาสตร์ร้อยละ 10.60 อัตราผลตอบแทนด้านการเงินร้อยละ 7.80 และมูลค่าปัจจุบันสุทธิ(NPV) 329 ล้านบาท ทั้งนี้ในส่วนของประชาชนได้รับประโยชน์ในการใช้น้ำจากแม่น้ำแควน้อยมากขึ้น ลดการพังทลายของตลิ่งโดยเฉพาะด้านเหนือน้ำ ชุมชนได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาด้านต่างๆจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำบ้านจันเดย์ และนอกจากนี้โรงไฟฟ้าดังกล่าวสามารถผลิตไฟฟ้าเข้าระบบได้ปีละประมาณ 90 ล้านหน่วย ลดปริมาณเชื้อเพลิงนำเข้า LNG ประมาณปีละ 688,500 ล้านบีทียู หรือประมาณ 370 ล้านบาท ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณปีละ 48,794 ตัน และสอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด รวมทั้งส่งเสริมให้ใช้ทรัพยากรในประเทศสูงถึงร้อยละ 70

สำหรับผลกระทบของโครงการ กระทรวงพลังงานรายงานว่า เป็นโครงการที่ช่วยรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีเนื่องจากพื้นที่บางแห่งมีลักษณะเป็นพื้นที่ปิด พื้นที่ภูเขา พื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่ป่าล้อมรอบเกือบทุกทิศ ตลอดจนมีพื้นที่ชายแดนติดกับพม่า ส่งผลให้มีแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่เหมาะสมเพียงแห่งเดียว คือ โรงไฟฟ้าเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทั้งนี้หากส่งไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเขื่อนศรีนครินทร์มายังสถานีไฟฟ้าวชิราลงกรณ์จะทำให้พลังงานบางส่วนสูญเสียในระบบไฟฟ้าเขื่อนวชิราลงกรณ์ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ อ.สังขละบุรี 

และอ.ทองผาภูมิ จะประสบปัญหาไฟฟ้าดับ ดังนั้นการดำเนินโครงการดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มแหล่งผลิตไฟฟ้าอีกแหล่ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ดังกล่าวด้วย

อย่างไรก็ตามในการรายงานของกระทรวงพลังงาน มีความเห็นของหน่วยงานต่างๆต่อโครงการดังกล่าว อาทิ กระทรวงการคลัง มีข้อสังเกตเพิ่มเติมโดยระบุว่า อัตราตอบแทนทางการเงิน(FIRR) ที่ระดับร้อยละ 7.80 เป็นอัตราผลตอบแทนที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับมาตรฐานของโครงการลงทุนในสาขาไฟฟ้าและพลังงาน ดังนั้นจึงเห็นควรให้กฟผ.พิจารณาทบทวนขอบเขตการดำเนินโครงการและกรอบวงเงินลงทุนให้เหมาะสม เพื่อบริหารต้นทุนของโครงการให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพื่อให้การลงทุนมีความคุ้มค่าในด้านการเงินเพิ่มขึ้น สำหรับแหล่งเงินลงทุนเห็นควรให้กฟผ.พิจารณาใช้เงินรายได้(Internal cash flow) เป็นอันดับแรกก่อนการกู้เงิน เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินโครงการ โดยกระทรวงการคลังเห็นควรไม่ค้ำประกันเงินกู้ดังกล่าวเนื่องจากเป็นโครงการที่มีความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์

และนอกจากนี้กระทรวงการคลัง ยังเสนอว่า กฟผ.ควรทำความเข้าใจกับประชาชน มีมาตรการในการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมการจนถึงการดำเนินการโรงไฟฟ้า พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการติดตามตรวจสอบผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสังคมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประเมินผลการดำเนินการของมาตรการป้องกันและแก้ไขที่เกี่ยวข้อง และเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกระบวนการติดตามผลการดำเนินงานด้วย เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและเชื่อมั่นมากขึ้น รวมทั้งควรใช้ประโยชน์จากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำให้คุ้มค่า โดยมุ่งประโยชน์ให้เกิดกับชุมชนและประชาชนเป็นหลัก

ขณะที่สำนักงบประมาณ มีข้อเสนอว่า เนื่องจากเป็นโครงการที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจึงเห็นควรให้กฟผ.พิจารณาดำเนินการดังนี้ว่า เนื่องจากโครงการมีค่าใช้จ่ายเพื่อจัดหาอุปกรณ์จากต่างประเทศ จึงควรพิจารณาเรื่องคุณภาพและมาตรฐานของอุปกรณ์ตามมาตรฐานสากล รวมทั้งผู้เสนอราคา อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างค่าเงินบาทกับเงินสกุลต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมต่างๆประกอบการจัดหาด้วย เพื่อให้ได้เงินต้นทุนที่เหมาะสมและได้คุณภาพของอุปกรณ์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อโครงการและความคุ้มค่าในการลงทุนต่อไป และควรมีการกำกับดูแลให้การลงทุนเป็นไปตามที่รับอนุมัติไว้อย่างเคร่งครัด ให้มีการใช้จ่ายรายจ่ายลงทุนในทิศทางที่สอดคล้องกับการดำเนินงานของรัฐบาล รวมทั้งการดำเนินการในขั้นตอนต่างๆต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามขั้นตอนให้ถูกต้องครบถ้วนด้วย เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เรียบร้อยและแล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด

ด้านกระทรวงพลังงาน รายงานว่า กฟผ. ได้จัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)เสนอให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) เพื่อเสนอคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(คชก.)แล้ว โดยสผ.แจ้งว่าโครงการดังกล่าวไม่เข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการไม่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ออกตามมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงานขอให้กฟผ.รับความเห็นของคชก. ที่เห็นควรเพิ่มข้อมูลผลกระทบจากความเร็วน้ำที่ปล่อยลงด้านท้ายน้ำและการระบุชื่อหรือประเภทของสิ่งก่อสร้างจากการกัดเซาะและตกตะกอนให้ชัดเจนไปดำเนินการ เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศของพื้นที่ชุ่มน้ำน้อยที่สุด รวมทั้ง ให้กฟผ. ประชาสัมพันธ์ ชี้แจง ทำความเข้าใจกับชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น เนื่องจากประชาชนอาจมีความกังวลในประเด็นต่างๆ เช่น การสะสมของปริมาณตะกอน การบริหารจัดการปริมาณน้ำเอ่อ การกักเก็บน้ำของโครงการฯ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตหรือการประกอบอาชีพเกษตรกรรมของชุมชน เนื่องจากตัวเขื่อนมีลักษณะเป็นฝายทดน้ำซึ่งก่อสร้างปิดกั้นลำน้อยแควน้อย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นที่ยอมรับของประชาชนและลดความวิตกกังวลต่อการดำเนินโครงการ กฟผ.จะต้องเตรียมมาตรการบรรเทาผลกระทบแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการด้วย