เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง และแบงก์ ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : แกว่งในกรอบ 1250-1280
ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มเป็นบวกขึ้นได้จากการคาดการณ์ของนักลงทุนส่วนใหญ่ว่า เฟดจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้และจะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งต่อปีเหมือนที่เคยบอกไว้เมื่อปีก่อน เพราะกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นและยุโรปจะเพิ่มนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเร็วๆนี้ จึงช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน แนะนำติดตามการประกาศงบที่ทยอยออกมา โดยเราเชื่อว่า หุ้นกลุ่มแบงก์และสื่อสารที่มีราคาถูกมากแล้วขณะนี้จะช่วยพยุงตลาดไม่ให้หลุดแนวรับ 1250 จุดและช่วยลดแรงกดดันจากกลุ่มพลังงาน และตัวเลขส่งออกล่าสุดที่ออกมาต่ำกว่าหลายฝ่ายคาด
แนวรับ/แนวต้าน : 1250/1280 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง และแบงก์ ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงกลุ่มพลังงานและสื่อสารไปก่อน
นักลงทุนระยะสั้น : KTB (19), COM7 (7)
KTB (19) แม้ earning จะโตไม่มากปีนี้ แต่ sentiment จากการประมูลโครงการรัฐจะเข้ามาช่วย นอกจากนี้การปรับปรุงระบบภายใน เช่น การลดต้นทุนและอนุมัติสินเชื่อที่ดีขึ้น ตลอดจนระบบทวงหนี้ที่ทำงานได้ดีมากขึ้น ก็ช่วยให้แบงก์ KTB มีอนาคตไกล บวกกับปันผลสูงใกล้ๆ 5.5% และปัญหาหนี้เสีย SSI ก็ผ่านไปเรียบร้อยแล้วด้วย ถือว่าน่าเก็บสะสม KTB ได้ เพื่อเล่นสั้นหรือถือยาว
COM7 (7) บริษัทคอมเซเว่นประกอบธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีโดยมีช่องทางร้านขายปลีกหลายช่องทางในศูนย์การค้าต่างๆเช่น ร้าน Banana mobile, Banana IT, Samsung shop, iBeat, U store, และ icare โดยบริษัทพึ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์มาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมของปีที่แล้ว Com7 เป็นอีกหนึ่งหุ้นพื้นฐานดีที่น่าสนใจโดยในปี 59 บริษัทน่าจะสามารถขยายสาขาได้ตามแผนคือ 20 สาขาใหม่ ทำให้รายได้โตไม่ต่ำกว่า 15% หรือมาอยู่ที่ 7 พันล้านบาท ซึ่งก็ถือว่าดีกว่าปี 58 ที่ผ่านมาที่รายได้โตเพียงเล็กน้อยและอัตรากำไรสุทธิก็จะดีขึ้นในปี 59 คืออยู่ที่ประมาณ 2% จาก 1.5% ในปี 58 เพราะจะมีการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้นประกอบกับในปี 59 นอกจากจะขยายธุรกิจค้าปลีกแล้ว ยังมีแผนทำธุรกิจใหม่ เช่น การให้บริการลูกค้าองค์กร, การขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น, และการให้บริการสมัครแพ็คเกจ 4G ของค่ายมือถือต่างๆ ส่วนในระยะยาวยังมีลุ้น story ดีๆ เช่น การขยายธุรกิจไปลงทุนที่ประเทศเวียดนามและพม่า ซึ่งได้มีการเจรจากับพันธมิตรมาสักพักแล้วและน่าจะเห็นข้อสรุปได้ชัดเจนมากขึ้นในปี 59 นี้ สำหรับเป้าหมายราคาหุ้นทาง UOBKH เราให้ไว้ที่ 7 บาท upside ประมาณ 18% จากราคาปัจจุบัน แนะนำทยอยเก็บสะสมหรือเล่นสั้นได้
นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (34)
SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้ Top pick ของเราเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC
CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ ผู้ประกอบการค้าปลีก เผยสัญญาณบวก "มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ-ความเชื่อมั่นผู้บริโภคขยับ-ราคาน้ำมันลด นักท่องเที่ยวพุ่ง" หนุนบรรยากาศจับจ่ายไตรมาสแรกคึกคัก เดินหน้าโหมอีเวนท์ โปรโมชั่น เทศกาลตรุษจีน ชูกลยุทธ์ "ส่วนลด- คุ้มค่า" ชิงกำลังซื้อคนไทยเชื้อสายจีนกว่า 20 ล้านคน คาดดันเงินสะพัดกว่า 5 หมื่นล้าน
+ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้ให้นโยบายกระทรวงไปหารือให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไป ปล่อยกู้ให้กับผู้มีรายได้น้อยซื้อที่อยู่อาศัยราคาถูก ซึ่งจะเปิดตัวโครงการประมาณเดือน มี.ค.นี้
- ส่งออกปี 2558 ติดลบ 5.78% ต่ำสุด ในรอบ 6 ปี พาณิชย์ยันเป้าปี 2559 ขยายตัว 5% ท่ามกลางปัจจัยลบเดิม เศรษฐกิจโลกไม่ฟื้น-น้ำมันขาลง ด้านนักวิเคราะห์ระบุต่ำกว่าคาดการณ์ ประเมินปีนี้ เสี่ยงสูงหดตัว ต่อเนื่อง ผลจากเศรษฐกิจจีน-ราคาน้ำมันสินค้าโภคภัณฑ์ไม่ฟื้น
- มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดัง ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือบริษัท ปตท. ส่งผลให้ต้องลดอันดับความน่าเชื่อถือ บริษัท ไทยออยล์ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล และบริษัท ไออาร์พีซี ด้วยเช่นกัน เพราะทั้ง 3 บริษัทได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,167.23 จุด พุ่งขึ้น 282.01 จุด หรือ +1.78%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (26 ม.ค.) ขานรับราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานฟื้นตัวขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัทหลายแห่ง รวมถึง 3M, พร็อคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาดูการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าเฟดจะส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่
+ ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวขึ้น 34.46 จุด หรือ 0.59% ที่ระดับ 5,911.46 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (26 ม.ค.) เนื่องจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงาน เพราะได้รับปัจจัยหนุนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน
- ดัชนีนิกเกอิดิ่งลง 402.01 จุด หรือ 2.35% ปิดที่ 16,708.90 จุด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงอย่างหนัก เนื่องจากการร่วงลงของราคาน้ำมันได้ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก
- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนมี.ค.พุ่งขึ้น 1.11 ดอลลาร์ หรือ 3.7% ปิดที่ 31.45 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% เมื่อคืนนี้ (26 ม.ค.) หลังจากมีรายงานว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกอาจจะทำข้อตกลงร่วมมือกันปรับลดกำลังการผลิต เพื่อสกัดการร่วงลงของราคาน้ำมันและเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำมันล้นตลาด







