เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง และอิเล็กทรอนิคส์ ที่ราคาลงมาเยอะแล้วและมีพื้นฐานดี
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ลุ้น Technical rebound
ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวได้บ้าง ปัจจัยบวกจากตลาดจีนที่เริ่มทรงตัวดีขึ้น หลังจากที่ทางการจีนได้ยกเลิกการปรับลดค่าเงินหยวน ทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้นและยังยกเลิกระบบ circuit breaker ทำให้ตลาดจีนและภูมิภาคส่วนใหญ่เริ่มฟื้นตัวได้ ช่วงนี้ขอเป็นกำลังใจให้นักลงทุนรายย่อยสู้ๆ ใจเย็นๆ อย่าด่วนผลีผลามคัท loss ถ้ามีหุ้นพื้นฐานดีอยู่ ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส ถึงแม้ว่าตลาดหลุด 1250 แต่พิจารณาดู เราอาจเห็นหุ้นบางตัวที่พื้นฐานไม่เปลี่ยน แต่ราคากลับลงมาแรงก็น่าเก็บเข้าพอร์ตกันไว้บ้าง แนวรับสำคัญ 1200 จุด ช่วงนี้เหมาะแก่การพิจารณาทยอยเลือกหุ้นเก็บเป็นรายตัว
แนวรับ/แนวต้าน : 1200/1260 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 30% : พอร์ตหุ้น 70%
กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง และอิเล็กทรอนิคส์ ที่ราคาลงมาเยอะแล้วและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว
นักลงทุนระยะสั้น : SVI(6.20), ORI (15)
SVI (6.20) งบ Q3 ออกมาดีแล้ว ต่อไปงบ Q4 จะเข้าสู่ช่วงพีค ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ส่งออกง่ายขึ้นและไม่ส่งออกไปจีน ทำให้ผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวมีค่อนข้างน้อยต่อ SVI ส่วนปีนี้จะเดินเครื่องผลิตได้เต็มที่เหมือนก่อนช่วงไฟไหม้ ประกอบกับ demand จากยุโรปยังแข็งแกร่งอยู่และปีหน้าจะได้ลูกค้าใหม่จากอเมริกามา 6 ราย เป็นรายได้เสริมถึง 1,200 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรมีโอกาสจะโตถึง 32%ในปีหน้า เเถม PE ของSVI ปัจจุบัน 11.6 เท่า ถูกกว่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 12.6 เท่าด้วย
ORI (15) แนะนำเอาไว้เล่นสั้น ลงซื้อ ขึ้นขาย คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการลงทุนของภาครัฐที่จะทำให้มีการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าและดีมานด์คอนโด นอกจากนี้มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงช่วยหนุน sentiment ในปี 59 ทั้งนี้เป้ายอดขายพรีเซลอยู่ที่ 7 พันล้านบาท โตต่อเนื่องจากปี 58 โดยมีแผนเปิด 8-10 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 1 หมื่นล้าน ทำให้รายได้และกำไรเติบโตได้ต่อ และรายได้มีโอกาสแตะ 4 พันล้านบาท สูงขึ้นเท่าตัวจาก 2 พันล้านบาทในปี 58
นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (34)
SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้ Top pick ของเราเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC
CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- "หุ้น-เงิน" ทั่วโลกตื่นหุ้นจีนร่วงหนัก-หยวนอ่อนค่าทำสถิติครั้งใหม่ ฉุดตลาดทั่วโลก "โซรอส" เตือนวิกฤติการเงินรอบใหม่ ด้าน ธปท.ชี้บาทอ่อนค่ารอบ 3 เดือน แนะผู้ประกอบการประกันความเสี่ยง ยังไม่พบสัญญาณตื่นตระหนก ขณะนักวิเคราะห์ชี้เสถียรภาพการเงินจีนเสี่ยงมากขึ้น นักลงทุนต่างชาติทิ้งตลาดเกิดใหม่
+ "สหพัฒน์" หนุนรัฐเร่งอัดฉีดเงินเข้าระบบ กระตุ้นจับจ่ายเพิ่ม ดันกำลังซื้อ สกัดเศรษฐกิจเข้าใกล้ "ภาวะเงินฝืด" เดินหน้ารุกหนักตลาดอุปโภค-บริโภค ขยายธุรกิจโลจิสติกส์ ด้าน "บีเจซี" ระบุกำลังซื้อปีนี้ทรงตัว แต่จะไม่แย่กว่าปีที่ผ่านมา เห็นต่างไม่เกิดภาวะเงินฝืด เชื่อผู้บริโภคปรับตัวได้แล้ว ขณะ "สิงห์" ประเมินเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว "ไทยเบฟ" ชี้ความเชื่อมั่นปลุกจับจ่าย
+ นายกฯ ย้ำเร่งนำเอสเอ็มอีเข้าระบบ ปัดเอื้อธุรกิจรายใหญ่ "สาลินี" คาดจีดีพีเอสเอ็มอีปีนี้โต 5% บอร์ดเอสเอ็มอีไฟเขียวงบ 1.8 พันล้านเดินหน้าพัฒนาเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ตั้งกองทุนพลิกฟื้นเอสเอ็มอีพันล้านบาท สมาคมส่งเสริมเอสเอ็มอี วอนรัฐกระจายสินเชื่อตรงเป้าถึงรายเล็ก
+ นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจ พฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนช่วงปีใหม่และมาตรการช็อปปิ้งลดหย่อนภาษี 1.5 หมื่นบาท จากกลุ่มตัวอย่าง 208 ตัวอย่าง พบว่ามีผู้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 1.86 ล้านคน จากผู้มีสิทธิที่เสียภาษี 3.25 ล้านคน มีเม็ดเงินสะพัด 1.75 หมื่นล้านบาท ได้อานิสงส์ไป 6,957 ล้านบาท เป็นเม็ดเงินที่มีการซื้อเพิ่มเติมถึง 1.09 หมื่นล้านบาท รัฐเสียรายได้ไป 3,188 ล้านบาท ดัชนีความเชื่อมั่นขึ้นสูงสุดรอบ 7 เดือน การใช้จ่ายเริ่มฟื้นตัว เชื่อไตรมาส 1-2 เศรษฐกิจโตได้ 3.5%
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,514.10 จุด ลดลง 392.41 จุด หรือ -2.32%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักเมื่อคืนนี้ (7 ม.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตลาดหุ้นจีน หลังจากที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีนประกาศระงับการซื้อขายเมื่อวานนี้ อันเนื่องจากการร่วงลงอย่างหนักของดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง
- ดัชนี FTSE 100 ปิดลดลง 119.30 จุด หรือ 1.96% ที่ 5,954.08 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (7 ม.ค.) นำโดยการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเหมือง ท่ามกลางความปั่นป่วนของตลาดหุ้นทั่วโลก อันเป็นผลมาจากการที่ตลาดหุ้นจีนระงับการซื้อขายอีกครั้งเมื่อวานนี้
- ดัชนิกเกอิร่วงลง 423.98 จุด หรือ 2.33% ปิดที่ 17,767.34 จุด ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 เดือนที่ดัชนีนิกเกอิปิดต่ำกว่าระดับ 18,000 จุด เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีน หลังจากที่ธนาคารกลางจีนได้ปรับลดค่ากลางเงินหยวนให้อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ นอกจากนี้ ตลาดหุ้นโตเกียวยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงอย่างหนักของดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต จนส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนระงับการซื้อขายในวันนี้
+ สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.พ.ลดลง 70 เซนต์ หรือ 2.1% ปิดที่ 33.27 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (7 ม.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศนำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก นอกจากนี้ ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานพลังงานที่สูงเกินไป หลังจากมีรายงานว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย







