ธ.ก.ส. เดินหน้าแก้ปัญหายางพารา หนุนกลุ่มเกษตรกรแปรรูปยางเพิ่มมูลค่าสินค้า เล็งเสนอบอร์ดพิจาณาแผนหนุนสินเชื่อประชารัฐ 7 หมื่นล้านบาท
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลมีนโยบายประชารัฐ เพื่อส่งเสริมเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง เพื่อให้ส่วนราชการ แบงก์รัฐให้การช่วยเหลือ หวังผลักดันโครงการ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอี ในส่วนของ ธ.ก.ส.เตรียมเสนอบอร์ดวันอังคารนี้ (19 ม.ค.) พิจารณาแนวทางการปล่อยสินเชื่อให้กับเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย ทั้งบริษัทชุมชน วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร โดยเตรียมวงเงินรองรับ 70,000 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 4 โดยไม่ได้เสนอรัฐรับภาระชดเชย ปลอดระยะเวลาชำระเงินต้น 3 ปี ระยะเวลาการกู้ 10 ปี ปล่อยกู้รายละไม่เกิน 10 ล้านบาท คาดว่าจะปั้นเกษตรเอสเอ็มอีให้ได้ประมาณ 7,200 รายทั่วประเทศ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรในการปรับตัวพัฒนาสินค้า โดยเฉพาะในช่วงราคายางพาราตกต่ำ
สำหรับแนวทางแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ธ.ก.ส.ได้ทำการลงทะเบียนเกษตรกร เพื่อจ่ายเงินชดเชยให้ชาวสวนยาง 1,500 บาทต่อไร่ แบ่งเป็นเจ้าของสวน 900 บาทต่อไร่ และคนกรีดยาง 600 บาทต่อไร่นั้น เตรียมวงเงินรองรับ 12,500 ล้านบาท จ่ายชดเชยไปแล้วบางส่วน 7,000 ราย เป็นเงิน 50 ล้านบาท แต่ยังเป็นเจ้าของสวนยาง เพราะมีรายชื่อการลงทะเบียนไว้แล้ว สำหรับการชดเชยให้คนกรีดยางตามนโยบายรัฐบาลต้องเปิดลงทะเบียนและมีการรองรับอย่างชัดเจน จึงต้องปรับฐานข้อมูล ดังนั้น คาดว่าในช่วงปลายเดือนมกราคมนี้จะเริ่มจ่ายชดเชยให้กับเจ้าของสวนยาง ส่วนคนกรีดยางในสวนเบิกจ่ายได้ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้
นอกจากนี้ รัฐบาลยังส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายเพิ่มภายในสวนยาง ทั้งการปลูกผัก พืชยืนต้น ปศุสัตว์ นับว่าเกษตรกรสนใจร่วมโครงการจำนวนมากถึง 97,000 ราย จำนวนสินเชื่อ 9,000 ล้านบาท จากวงเงินที่เตรียมไว้ 10,000 ล้านบาท เมื่อ ครม.เห็นว่าเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนมากที่ผ่านมา จึงเห็นชอบเพิ่มวงเงินสินเชื่อเป็น 15,000 ล้านบาท จึงเชิญชวนชาวสวนยางปลูกพืชชนิดอื่นทดแทนราคายางพาราที่ปรับลดลง นอกจากนี้ ยังพร้อมปล่อยกู้โครงการคู่ขนาน เพื่อให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชน บริษัทชุมชน ทำหน้าที่รวบรวมยางพาราแปรรูป เพื่อส่งเสริมให้จัดทำกระเบื้องยาง จึงเชิญชวนเกษตรกรหาความรู้เพิ่มจากส่วนราชการ เพราะมีกลุ่มเกษตรกรผลิตกระเบื้องยางต้นทุน 700-750 บาทต่อตารางเมตร ขายได้ในราคา 1,200-1,300 บาทต่อตารางเมตร เพื่อใช้ปูพื้นสนามกีฬาในพื้นที่ต่าง ๆ






