"ซีเอซี" เผยผู้นำธุรกิจไทยกว่า 44% เชื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ปัญหาคอร์รัปชั่นในประเทศลดลงต่อเนื่อง ชี้ธุรกิจสังหาฯ มีแนวโน้มทุจริตสูง
นายบัณฑิต นิจถาวร เลขาธิการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (ซีเอซี) กล่าวว่า ได้สำรวจความคิดเห็นของกรรมการบริษัทและผู้นำธุรกิจ 828 คน เกี่ยวกับสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันช่วงปลายปี 58 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 84% เชื่อว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในไทยได้ลดลงต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และเชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขให้หมดไปได้ในอนาคต อีกทั้งเห็นว่าการทุจริตทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นมากกว่า 20%
สำหรับรูปแบบการทุจริตคอร์รัปชัน ที่ประเมินว่าเกิดขึ้นมากที่สุด ได้แก่ การใช้ตำแหน่งทางการเมือง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่พรรคพวกของตน18% ,รองลงมาคือ การให้ของขวัญ หรือการติดสินบน 16% และการทุจริตเชิงนโยบาย โดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 15% ส่วนกระบวนการที่ถูกมองว่ามีโอกาสเกิดการทุจริตคอร์รัปชันมากที่สุดได้แก่ การจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐ และการจัดการประมูลโครงการของภาครัฐ 28%รองลงมาคือ การจดทะเบียนและขอใบอนุญาตต่างๆ 18%
ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มที่จะเกี่ยวข้องกับการทุจริตสูงที่สุดได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ 13% ,รองลงมาคือ กลุ่มสาธารณูปโภค 12%, กลุ่มพลังงาน 12%, กลุ่มก่อสร้าง 11%และกลุ่มโทรคมนาคม 10% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกงานประมูล
อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมา กระบวนการด้านการขอจดทะเบียนธุรกิจ ทะเบียนการค้า และการจัดตั้งบริษัท ได้ปรับปรุงดีขึ้นมากที่สุดในรอบ5ปีที่ผ่านมา รองลงมาคือ กระบวนการทางภาษี สรรพากร และการจดทะเบียนและขออนุญาตต่าง ๆ ทางธุรกิจ โดยกลยุทธ์การแก้ไขการทุจริตคอร์รัปชัน ที่กรรมการบริษัทและผู้นำธุรกิจมอง ว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กระทำการทุจริตคอร์รัปชันในระดับมหภาค รองลงมาคือ การประกาศรายชื่อและย้ายข้าราชการที่พัวพันการทุจริต









