“เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือน ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงจากความกังวลเกี่ยวกับตลาดหุ้นจีน”
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
- เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนที่ 36.33 บาท/ดอลลาร์ฯ สอดคล้องกับแรงขายสกุลเงินเอเชียในภาพรวม ท่ามกลางการดิ่งลงของตลาดหุ้นและสกุลเงินหยวนของจีน หลังนักลงทุนมีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน นอกจากนี้ ความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงก็ปรับตัวลดลง โดยถูกกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองในตะวันออกกลาง และการร่วงลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทชะลอลงบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังทางการจีนเข้ามาดูแลเงินหยวนให้เคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น
- สำหรับในวันศุกร์ (8 ม.ค. 59) เงินบาทอยู่ที่ 36.28 บาท/ดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 35.97 บาท/ดอลลาร์ฯ ในวันพุธก่อนหน้า (30 ธ.ค. 58)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (11-15 ม.ค. 2559) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 36.10-36.40 บาท/ดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องจับตาท่าทีของตลาดในช่วงต้นสัปดาห์ต่อตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะทยอยรายงานในระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้ผลิต ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. 58 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค. 59 (เบื้องต้น) นอกจากนี้ นักลงทุนยังอาจพุ่งความสนใจไปที่ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด รวมถึงสถานการณ์ของตลาดการเงินจีนที่อาจปรับตัวตอบรับกับตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือนธ.ค. 58 ที่จะมีการรายงานออกมา
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
- ดัชนี SET ร่วงลงจากความกังวลเกี่ยวกับตลาดหุ้นจีน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,244.18 จุด ลดลง 3.4% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 52.02% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 40,851.32 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 505.73 จุด ลดลง 3.23% จากสัปดาห์ก่อน
- ตลาดหุ้นไทยปรับร่วงลงในช่วงต้นสัปดาห์โดยถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนหลังดัชนี PMI บ่งชี้ถึงการชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ก่อนที่ดัชนีจะปรับขึ้นเล็กน้อยในวันพุธ จากแรงซื้อหุ้นกลับจากนักลงทุน อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นดิ่งลงต่อในวันพฤหัสบดีจากแรงขายท่ามกลางความตื่นกลัวจากการร่วงลงของตลาดหุ้นจีน รวมทั้งราคาน้ำมันร่วงลงอย่างมาก ก่อนที่จะฟื้นตัวอีกครั้งในวันศุกร์ หลังทางการจีนกลับมาดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินหยวน
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (11-15 ม.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีแนวรับที่ 1,220 และ 1,205 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,255 และ 1,270 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ท่าทีของทางการจีนในการดูแลความผันผวนของตลาดทุนจีน ส่วนเครื่องชี้เศรษฐกิจของประเทศอื่นๆที่น่าสนใจ ได้แก่ เครื่องชี้ภาคการค้าของจีน เครื่องชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้ผลิต ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรม ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในยูโรโซน รวมถึงบันทึกการประชุมธนาคารกลางยุโรป






