วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม 2569

Login
Login

“ทวินช็อป สตูล”โชห่วยกลายพันธุ์

“ทวินช็อป สตูล”โชห่วยกลายพันธุ์

ส่งท้ายปี'58 กับการปฏิวัติตัวเองของผู้ประกอบการภูธรเพื่อต่อกรกับค้าปลีกยักษ์ใหญ่ เปลี่ยน“โชห่วย”ให้กลายเป็นร้านสายพันธุ์ใหม่ในชื่อ“ทวินช็อป"

อาคารสีเหลืองเด่น สไตล์ชิโน-โปรตุกีส เลียนแบบจากบ้านหลังงามในปีนัง ตรงเพดานประดับประดาด้วยโคมไฟรูปกรงนก สัญลักษณ์ของวิถีชีวิตคนภาคใต้..

ถ้าไม่เข้าไปในร้าน ไม่เห็นสินค้าที่จัดวางอยู่ ก็แทบจะดูไม่ออกเลยว่า สถานที่แห่งนี้คือร้าน “โชห่วย”

“ผมจะไม่แข่งกับยักษ์ใหญ่ แต่จะสร้างโมเดลธุรกิจใหม่”

“กรกช ยีอาร์” เจ้าของร้าน “ทวินช็อป สตูล” บอกระหว่างขึ้นเวที “SME Thailand Big Knowledge Day 2015” มหกรรมสร้างความรู้ เพื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เฉลยที่มาของแนวคิดการเลือกทำโชห่วยภาพลักษณ์ใหม่ แทนที่จะใช้ทางลัดไปซื้อแฟรนไชส์แบรนด์ดังมาทำ หลังพบว่า แม้แต่ร้านโชห่วยบ้านๆ ก็ยังอยู่ได้ ไม่เคยตายไปจากชุมชน

“ผมตั้งคำถามว่า ทำไมร้านโชห่วยในชนบทถึงไม่ตาย ยังอยู่ได้ หลายคนบอกว่า โชห่วยเจ๊งแน่ แต่ผมไม่เชื่ออย่างนั้น ผมคิดว่าโชห่วยก็มีเสน่ห์ของมัน และเชื่อว่า ถ้าเราตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ ธุรกิจก็เดินต่อไปได้”

คนสตูลรู้จักเขาในชื่อ “ปลัดบอย” ไม่ต้องแปลกใจเพราะถึงวันนี้เขาก็ยังเป็น “ข้าราชการ 100%” โดยมีตำแหน่งเป็นปลัดเทศบาล ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล “ทวินช็อป” เป็นธุรกิจแรก ที่เขาข้ามสายงานมาทำ หลังใช้ชีวิตราชการมานานถึง 20 ปี มีประสบการณ์เป็นทั้ง ปลัดอำเภอ เลขาผู้ว่าราชการจังหวัด เคยทำงานกับอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ฯลฯ ชีวิตราชการก็ดูรุ่งเรืองดี แต่ทำไมถึงอยากมาทำธุรกิจ

“ยกตัวอย่าง เจ๊กแก่ๆ คนหนึ่ง เปิดร้านจักรยาน กับผู้ว่าราชการจังหวัดที่ไม่ได้สร้างธุรกิจอะไรเลย มีแต่เงินเดือนล้วนๆ สมมติถ้าตายไป ใครกันที่สร้างสมบัติให้ลูกตัวเองได้ คำตอบคือเจ๊กแก่ๆ เพราะจะมีร้านจักรยานให้ลูกเลี้ยงชีวิตต่อไปได้ แต่กับผู้ว่าราชการจังหวัด...ไม่มีอะไรเลย”

เขาบอกความจริงในชีวิตราชการ ที่ถ้าทำงานอย่างซื่อสัตย์ แม้ไม่ถึงกับจน แต่ก็ไม่มีทางร่ำรวย ยิ่งพอหลับตานึกภาพตัวเองในวันที่ไปสู่เป้าหมายสูงสุดในชีวิตราชการแล้ว เขาเห็นแต่ คนทำงานหนัก ชีวิตขึ้นกับตารางนัด ไม่มีเวลาให้แม้แต่คนในครอบครัว สุขภาพแย่ และไม่น่าจะมีความสุข

ในตอนนั้นเองที่เขามีความคิดอยากทำธุรกิจ เพื่อเป็นมรดกให้กับลูกแฝดของเขา

กรกช เป็นปลัดที่ชอบอ่านหนังสือ ชอบศึกษา และช่างแสวงหา ยิ่งการหันมาทำในสิ่งที่ต้นทุนความรู้เท่ากับ “ศูนย์” ด้วยแล้ว เขาก็ยิ่งต้องทำการบ้านหนักขึ้น จนเมื่อได้รู้ข่าวของ “ล.เยาวราช” ร้านโชห่วยชื่อดังในเยาราชที่ลุกมาปฏิวัติตัวเองจนประสบความสำเร็จ เขาก็เริ่มมีความหวังมากขึ้น

ปลัดหนุ่มตัดสินใจติดต่อ “ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ” ดีไซเนอร์และฟู้ดสไตลิสต์ชื่อดัง แห่งขาบสตูดิโอ เบื้องหลังการ “รีแบรนดิ้ง” ร้าน “ล.เยาราช” เพื่อขอให้มาเปลี่ยนภาพให้กับโชห่วยที่เขากำลังจะสร้างขึ้น จะได้ไม่ต้องคลำทางเองทุกอย่าง เราเลยได้เห็น “ทวินช็อป” ปรากฏกายขึ้นในเมืองสตูล กับสัญลักษณ์ดอกคูณ ดอกไม้ประจำชาติไทย ส่วนชื่อร้าน “ทวิน” ก็มาจากลูกแฝดของเขา กับความหมายแฝงที่สะท้อนถึงการ “ยกกำลังสอง” มีกำลังที่เพิ่มขึ้นเท่าทวีในธุรกิจ

คอนเซ็ปต์ของโชห่วยแบบทวินช็อป ไม่ได้ขายสากเบือยันเรือรบ แต่จะขายแค่ “ของที่กินได้” หรือนำไปปรุงเป็นอาหารได้เท่านั้น สินค้าในร้านส่วนหนึ่งจะเป็นแบรนด์ของตัวเอง โดยจะเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีในชุมชนเพื่อกระจายรายได้สู่คนสตูล

“ผมจะทำร้านโชห่วยที่เป็นไดนามิก คือ เคลื่อนไหวได้ ยืดหยุ่น ปรับไปตามความต้องการของลูกค้า อย่างถ้าเปิดมาแล้วไม่ตอบโจทย์ ก็ปรับใหม่ให้ตอบโจทย์ ผมเห็นร้านโชห่วยที่สตูล เขาเปิดติดกับ เซเว่นฯ เลย แต่มีการปรับตัว อย่างเอาพวก ส้ม กล้วย หรือผลไม้ต่างๆ มาวางขาย ซึ่งเซเว่นฯ ไม่มี ถึงมีก็ขายแพงกว่า และ นี่คือโอกาสที่ผมเห็น”

ปลัดบอยตั้งใจให้ทวินช็อป เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองสตูล เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศ โดยอาศัยจุดเด่นของสตูลที่เป็นประตูสู่มาเลเซีย และการมาถึงของเออีซี ที่เขาเชื่อว่าจะยังสร้างโอกาสธุรกิจได้อีกมากในอนาคต

ปลัดบอยเป็นคนคิดใหญ่ และฝันใหญ่ เขาบอกเหตุผลที่เลือกค้าปลีก เพราะเป็นธุรกิจเดียวที่สามารถขยายสาขาจำนวนมากๆ ได้ ซึ่งถ้าร้านที่เขาทำสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคคนไทยได้ ก็อยากขยายไปทั่วประเทศ เขาใช้คำว่า

“มากที่สุดเท่าที่จะมีกำลัง เพื่อให้คนไทยได้ร่วมอุดหนุนแบรนด์ของคนไทย โดยไม่ต้องมีทางเลือกแค่ค้าปลีกยักษ์ใหญ่ หรือแบรนด์นอกเท่านั้น

“ผมเป็นข้าราชการตัวเล็กๆ ชาวบ้านธรรมดาๆ นี่แหล่ะ ที่ตั้งใจลงมาทำธุรกิจ และอยากให้ตอบโจทย์คนไทย อยากให้คนไทยช่วยกันสนับสนุน ซึ่งถ้าผมทำได้ ทุกคนก็ทำได้ และจะเป็นเรื่องดีมาก ถ้าอนาคตเราจะมีร้านแบบนี้ ร้านของคนไทยตัวเล็กๆ เกิดขึ้นในทุกชุมชน”

แผนการขยายในอนาคตเขายังมองที่จะลงทุนเอง จนเมื่อโมเดลแข็งแกร่ง และพิสูจน์ได้ถึงความสำเร็จแล้ว ก็จะเริ่มขายแฟรนไชส์ โดยบอกว่า จะต้องเป็นการลงทุนที่ไม่สูงมากเหมือนแบรนด์ใหญ่ ต้องแบ่งผลตอบแทนที่เป็นธรรม ด้วยข้อตกลงที่ไม่เอารัดเอาเปรียบ ขณะที่สินค้าที่เข้าร้านก็ต้องให้ผลประโยชน์ที่เป็นธรรมกับเจ้าของสินค้าด้วย

“ผมจะทำทุกอย่างให้ วิน-วิน เพราะถ้าเขาอยู่ได้ ผมก็อยู่ได้” เขาเชื่อเช่นนั้น

ฝันของปลัดหนุ่มยังอยากทำอีกหลายธุรกิจ โดยที่จะใช้ธุรกิจแรกเป็นการฝึกวิชาตัวเอง ประสาคนที่เป็นข้าราชการเต็มตัวมาตลอดชีวิต ซึ่งธุรกิจต่อไปที่มองไว้ ก็ให้สอดคล้องไปกับร้านโชห่วย อย่างธุรกิจอาหารที่ส่งให้กับร้านของพวกเขา เป็นต้น

อาหารก็น่าทำนะ เหมือนค้าปลีกแบรนด์ใหญ่ๆ เขาก็จะมีทำอาหารส่งร้านค้าปลีกของเขาเอง มันก็เชื่อมต่อกันได้ อนาคตถ้ามีโอกาสผมก็อยากลองดู โดยเอาโชห่วยเป็นตัวฝึกวิชาไปก่อน” เขาบอก

ธุรกิจแรก กลัวเฟล กลัวล้มเหลวบ้างไหม ปลัดบอยบอกว่า ไม่เคยนึกถึงคำนั้น

“ผมมองว่าคนอื่นที่เขาไม่มีแผนธุรกิจอะไรเลย เขายังขายได้ แล้วผมซึ่งมีการวางแผน มีการศึกษามาขนาดนี้ ผมเชื่อว่า ผมก็ต้องทำได้ อยากให้หลายๆ คนดูเป็นตัวอย่างว่า จากข้าราชการคนหนึ่งที่เป็นข้าราชการ 100% มาทำธุรกิจ มันทำได้จริง ผมเริ่มจากศูนย์ จากไม่มีความรู้อะไรเลย มาศึกษา มาทำทุกอย่าง ผมเลยไม่กลัวเจ๊ง เพราะเชื่อว่า ถ้าคนเรามีความพยายามไม่มีทางเจ๊ง ถ้าเราสู้ ไม่เจ๊งแน่” เขาเชื่อเช่นนั้น

ในสนามยังเต็มไปด้วยการแข่งขัน แต่เขาก็ยังหวังว่า โชห่วยเล็กๆ แห่งนี้ จะเติบโตขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกให้กับคนไทย หรือแม้แต่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการตัวเล็กๆ กล้าลุกมาฝันใหญ่ และลงมือทำเหมือนกับเขา
เพื่อต่อกรกับยักษ์ และสร้างความสำเร็จขึ้นมา ด้วยมือเล็กๆ ของพวกเขา

...................................

Key to success
สูตรกลายพันธุ์โชห่วย “ทวินช็อป”

๐ สร้างโมเดลใหม่ ฉีกตัวเองจากคู่แข่ง
๐ ไม่มีประสบการณ์ ต้องทำการบ้านให้หนัก
๐ เลือกค้าปลีกเพราะขยายง่ายกว่าธุรกิจอื่น
๐ เป็นโชห่วยที่ไดนามิก ยืนหยุ่น ปรับตามความต้องการ
๐ เป็นแลนด์มาร์ค รับการท่องเที่ยวและ เออีซี
๐ ยึดหลัก ทำธุรกิจต้อง วิน-วิน ซื่อสัตย์ ไม่เอาเปรียบ