คริสต์มาสสีเขียว
คาด SET ปรับตัวขึ้นวันนี้ ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายของต่างชาติที่เบาบาง แต่มุมมองต่อในประเทศและภูมิภาคยังคงเป็นบวกในปีหน้า ภายในประเทศ การเซ็นสัญญาของการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นไปตามกำหนดการ การตั้งเป้าการส่งออกที่สูงในปี 59 และการคาดการณ์ตัวเลขท่องเที่ยวจะยังแข็งแกร่ง น่าจะช่วยให้ SET ปรับตัวขึ้นได้วันนี้ ในต่างประเทศ ตลาดต่างประเทศหลายแห่งปิดทำการในวันคริสต์มาสส่งผลให้มีมูลค่าการซื้อขายเบาบาง ทั้งนี้ ตัวเลขที่แข็งแกร่งของสหรัฐและมาตราการของรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ประกาศวานนี้ช่วยให้มีมุมมองต่อเศรษฐกิจโลกในปีหน้าเป็นบวกมากขึ้น
หุ้นเด่นวันนี้: BCP (ราคาปิด 35.00 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมาย AWS 45.50 บาท ราคาเป้าหมาย Bloomberg 41.15 บาท)
คาดว่าผลประกอบการของบมจ. บางจากปิโตรเลียม งวด 4Q58 จะเป็นอีกหนึ่งไตรมาสที่แข็งแกร่งจากค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามผลของฤดูกาลฤดูหนาวที่มีความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปสูง รวมถึงผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่กลับมาฟื้นตัวจากในไตรมาสสามก่อนหน้าซึ่งเป็นฤดูฝน และผลประกอบการธุรกิจค้าปลีกน้ำมันที่จะโดดเด่นในช่วง High season ด้วยมุมมองต่อผลประกอบการที่แข็งแกร่งในงวด 4Q58 ข้างต้น ประกอบกับกำไรที่โดดเด่นในช่วง 9 เดือนแรกเชื่อว่าจะเห็นกำไรสุทธิทั้งปีในปีนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 708% YoY มาอยู่ที่ 5.7 พันลบ. จากฐานกำไรที่ต่ำในปีที่แล้วที่ 712 ลบ. ก่อนที่จะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนิองอีก 7% YoY ในปีหน้า และน่าจะให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่จูงใจอีกราว 5.0% ต่อปีจากราคาหุ้นปัจจุบัน นอกจากนี้เรามีมุมมองเชิงบวกต่อความคืบหน้าล่าสุดในการจดทะเบียน BPCG ในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอน Filing ที่น่าจะเรียบร้อยภายในเดือน ก.พ. ก่อนที่จะมีการขยาย IPO ในเดือนถัดมา ขณะที่ BCP เปิดเผยว่ากำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาเข้าซื้อหุ้นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 200 เมกะวัตต์ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น Upside ที่รอความชัดเจนที่จะรวมเข้าไปในประมาณการและราคาเป้าหมายของเรา ในส่วนของ Price Pattern ของ BCP ยังคงมีแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิด Monthly Buy Signal ในขณะที่ล่าสุด Price Pattern ได้กลับมาเกิด Daily Buy Signal ครั้งใหม่แล้ว ซึ่งรอเพียงการกลับมาเกิด Weekly Buy Signal ครั้งใหม่ด้วยการปิดตลาดรายสัปดาห์เหนือ 36.50 บาทเท่านั้นก็จะทำให้ Price Pattern ของ BCP กลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่อย่างชัดเจน โดยเบื้องต้นคาดว่าจะปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายหลักที่ 36.50 บาทอีกครั้ง ซึ่งหากสามารถ Break ด้วยการปิดตลาดเหนือ 36.50 บาท และเกิด Weekly Buy Signal ครั้งใหม่ จะทำให้ Price Pattern ของ BCP บ่งบอกถึงการทำ New High ครั้งใหม่ โดยมีเป้าหมายแรกเพื่อทดสอบ High เดิมที่ 39.75 บาท และมีเป้าหมายแรกของการทำ New High อยู่ที่ 43.50 บาท โดยมีจุด Stop Loss ในรอบนี้อยู่ที่ 32.25 บาท (แนวต้าน: 35.50, 36.25, 36.75; แนวรับ: 34.50, 34.00, 33.25)
ปัจจัยสำคัญ
ประเด็นในประเทศ:
• เซ็นสองโครงการรางคู่วานนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยได้เซ็นสัญญารถไฟรางคู่สายตะวันออกและอีสานเป็นระยะทางรวม 300 กม. โดยเป็นเส้นเชื่อมฉะเชิงเทรา-สระบุรี(แก่งคอย) 114 กม. มูลค่า 1.05 หมื่น ลบ. ให้ซิโนไทยทำ 104 กม. และให้บริษัทไร้ท์ทันเน็ลลิ่งทำ 10.2 กม. อีกเส้นจะเชื่อมโคราชและขอนแก่นระยะทาง 187 กม. มูลค่า 2.34 หมื่น ลบ. โดยผู้รับเหมาคือหุ้นส่วนที่ร่วมทุนระหว่างช.การช่างและ ช.ทวี โดยการก่อสร้างจะเริ่ม ก.พ. 59 และจะแล้วเสร็จ ก.พ. 62 (Bangkok Post)
• ไทยร้องขอจีนให้ลงทุนระบบรางมากขึ้น ไทยได้ยื่นคำขอใหม่เพื่อร้องขอให้จีนเพิ่มการลงทุนในการพัฒนาระบบรางอ้างอิงจากการลงทุนเดิมที่จีนเคยคาดการณ์ไว้ที่ 5 แสน ลบ. เพิ่มจากตัวเลขตอนเริ่มต้น 4 แสน ลบ. (Bangkok Post)
• แผนกระตุ้นการส่งออก ในปี 2559 รมว. กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งเป้าการส่งออกไว้ที่ 5% ภายใต้การคาดการณ์ว่าการส่งออกของโลกจะเติบโตเพียง 2.4% เพื่อให้บรรลุเป้าการเติบโต รมว.พาณิชย์ได้นับรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แผนการเบิกจ่ายของรัฐบาล ตลอดจนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจและการขยายธุรกิจบริการมากขึ้น (Bangkok Post)
• โรงแรมในภูเก็ตคาดจะมีอัตราการเข้าพักถึง 90% สมาคมโรงแรมไทย (ส่วนภาคใต้) กล่าวว่า จำนวนห้องกว่า 80,000 ห้องจาก 90,000 ห้อง ได้ถูกจองแล้วตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค. และคาดว่าจะมีอัตราการเข้าพักถึง 90% ในช่วงปีใหม่ก่อนปรับลดลงเป็น 80% ในเดือน ก.พ. นักท่องเที่ยวได้มายังจังหวัดภูเก็ตระหว่างฤดูกาลท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 30% YoY (Bangkok Post)
• JAS ยืนยันมีเงินพอทำ 4จี แจสมิน โมบาย บรอดแบนด์ ผู้ชนะประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ์โต้ข้อกังขาว่าจะสามารถให้บริการ 4จีได้หรือไม่โดยกล่าวว่ามีความพร้อมอย่างมากจากการสนับสนุนของธนาคารกรุงเทพและความร่วมมือเรื่องอุปกรณ์จากหัวเหว่ย โดย ณ ปัจจุบันบริษัทมี 1 แสน ลบ.ในมือและเตรียมขยายเครือข่ายจำนวน 1.5 หมื่นสถานีฐานทั่วประเทศครอบคลุม 90% ของประชากรในปีหน้า บริษัทแจสมิน โมบายเตรียมเพิ่มทุนจาก 350 ลบ. ไปเป็น 5 พัน ลบ. โดยจะหาพันธมิตรเพื่อซื้อหุ้นจำนวน 25-30% ของหุ้นทั้งหมดก่อนที่จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (The Nation)
• SIRI (1.52 บ.) ตั้งเป้ายอดขายพรีเซลเติบโตถึง 40% ในปี 2559 เพิ่มขึ้นจาก 30 พันลบ. ในปีนี้ ขณะที่ การรับรู้รายได้เข้ามาน่าจะอยู่ที่ 37 พันลบ.เท่ากับตัวเลขคาดการณ์ในปีนี้ โดยรายได้ 10.4 พันลบ. ในปีหน้าจะมาจากแบล็คล็อกจำนวน 27 พันลบ. ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงปี 59-61 ตัวเลขโครงการที่จะเปิดตัวในปีหน้าจะมากกว่าปีนี้ที่ 11 โครงการมูลค่ารวม 22 พันลบ.ซึ่งต่ำกว่าแผนเดิมที่บริษัทตั้งเป้าไว้ว่าจะเปิดโครงการใหม่ 17 โครงการมูลค่ารวม 30 พันลบ. (The Nation)
ต่างประเทศ
• นักลงทุนมองอนาคตในปี 2016 เสียงส่วนใหญ่มองว่าเฟดจะทยอยขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างช้า ๆ และเศรษฐกิจจะสามารถซึมซับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดังนั้น เรื่องแรกในปีหน้าคือการติดตามทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐและผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาด ปี 2015 เป็นปีที่นักลงทุนในหุ้นขาดทุนมาก ตอนนี้จึงมุ่งไปที่ปี 2016 (Reuters)
สหรัฐ:
• ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงเล็กน้อยเมื่อวันพฤหัส เนื่องจากราคาหุ้นกลุ่มพลังงานตกระหว่างช่วงการซื้อขายในวันคริสต์มาสอีฟ กลุ่มพลังงานเบรคการขึ้นติดต่อกัน 3 วันของตลาดและเป็นตัวฉุดตลาดมากที่สุดถึงแม้ว่าราคาน้ำมันจะสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยราคาน้ำมันดิบสหรัฐจะได้กำไรติดต่อกันเป็นวันที่ 4 (Reuters)
• จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสหรัฐลดลงอยู่ที่ 267,000 รายในสัปดาห์ก่อน เอาชนะตัวเลขประมาณการที่ 270,000 ราย จำนวนผู้รับสวัสดิการฯ ยืนอยู่ระดับต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นเวลา 42 สัปดาห์ติดต่อกัน สนับสนุนมุมมองเฟดที่ว่าตลาดแรงงานมีเสถียรภาพ (Reuters)
ยุโรป:
• หุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นในวันพฤหัส นำโดยตลาดหุ้นอังกฤษ โดยหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์วิ่งขึ้นหลังจากราคาน้ำมันเดินหน้าเป็นวันที่ 4 ติตดต่อกัน หุ้นผู้ผลิตน้ำมันขนาดใหญ่ อย่าง BP และ Royal Duth Shell ปิดบวก 1.5% และ 0.4% ตามลำดับ ตลาดหุ้นเยอรมันปิดทำการทั้งวันในขณะที่ตลาดที่เหลือเปิดทำการครึ่งวัน (Reuters)
เอเชีย:
• รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติงบประมาณสำหรับปีงบประมาณ 2559 มูลค่าการใช้จ่ายราว 96.72 ล้านล้านเยน (7.9993 แสนล้านดอลลาร์ฯ) ที่จะเริ่มในวันที่ 1 เม.ย. ปีหน้า ซึ่งเน้นการเติบโตที่สูงขึ้นของเศรษฐกิจและรายได้ภาษีเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในยปัจจุบันและควบคุมหนี้สาธารณะ (Reuters)
• ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานพื้นฐานในญี่ปุ่นสูงขึ้น YoY ในเดือน พ.ย.หลังจากที่หดตัว 3 เดือนติดต่อกันก่อนหน้านี้ โดยขยายตัว 0.1% YoY จากที่หดตัว 0.1% ในเดือน ต.ค. ก่อนหน้า และดีกว่าที่ตลาดประเมินว่าจะเพียงทรงตัว (Reuters)
• การใช้จ่ายภาคครัวเรือนในญี่ปุ่นหดตัวลง 2.9% YoY ในเดือน พ.ย.ลดลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่าจะหดตัว 2.4% YoY (Reuters)
• อัตราการว่างงานในญี่ปุ่นเดือน พ.ย. สูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.3% เทียบกับที่ตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 3.2% (Reuters)
• ความเชื่อมั่นทางธุรกิจของผู้ประกอบการและนายธนาคารในจีนหดตัวลงในงวด 4Q58 โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 46% ลดลงมา 4.5% จากงวด 3Q58 ก่อนหน้า อ้างอิงจากการสำรวจของธนาคารกลางจีน (PBOC) (Reuters)
สินค้าโภคภัณฑ์:
• ราคาน้ำมันขึ้น 4 วันติดต่อกันเมื่อวันพฤหัส เนื่องจากอุปทานของน้ำมันร่วงลงและการยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดิบที่บังคับใช้มานานกว่า 40 ปีในสหรัฐฯ ทำให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดล่วงหน้าปรับขึ้น 60 เซนต์ (+1.6%) สู่ระดับ 38.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นกำไรต่ออาทิตย์สูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. ราคา Brent ในตลาดล่วงหน้าขึ้น 57 เซนต์ (+1.5%) อยู่ที่ 37.93 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ในปีนี้ราคา Brent ได้ร่วงลงมากว่า 35% แล้ว (Reuters)
• ราคาทองปรับขึ้นวันพฤหัส ซึ่งชดเชยกับการที่ทองราคาตกเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาท่ามกลางสภาวะปริมาณทองต่ำ การที่ดอลลาร์ปรับตัวอ่อนลงก่อนช่วงวันหยุดคริสต์มาสและการฟื้นตัวของราคาน้ำมันมีส่วนในราคาทองที่ปรับขึ้นนี้ ราคาทองคำตลาดจรปรับขึ้น 0.54% ที่ 1,076.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำตลาดล่วงหน้าปรับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 1,075.9 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตลาดการซื้อขายจะปิดทำการวันศุกร์นี้และจะเปิดอีกครั้งในเย็นวันอาทิตย์ (Reuters)






