วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ICT Outlook (18 ม.ค.59)

เกิดการแข่งขันที่รุนแรงหลังจากมูลค่าใบอนุญาตสูงเกินคาด

• การประมูลคลื่นความถี่สร้างภาระค่าตัดจำหน่ายให้กับผู้ชนะการประมูล
• ความไม่เชื่อมั่นในบริษัทหลังจากการประมูลกดดันราคาหลักทรัพย์ลดลง
• การแข่งขันรุนแรงมากขึ้นจากการแย่งชิงลูกค้า 12 ล้านรายบนคลื่น 900MHz เก่าและรักษาส่วนแบ่งการตลาด
• ให้น้ำหนักการลงทุน “Neutral” สำหรับหุ้นกลุ่มสื่อสาร

ภาพรวมตลาด: การแข่งขันรุนแรงขึ้นหลังมี JAS เป็นผู้เล่นรายใหม่

ราคาหลักทรัพย์ในกลุ่มสื่อสารปรับตัวลดลงอย่างมากหลังจบการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800MHz และ 900 MHz เนื่องจากราคาประมูลสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ค่อนข้างมากทำให้ค่าตัดจำหน่ายต่อปีซึ่งเป็นรายจ่ายของผู้ชนะการประมูลมากขึ้นตามและกดดันต่อผลประกอบการ กล่าวคือผู้ที่ชนะคลื่นความถี่ 1800MHz มีภาระค่าใช้จ่ายราว 2,200 ล้านบาทต่อปีและ 5,000 ล้านบาทต่อปีสำหรับคลื่นความถี่ 900MHz นอกจากนี้ความกังวลต่างๆปะทุขึ้นหลังจากราคาการประมูลที่สูงมากแล้ว ADVANC ที่เป็นตัวเก็งผู้ชนะการประมูลคลื่น 900MHz กลับแพ้การประมูลให้กับ TRUE นอกจากนี้ DTAC ที่คาดว่าจะเป็นผู้ชนะเช่นเดียวกับ ADVANC ก็ยอมถอดใจไม่เคาะราคาต่อตั้งแต่ราคา 7 หมื่นล้านบาทส่งผลให้อุตสาหกรรมมีผู้เล่นรายใหม่เพิ่มเข้ามาในตลาดนั่นคือ JAS ซึ่งส่งผลให้ส่วนแบ่งทางการตลาดจะมีการเปลี่ยนแปลงตามผู้เล่นที่เพิ่มเข้ามาอย่างแน่นอน

3G ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในปี 59 4G เป็นเพียงแรงหนุน

ปี 59 จะเป็นปีที่ทุกค่ายผู้ให้บริการจะให้บริการ 4G ซึ่งมีความเร็วที่มากกว่า 3G แม้ว่าจะมีนโยบายควบคุมราคาแพ็คเกจ 4G ให้ไม่ให้สูงกว่า 3G เพื่อป้องกันการผลักภาระมายังผู้บริโภคจากราคาประมูลค่าใบอนุญาตแพง อย่างไรก็ตามด้วยความเร็วที่มากกว่าจะทำให้ผู้ใช้บริการใช้งานมากขึ้นซึ่งจะส่งผลให้อัตราการใช้งานข้อมูล (Data) สูงขึ้นตาม  และส่งผลให้รายของผู้ให้บริการสูงขึ้น ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยคาดว่า 3G ยังคงเป็นฐานการให้บริการหลักของทุกค่าย (ยกเว้น JAS) และ 4G เป็นตัวเสริมเท่านั้นเนื่องจากเครื่องโทรศัพท์หลายรุ่นยังไม่สามารถรองรับ 4G

สัมปทาน VS ใบอนุญาต ต่างกันที่ความเป็นเจ้าของและค่าใช้จ่าย

ความต่างระหว่างสัมปทานกับใบอนุญาตคลื่นความถี่คือความเป็นเจ้าของและภาระค่าใช้จ่าย โดยระบบสัมปทานจะมีส่วนแบ่งรายได้ราว 25-30% และเจ้าของคือTOT/CAT แต่ใบอนุญาตนั้นจะมีค่าใช้จ่ายส่วนแบ่งรายได้เพียง 5.25% เท่านั้นและผู้ให้บริการเป็นเจ้าของ

สงครามราคามีโอกาสเกิดขึ้นสูงเพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาด

ราคาแพ็คเกจเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ใช้บริการรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงได้เร็วที่สุด ดังนั้นในปี 59 คาดว่าสงครามราคามีโอกาสจะเกิดขึ้นสูงเพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาดซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญกดดันให้ภาพรวมอุตสาหกรรมมีอัตราการเติบโตไม่มากนัก นอกจากนี้ฝ่ายวิจัยคาดว่า TRUE และ JAS จะได้รับผลกระทบมากที่สุดเนื่องจากถูกกดดันรายได้ส่งผลให้ความเชื่อมั่นการชำระเงินค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ยิ่งน้อยลง

900 MHz & 1800MHz ต่างกันในเรื่องค่าใช้จ่ายในการลงทุน

คลื่นที่ให้บริการแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะคือ คลื่นความถี่สูงและคลื่นความถี่ต่ำ โดยคลื่นความถี่ต่ำ (700MHz, 850MHz, 900MHz) จะมีช่วงคลื่นที่ยาวกว่าทำให้สามารถส่งสัญญาณได้ไกลกว่าและแรงกว่า กลับกันคลื่นความถี่สูง (1800MHz, 2100MHz, 2300MHz, 2600MHz) จะมีช่วงคลื่นที่สั้นกว่าจึงทำให้ส่งสัญญาณได้ใกล้กว่าหากเทียบกับคลื่นความถี่ต่ำ แต่สามารถรองรับปริมาณข้อมูลได้มากกว่าคลื่นความถี่ต่ำ ทำให้บริการคลื่นความถี่สูงต้องวางเสารับส่งสัญญาณถี่กว่าคลื่นความถี่ต่ำเทียบสัดส่วนราว 2 : 1 โดยประมาณส่งผลให้ค่าใช้จ่ายการลงทุนสูงกว่า

ให้น้ำหนักการลงทุน “Neutral” สำหรับหุ้นกลุ่มสื่อสาร

ADVANC แนะนำ “ซื้อ” เป้าหมาย 192 บาท: มาตรการรักษาฐานลูกค้า 900MHz เดิมฉุดผลประกอบการ
ความเชื่อมั่นต่อบริษัทเสียไปหลังจากเสียคลื่นความถี่ 900MHz เดิมซึ่งมีลูกค้าที่ใช้อยู่ในระบบราว 12ล้านเลขหมาย (2G) หรือคิดเป็น 15% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท แม้ว่าจะมีช่วงระยะเวลาเยียวยาให้ผู้ใช้บริการสามารถปรับเปลี่ยน ผู้ให้บริการก่อนส่งมอบคลื่นความถี่ให้แก่ผู้ชนะการประมูลเพื่อป้องกันซิมดับซึ่งผู้ใช้บริการเดิมสามารถเปลี่ยนไปใช้ระบบ 3G ของ ADVANC ได้เช่นกัน บริษัทได้ใช้วิธีส่ง SMS ถึงผู้ใช้บริการเพื่อให้เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือมาเป็นระบบ 3G โดยใช้กลยุทธ์การแจกเครื่องฟรี (ราคาราว 750 บาทต่อเครื่องหากใช้สมมติฐาน 50% ของลูกค้าเก่ามาแลกเครื่องจะคิดเป็นค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 4.5พันล้านบาท) และใช้การโฆษณาแบบ Aggressive เพื่อที่จะรักษาฐานลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยเป้าหมายหลักจะเป็นผู้ใช้บริการที่มีอัตราการใช้งานสูง (ARPUมากกว่า 700 บาทต่อเดือนซึ่งมีประมาณแสนกว่าราย) โดยบริษัทเชื่อว่าจะสามารถรักษาฐานลูกค้าส่วนนี้ไว้ได้เนื่องจากบริษัทเป็นเพียงผู้เดียวที่ทราบว่าลูกค้าอยู่ ณ จุดไหนแต่ด้วยวิธีการส่ง SMS อาจไม่ได้ผลมากนักเนื่องจากเป็นวิธีที่คนไม่ได้เข้าถึงมากนัก ทั้งนี้บริษัทเชื่อว่าแม้ไม่ได้คลื่นความถี่ 900MHz แต่ด้วยการให้บริการคลื่น 2100 / 1800MHz ก็เพียงพอที่จะให้บริการลูกค้าได้โดยไม่มีปัญหาเพียงแค่บริษัทลงทุนเพิ่มเพื่อปิดจุดอับสัญญาณเดิมซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนจะสูงมากขึ้น อย่างไรก็ตามการเปิดให้บริการ 4G บนคลื่น 1800MHz ที่คาดว่าจะให้บริการได้ช่วงปลายม.ค.จะเป็นแรงหนุนให้รายได้สูงมากขึ้นทั้งนี้บริษัทยังคงยืนยันนโยบายจ่ายปันผลตามเดิม


DTAC แนะนำ “ถือ” เป้าหมาย 41 บาท:มีความเสี่ยงจากคลื่นใกล้หมดสัมปทาน – ยืนกรานปันผลตามนโยบาย

เป็นบริษัทที่ได้รับแรงกดดันมากที่สุดในตลาดหลังจากไม่สามารถชนะการประมูลคลื่นความถี่ใดๆได้เลยในการประมูลครั้งนี้ ซึ่งแม้ว่า DTAC จะยังดำเนินงานได้ตามปกติเพราะไม่มีภาระค่าใช้จ่ายใบอนุญาตดังกล่าว อย่างไรก็ตาม DTAC มีชนักติดหลังเรื่องคลื่นความถี่หลังจากคลื่น 850MHz และ 1800MHz ของบริษัทจะหมดสัมปทานในอีกสามปีข้างหน้า ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าบริษัทจะไม่สามารถดำเนินการได้ในอนาคตและคุณภาพการให้บริการจะด้อยลงจนเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับผู้ให้บริการรายอื่น แม้ว่าทางเทเลนอร์จะยืนยันไม่ถอนการลงทุนในไทยและพร้อมเข้าประมูลคลื่นความถี่ในอนาคต แต่ด้วยราคาใบอนุญาตที่สูงมากที่ผ่านมาทำให้เกิดข้อกังขาว่า DTAC ต้องใช้เงินเท่าไรในการชนะการประมูลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งแม้ว่าคลื่นความถี่นี้จะหมดในอีกสามปีข้างหน้า แต่คาดว่าการประมูลมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นในช่วงสองปีข้างหน้าเท่านั้น (รอบที่ผ่านมามีการเลื่อนประมูลจนคลื่นหมดสัมปทานก่อน) โดยปัจจุบันบริษัทเน้นรักษาฐานลูกค้าเดิมและยังคงหาโอกาสแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดจากลูกค้าคลื่น 900MHz ของ ADVANC นอกจากนี้ DTAC ยังเป็นผู้ให้บริการเพียงผู้เดียวที่ยังคงให้บริการบนคลื่นสัมปทานส่งผลให้มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนแบ่งรายได้ที่สูงกว่าผู้ให้บริการรายอื่นกดดันต่อผลประกอบการในปี 59 นอกจากนี้บริษัทยังคงยืนยันว่าแม้การแข่งขันจะรุนแรงในปี 59 แต่การจ่ายปันผลบริษัทจะยังคงดำเนินตามนโยบายเดิมที่ 80% ของกำไรสุทธิ

TRUE อยู่ระหว่างปรับประมาณการ: มีโอกาสพลิกกลับมาขาดทุนในปี 59 จากภาระค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตทั้ง 2 ใบ

การเป็นผู้ชนะการประมูลทั้งคลื่น 1800/900MHz ส่งผลให้ปัจจุบันเป็นผู้ให้บริการที่มีคลื่นความถี่มากที่สุด (55MHz) และเป็นผู้ให้บริการรายเดียวที่มีคลื่นความถี่ทั้งคลื่นสั้นและคลื่นยาวส่งผลให้เกิดการใช้คลื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด (Optimize) อย่างไรก็ตามภาระค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตทั้งสองใบราว 7.7 พันล้านบาทจะเป็นแรงกดดันกับผลประกอบการของบริษัทอย่างมากเนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีกำไรปกติเท่ากับ 0 (กำไรหนึ่งพันล้านบาทมาจากรายการพิเศษ) และการส่งมอบเสาให้กับ DIF ที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทได้สิ้นสุดเมื่อสิ้นปี 58 ส่งผลให้บริษัทมีโอกาสที่จะประสบปัญหาขาดทุนสูงในปี 59 อย่างไรก็ตามบริษัทมองว่าสามารถที่จะแย่งลูกค้า 12 ล้านคนบนคลื่น 900MHz เดิมมาได้และส่งผลให้บริษัทจะมีการเติบโตในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งฝ่ายวิจัยยังไม่ให้น้ำหนักกับส่วนนี้มากนักเนื่องจากมองว่าการแจกโทรศัพท์มือถือฟรีให้แก่ผู้บริการที่ย้ายค่ายยังคงไม่ส่งผลให้ลูกค้าย้ายผู้ให้บริการอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้บริษัทมีแผนที่จะเปิดให้บริการ 4G Advanced ที่มีความเร็วสูงกว่า 4G ธรรมดาและคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะขึ้นมาเป็นผู้ให้บริการเบอร์ 2 ในเมืองไทย ทั้งนี้แม้ผู้บริหารจะกล่าวว่าบริษัทจะไม่มีการเพิ่มทุนอย่างแน่นอนแต่จากภาระค่าใบอนุญาตทั้งสองใบทำให้ฝ่ายวิจัยคาดว่าบริษัทมีโอกาสเพิ่มทุนในอนาคตเพื่อนำมาจ่ายเงินงวดสุดท้ายของใบอนุญาตคลื่น 900MHz

JAS ไม่มีคำแนะนำและราคาเป้าหมาย :มั่นใจเป็นผู้ให้บริการที่ 4 ของไทยแต่ยังต้องลงทุนและหาลูกค้าอีกมาก

เป็นผู้ให้บริการรายใหม่หลังจากชนะการประมูลคลื่น 900MHz แต่กลยุทธ์หรือการดำเนินการต่างๆยังคงเป็นข้อกังขาโดยเฉพาะการชำระค่าใบอนุญาตคลื่น 900MHz ที่สูงถึง 7 หมื่นล้านบาทที่ยังคงเป็นข้อสงสัยว่าบริษัทจะสามารถชำระได้จริงหรือไม่เนื่องจากหากดูเงินทุนของบริษัทแล้วแทบเป็นไปไม่ได้ที่บริษัทจะหาเงินมาชำระค่าใบอนุญาตจึงทำให้มองว่าบริษัทมีโอกาสสูงที่จะเพิ่มทุนเพื่อหาเงินมาชำระค่าใบอนุญาต ทั้งนี้การเป็นผู้ให้บริการรายใหม่ทำให้บริษัทยังไม่มีฐานลูกค้าและส่งผลให้ในระยะสั้นอาจประสบผลขาดทุนมาก รวมถึงบริษัทจำเป็นต้องลงทุนขยายโครงข่ายเพิ่มขึ้นอย่างมากเพื่อให้การให้บริการสามารถครอบคลุมได้เทียบเท่ากับผู้ให้บริการรายอื่น ทั้งนี้บริษัทคาดว่าจะขยายฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดเริ่มจากฐานลูกค้าอินเทอร์เน็ต 3BB โดยการใช้การBundling แพ็คเกจ

เลือก ADVANC เป็น Top Pick

แม้ว่าฝ่ายวิจัยบล.โกลเบล็กคาดว่า ADVANC จะมีรายได้ลดลงในปี 59 ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงหรือแม้แต่บริษัทไม่สามารถรักษาฐานลูกค้าเก่าในคลื่น 900MHz ได้ก็ตามแต่การเปิดให้บริการ 4G ในช่วงปลายเดือนม.ค.นี้จะเป็นแรงหนุนให้รายได้ไม่ลดลงมากเนื่องจากคาดว่าผู้ใช้บริการเดิมที่รอการเปิดให้บริการ 4G ตั้งแต่งปี58 นอกจากนี้ ADVANC ยังเป็นหุ้นปันผลดีที่ให้ผลตอบแทนราว 7% ต่อปีจึงเลือก ADVANC เป็นหุ้น Top Pick