วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Corporate News (12 ม.ค.59)

TISCO ถือ, DTAC ถือ, TPCH ซื้อ, IRPC ซื้อ

TISCO    ถือ   ราคาพื้นฐาน 42.00 บาท

TISCO : บริษัทรายงานกำไรสุทธิปี 2558 ที่ 4,250 ล้านบาท ทรงตัว yoy โดยการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานยังคงขาดความน่าสนใจ ขณะที่ต้นทุนการตั้งสำรองฯเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการตั้งด้อยค่า SSI ด้านแนวโน้มธุรกิจในปี 2559 ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทาย ด้วยการเติบโตของกำไรสุทธิที่จะมาจากการลดการตั้งสำรองฯลง คงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาพื้นฐาน 42.00 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 36.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

DTAC    ถือ    ราคาพื้นฐาน 32.50 บาท

DTAC : เราคาดว่าจะเห็น DTAC มีผลประกอบการไตรมาสที่ 4/58 ที่ดีขึ้น จากการขาดค่าใช้จ่ายพิเศษจำนวนมาก และการขาดทุนที่น้อยลงของธุรกิจขายอุปกรณ์โทรศัพท์ อย่างไรก็ดี สงครามราคาซึ่งถูกจุดโดย ARPU ที่ต่ำลง ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่สูง ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่มีความน่ากังวล คงคำแนะนำ ถือ ราคาพื้นฐาน 32.50 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 27.50 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

TPCH     ซื้อ    Consensus 24.90 บาท

TPCH : นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัททีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เผยว่า จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (RE) ครั้งล่าสุด (28 ธ.ค. 2558) เห็นชอบให้มีการตอบรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในระบบ Adder อีกจำนวน 7 โครงการ รวมทั้งสิ้น 46.022 เมกะวัตต์ (MW) สะท้อนว่าภาครัฐยังให้ความสำคัญกับโครงการพลังงานทดแทน คาดว่าภาครัฐจะมีการเปิดประมูลในส่วนของพลังงานทดแทน ขนาดกำลังการผลิตรวม 46 เมกะวัตต์ ภายในไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 นี้ ส่วนในปี 2559 บริษัทตั้งเป้าหมายมีรายได้เติบโตแบบก้าวกระโดดไม่ต่ำกว่า 100% จากปี 2558 โดยมาจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าชีวมวลต่างๆ เป็น 60 เมกะวัตต์ จากปี 2558 ที่มีกำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ (ข่าวหุ้น)

IRPC    ซื้อ    ราคาพื้นฐาน 6.50 บาท

IRPC : นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2559 บริษัทตั้งเป้ามีกำไรไม่น้อยกว่าปี 2558 เนื่องจากโครงการเพิ่มมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์สะอาด (UHV) ที่มีมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 34,000 ล้านบาท จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในไตรมาสที่ 1/59 ซึ่งจะทำให้กำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม (GIM) เพิ่มขึ้น 1-2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพราะจะได้แนฟทาและน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นกว่า 10% ประกอบกับราคาน้ำมันที่ต่ำกว่าคาดการณ์ จะทำให้ GIM ในปี 2559 สูงกว่าปี 2558 ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 13 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แม้ว่าจะมีการปิดซ่อมโรงงานครั้งใหญ่ในช่วงไตรมาสที่ 4/59 ประมาณ 30 วัน ในเดือน พ.ย.-ธ.ค. 59 ก็ตาม (ข่าวหุ้น)