กำไรไตรมาส 4/58 สูงกว่าคาดจากรายได้อื่น
TISCO รายงานกำไรไตรมาส 4/58 ที่ 1.24 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY และ 54% QoQ ตัวเลขดังกล่าวมากกว่าที่เราคาด 13% แต่มากกว่าที่ Bloomberg คาด 5% จากรายได้พิเศษจากการเก็บค่าธรรมเนียมการเก็บหนี้และรายได้จากการโปรแกรมการตลาดการขายรถ อย่างไรก็ตาม กำไรก่อนการตั้งสำรองอยู่ที่ 2.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY ซึ่งเป็นไปตามที่เราคาด กำไรปี 2558 คิดเป็น 103% ของประมาณการปี 2558 ที่ 4.1 พันล้านบาท
ประเด็นหลักผลประกอบการ
สินเชื่อเพิ่มขึ้น 0.4% QoQ (ลดลง 9.3% YoY เทียบกับสินเชื่อหดตัวที่เราประมาณการไว้ 10%) โดยหากแบ่งประเภทของสินเชื่อ สินเชื่อรายย่อย (อย่างเช่น สินเชื่อเช่าซื้อสำหรบรถยนต์และมอเตอร์ไซด์) เพิ่มขึ้น 0.4% QoQ และสินเชื่อบรรษัทเพิ่มขึ้น 1.1% QoQ อย่างไรก็ตาม สินเชื่อ SME ลดลง 1.1% QoQ เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อให้ดีลเลอร์รถยนต์ลดลงและการจ่ายคืนเงินกู้ อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างอัตราอกเบี้ยในไตรมาส 4/58 เพิ่มขึ้น 15bps QoQ และ 83 bps YoY ที่ 3.88% จากต้นทุนการเงินฝากลดลงมากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ YoY
TISCO ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญ ที่ 896 ล้านบาทในไตรมาส 4/58 เพิ่มขึ้น 2% YoY แต่ลดลง 59% QoQ ซึ่งสะท้อนการควบคุมความเสี่ยงของธุรกิจได้ดีขึ้นแม้อยู่ในช่วงเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน การตั้งสำรองในไตรมส 4/58 สูงกว่าประมาณการเราที่ 790 ล้านบาทหรือ 10% อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้/สินเชื่อรวมลดลง 3.2% ณ สิ้นปี 2558 จาก 3.3% ใน 3 เดือนก่อนหน้าจากนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยม อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น 80% ณ สิ้นปี 2558 จาก 74% ในสามเดือนก่อนหน้า รายได้ค่าธรรมเนียมในไตรมาส 4/58 เพิ่มขึ้น 8% YoY และ 4% QoQ ที่ 1.33 พันล้านบาทจากรายได้ค่าธรรมเนียม กอนทุนรวมและธุรกิจประกัน ทั้งนี้ ราได้อื่นของบริษัทเพิ่มขึ้น 31% ที่ 438 ล้านบาทในไตรมาส 4/58 หนุนจากค่าธรรมเนียมในการจัดเก็บหนี้และรายได้สนับสนุนการจัดกิจกรรมการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อจากค่ายรถยนต์
แนวโน้ม
เรายังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อในปีหน้าที่ 3% และคาดผล ประกอบการไตรมาส 1/59 เพิ่มขึ้น YoY และ QoQ หนุนจากการตั้ง สำรองฯที่ต่ำลง การเพิ่มขึ้นของสินเชื่อรายย่อยและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้น
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เรายังคงประมาณการปี 2559 ที่ 4.5 พันล้านบาท
คำแนะนำ
เราคาดสินเชื่อบรรษัทและสินเชื่อบุคคลน่าจะเติบโตได้ต่อเนื่องในไตรมาส 1/59 จากการลงทุนของภาคเอกชนที่คาดจะเริ่มในช่วงต้นปีนี้ ซึ่งน่าจะส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อฟื้นตัวในปี 2559 จากสินเชื่อที่หดตัว 9.3% ในปีที่ผ่านมา เรายังคาดว่า บริษัทน่าจะตั้งสำรองต่ำลงอย่างน้อย 30% ในปี 2559 จากแนวโน้มธุรกิจที่ดีขึ้น มูลค่าหุ้นที่ยังถูกและการจัดการกับคุณภาพของสินทรัพย์ เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 46.50 บาท อ้างอิงจากค่า PBV ที่ 1.2 เท่า (เทียบกับ เฉลี่ยที่ 1.45 เท่า) เรายังคงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร






