คาดกำไร 4Q58 เติบโตเท่าตัวทั้ง QoQ และ YoY
ประเด็นสำคัญในการลงทุน
- คาดกำไร 4Q58 เติบโต 112% QoQ และ 122% YoY : คาด PTTEP รายงานกำไรไตรมาส 4 ราว 5,500 ล้านบาท เนื่องจากทางบริษัทมีการปรับลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ต้นทุนการผลิตยังคงต่ำกว่าราคาขายปิโตรเลียมเฉลี่ย แม้ว่าราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยในไตรมาส 4 จะปรับตัวลงโดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาขายปิโตรเลียมเฉลี่ยของบริษัทปรับตัวลง 16% จากไตรมาสก่อนสู่ระดับ 39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตามทางบริษัทมีการปรับลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องทำให้ต้นทุนการผลิตรวมลดลงกว่า 7% จากไตรมาสก่อนจนต่ำกว่า 38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยเฉพาะค่าเสื่อมราคาที่ปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญกว่า 10% จากผลของการบันทึกด้อยค่าเพิ่มเติมในไตรมาส 3 ที่ผ่านมาราว 5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล นอกจากนี้ PTTEP ยังมีกำไรจากการป้องกันความเสี่ยงในน้ำมันดิบราว 2.7 พันล้านบาทและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกราว 1 พันล้านบาทจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น(เสมือนบริษัทมีสินทรัพย์ลดลงเนื่องจากบันทึกบัญชีในรูปสกุลเงินดอลลาร์)
- ไม่มีการบันทึกด้อยค่าแม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะสร้างจุดต่ำใหม่ : จากการร่วมประชุมกับ PTTEP ทางบริษัทแจ้งว่าหลังมีการบันทึกด้อยค่าไปในไตรมาส 3 ที่ผ่านมายังไม่มีความจำเป็นต้องบันทึกด้อยค่าเพิ่มเติม แม้ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะปรับตัวลงสร้างจุดต่ำใหม่ที่ 29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (น้ำมันดิบดูไบสร้างจุดต่ำใหม่ที่ 26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) โดยบริษัทและผู้ตรวจสอบบัญชีมองว่าเป็นการปรับตัวลงชั่วคราวจึงยังไม่มีการบันทึกด้อยค่าเพิ่มเติม แต่หากราคาน้ำมันดิบยังทรงตัวในระดับ 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีก 3-6 เดือนจะมีความเสี่ยงในการบันทึกด้อยค่าเพิ่มเติม เพราะในปัจจุบันราคาสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าอายุ 1-3 ปีปรับตัวลงจากที่ PTTEP ใช้อ้างอิงการบันทึกด้อยค่าในไตรมาส 3 แล้วกว่า 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ปรับคำแนะนำจาก “ถือ” เหลือ “ชะลอลงทุน” ราคาเหมาะสม 74 บาท : ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงลบต่อราคาน้ำมันโดยมองเป็นการเคลื่อนไหวออกข้างในกรอบ 25-40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 59 เนื่องจากยังคงมีอุปทานส่วนเกินในตลาดจากการส่งออกของอิหร่านและสหรัฐ ขณะที่ด้านอุปสงค์ยังคงชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจจีน อย่างไรก็ตามผลประกอบการในไตรมาส 4 อาจสูงกว่าที่เราประมาณการไว้ครั้งก่อน จึงปรับประมาณการกำไรปี 58 ขึ้นจากขาดทุน 33,116 ล้านบาทเหลือขาดทุนเพียง 30,784 ล้านบาท พร้อมประเมินมูลค่าด้วยวิธี DCF ได้ราคาเหมาะสมที่ 74 บาท แต่ปรับลดคำแนะนำจาก “ถือ” เหลือ “ชะลอลงทุน” เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงสร้างจุดต่ำใหม่ยังเป็นปัจจัยกดดันต่อผลประกอบการในระยะสั้น









