วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งในกรอบ 1235-1265

เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง และอาหาร ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : แกว่งในกรอบ 1235-1265

ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบจำกัด ปัจจัยกดดันยังคงเป็นประเด็นการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก หลัง IMF ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกและสหรัฐลงเป็น 3.4% และ 2.6% ตามหลัก นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่อ่อนแอต่อเนื่อง มีโอกาสกดดันกลุ่มพลังงานต่อในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม อาจได้เห็น Technical Rebound บ้าง ระหว่างวัน เนื่องจากราคาหุ้นปรับลงมามากแล้ว โดยรวมจึงน่าจะเห็นตลาดไทยเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด บวกลบไม่เกิน 15 จุดในวันนี้

แนวรับ/แนวต้าน : 1230/1280 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง และอาหาร ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงกลุ่มพลังงานและสื่อสารไปก่อน

นักลงทุนระยะสั้น : BR (8), COM7 (7)

BR (8) เป็ดน้อยกำลังเติบโตเป็นเป็ดใหญ่ ด้วยการเริ่มขยายกำลังการผลิตที่จังหวัดสระแก้วในปีนี้ และการขยายธุรกิจไปยังประเทศอินโดนีเซียในไม่ช้านี้ จะช่วยขยายตลาดส่งออกของ BR อย่างชัดเจน นอกจากนี้เราคาดราคาเป็ดผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 58 และคู่แข่งจะแข่งขันในเชิงราคาน้อยลง นอกจากนี้ยังมีการเจรจากับโอปองแปงและ Mcdonalds ผลิตอาหารประเภทเป็ดใหม่ๆ gross margin สูงใกล้ๆ 30% น่าลองไปชิมดูนะครับ

COM7 (7) บริษัทคอมเซเว่นประกอบธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีโดยมีช่องทางร้านขายปลีกหลายช่องทางในศูนย์การค้าต่างๆเช่น ร้าน Banana mobile, Banana IT, Samsung shop, iBeat, U store, และ icare โดยบริษัทพึ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์มาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมของปีที่แล้ว Com7 เป็นอีกหนึ่งหุ้นพื้นฐานดีที่น่าสนใจโดยในปี 59 บริษัทน่าจะสามารถขยายสาขาได้ตามแผนคือ 20 สาขาใหม่ ทำให้รายได้โตไม่ต่ำกว่า 15% หรือมาอยู่ที่ 7 พันล้านบาท ซึ่งก็ถือว่าดีกว่าปี 58 ที่ผ่านมาที่รายได้โตเพียงเล็กน้อยและอัตรากำไรสุทธิก็จะดีขึ้นในปี 59 คืออยู่ที่ประมาณ 2% จาก 1.5% ในปี 58 เพราะจะมีการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้นประกอบกับในปี 59 นอกจากจะขยายธุรกิจค้าปลีกแล้ว ยังมีแผนทำธุรกิจใหม่ เช่น การให้บริการลูกค้าองค์กร, การขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น, และการให้บริการสมัครแพ็คเกจ 4G ของค่ายมือถือต่างๆ ส่วนในระยะยาวยังมีลุ้น story ดีๆ เช่น การขยายธุรกิจไปลงทุนที่ประเทศเวียดนามและพม่า ซึ่งได้มีการเจรจากับพันธมิตรมาสักพักแล้วและน่าจะเห็นข้อสรุปได้ชัดเจนมากขึ้นในปี 59 นี้ สำหรับเป้าหมายราคาหุ้นทาง UOBKH เราให้ไว้ที่ 7 บาท upside ประมาณ 18% จากราคาปัจจุบัน แนะนำทยอยเก็บสะสมหรือเล่นสั้นได้

นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (34)

SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้ Top pick ของเราเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC

CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ นายแบงก์มั่นใจเศรษฐกิจปีนี้ฟื้นตัวจากการลงทุนภาครัฐ มาตรการกระตุ้นชี้หากไม่เกิดจะลำบาก เนื่องจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก-จีน เสี่ยงสูง ด้าน "สแตนชาร์ต" มองเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มเข้าสู่ปลายวัฏจักรขาขึ้น หลังฟื้นตัวต่อเนื่อง 78 เดือนส่งสัญญาณโตแผ่ว มั่นใจเศรษฐกิจจีนไม่เผชิญฮาร์ดแลนดิ้ง ขณะผลสำรวจซีอีโอทั่วโลก สะท้อนความเชื่อมั่นลดลงสู่ระดับต่ำสุดรอบ 6 ปี

+ นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย เผยว่า เศรษฐกิจปีนี้น่าจะดีกว่าปีที่แล้ว ถ้าปีนี้ยังแย่คงจะตายกันหมด เพราะรัฐบาลเปิดทุกก๊อกของการ กระตุ้นเป็นการสร้างระบบเศรษฐกิจให้หมุนเวียน ถือว่ามาถูกทาง เศรษฐกิจไทยน่าจะสอบผ่านขั้นแรกโตที่ 3.5% อีก 2 ปีข้างหน้าอาจจะขยายตัว ได้ถึง 4%

+ "สมคิด" จี้ทูตพาณิชย์ดันส่งออกโต 5% วาง 3 เดือนผุดเว็บไซต์ ดึงเอสเอ็มอีลุยตลาดนอกผ่านอีคอมเมิร์ซ สั่งเพิ่มบุคลากรกระตุ้นยอดขาย พร้อมเร่งเปิดร้านชำในต่างประเทศขณะทูตจพาณิชย์จากจีนหันเจาะตลาดออนไลน์ระบุสินค้าคุณภาพยังไปได้ดีในจีน

+ กบง.ลอยตัวเอ็นจีวีแบบมีเงื่อนไขให้ ปตท.อุดหนุนส่วนต่างนาน 6 เดือน เพื่อคงราคาขายปลีกไว้ไม่เกิน 13.50 บาทต่อ กก. เผยส่งสัญญาณให้เอกชนลงทุนปั๊มเอ็นจีวีแข่งกับ ปตท. พร้อมศึกษาการแยกกองทุนน้ำมันฯ เป็นบัญชีเพื่อดูแลเสถียรภาพราคาในระยะยาว

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 15,766.74 จุด ร่วงลง 249.28 จุด หรือ -1.56%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง 1.56% เมื่อคืนนี้ (20 ม.ค.) ท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่เป็นไปอย่างผันผวนและตื่นตระหนก เช่นเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลกที่ดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก

- ดัชนี FTSE 100 ปิดร่วงลง 203.22 จุด หรือ -3.46% สู่ระดับ 5,673.58 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (20 ม.ค.) โดยดัชนี FTSE 100 ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2555 หลังจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2546

- ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 632.18 จุด หรือ -3.71% สู่ระดับ 16,416.19 จุด ซึ่งเป็นการร่วงลงหนักสุดในปีนี้ โดยนิกเกอิดิ่งลงไปกว่า 3% ปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน เนื่องจาก

ราคาน้ำมันยังไม่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น และตลาดหุ้นจีนอ่อนแรงลงในวันนี้

+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนก.พ.ร่วงลง 1.91 ดอลลาร์ หรือ 6.7% ปิดที่ 26.55 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (20 ม.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด หลังจากสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเกินคาดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการในวันนี้