วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

INTUCH - ซื้อ

หนุนด้วยอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่สูง ถึงแม้ว่าจะปรับประมาณการกำไรสุทธิลงจากเดิม

ประเด็นการลงทุน

เนื่องจากสภาพการแข่งขันที่เปลี่ยนไปซึ่งเป้นผลมาจากผู้ประกอบการรายใหม่อย่างเช่น JAS ที่เข้าสู่ตลาดและสภาพการแข่งขันที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นซึ่งนำโดย TRUE จากแผนการขยายจำนวนผู้ใช้บริการ 4 จีที่จะเป็นไปในเชิงรุกมากขึ้น เราจึงตัดสินใจที่จะใช้สมมติฐานสำหรับ ADVANC ที่ดูเป็นไปในเชิงอนุรักษ์นิยมมากขึ้น และทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิและราคาเป้าหมายของ ADVANC ลงจากเดิม เราทำการปรับราคาเป้าหมายของ INTUCH ซึ่งประเมินด้วยวิธีสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ลงอีก 30% (เหลือ 70 บาท) เพื่อสะท้อนราคาเป้าหมายซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ที่ลดลงของทั้ง ADVANC และ THCOM ถึงแม้ว่าประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ของ INTUCH จะปรับลดลง แต่เราก็ยังคงคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในปี 2559 ที่ระดับ 7.2% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่สูงและน่าสนใจมาก เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2559-71 และราคาเป้าหมายลงจากเดิม

ในส่วนของ ADVANC เราคาดว่าจะเผชิญกับการแข่งขันในส่วนของบริการ 4 จีที่รุนแรงมากขึ้นจาก JAS และ TRUE ตั้งแต่ปี 2559 ภายหลังจากที่ JAS และ TRUE ชนะใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซในเดือนธ.ค.2558 และเพื่อให้สมมติฐานของเราดูเป็นไปในเชิงอนุรักษ์นิยมมากขึ้นภายใต้ภาวะการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นในปี 2559 และหลังจากปี 2559 เราจึงทำการปรับเพิ่มประมาณการงบลงทุนและปรับลดประมาณการรายได้รวมเฉลี่ยต่อเลขหมายและจำนวนผู้ใช้บริการสะสม (ที่ไม่รวมผู้ใช้บริการ 4 จี) ของ ADVANC ในช่วงปี 2559-71 ดูรายละเอียดได้จากรายงานของ ADVANC ฉบับวันที่ 8 ม.ค.2559 ดังนั้นส่งผลให้เราทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิของ ADVANC ปี 2559 ลงอีก 11% (เหลือ 2.98 หมื่นล้านบาท) กำไรสุทธิปี 2560 ลงอีก 20% (เหลือ 3.08 หมื่นล้านบาท) และกำไรสุทธิปี 2561 ลงอีก 29% (เหลือ 2.89 หมื่นล้านบาท) และกำไรสุทธิในช่วงปี 2562-71 ลงอีก 30-40% และปรับราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ลงอีก 31% (เหลือ 170 บาท)

ในส่วนของ THCOM เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิช่วงปี 2559-64 ไว้เท่าเดิม แต่ปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ลงอีก 21% (เหลือ 43 บาท) โดยใช้สมมติฐานอัตราการเติบโตของมูลค่าสุดท้าย (perpetual terminal growth) ซึ่งเป็นไปในเชิงอนุรักษ์นิยมมากขึ้น(โดยปรับลดลงจาก 5% มาอยู่ที่ 3.5%)

เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและกำไรสุทธิต่อหุ้นซึ่งอยู่ที่ 3-4% ต่อปีในช่วงปี 2559-63 ดูรายละเอียดได้จากรายงานของ THCOM ฉบับวันที่ 13 ม.ค.2559 และเนื่องจากเราปรับประมาณการกำไรสุทธิของ ADVANC ลงจากเดิม ส่งผลให้เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ของ INTUCH ลงอีก 10% (เหลือ 1.26 หมื่นล้านบาท) กำไรสุทธิปี 2560 ลงอีก 19% (เหลือ 1.30 หมื่นล้านบาท) และกำไรสุทธิปี 2561 ลงอีก 28% (เหลือ1.23 หมื่นล้านบาท) และกำไรสุทธิในช่วงปี 2562-71 ลงอีก 28-37% และเนื่องจากเราปรับลดราคาเป้าหมายที่ประเมินด้วยวิธี DCF ณ สิ้นปี 2559 ของ ADVANC (ลดลงอีก 31% เหลือ 170 บาท) และ THCOM (ลดลงอีก 21% เหลือ 43 บาท) เราจึงทำการปรับราคาเป้าหมายซึ่งประเมินด้วยวิธี NAV ของ INTUCH ณ สิ้นปี 2559 ลงอีก 30% (เหลือ 70 บาท)

ส่องกล้องไตรมาส 4/58—กำไรหลักเพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง YoY

เราคาดกำไรสุทธิของ INTUCH สำหรับไตรมาส 4/58 ที่ 4.37 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YoY และ 26% QoQ หากไม่รวมรายงานพิเศษ ซึ่งได้แก่ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและการตั้งด้อยค่าเงินลงทุนในไอทีวีในไตรมาส 4/58 กำไรหลักมีแนวโน้มอยู่ที่ 4.46 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY และ 12% QoQ การเพิ่มขึ้นของกำไรหลัก INTUCH ได้รับปัจจัยหนุนจากกำไรหลักของทั้ง ADVANC และ THCOM ที่เพิ่มสูงขึ้น สำหรับ ADVANC เราคาดกำไรหลักไตรมาส 4/58 ที่ 1.02 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 16% QoQ เนื่องจากการหายไปของค่าตัดจำหน่ายโครงข่าย 2 จีจากการหมดอายุสัญญาสัมปทานคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซ และต้นทุนด้านกฏระเบียบที่ลดลง ซึ่งกลบผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายการทำตลาด ค่าใช้จ่ายบริหารงานทั่วไปและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับโครงข่ายรวมถึงรายได้บริการที่ลดลง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงาน ADVANC วันที่ 8 ม.ค.

ในส่วนของ THCOM เราคาดกำไรหลักไตรมาส 4/58 ที่ 610 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% YoY (แต่ลดลง 7% QoQ) เนื่องจากอัตราการเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม 7 ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนแบ่งกำไรจากลาวเทเลคอมที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงาน THCOM วันที่ 13 ม.ค.