วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบรกฯ ประสานเสียงสั่งปรับพอร์ตขายหุ้นสื่อสาร

โบรกฯ ประสานเสียงแนะนักลงทุนปรับพอร์ตขายหุ้นสื่อสาร หลังราคาประมูล 4G พุ่งกระทบผลประกอบการ มองหุ้นปีหน้าแกว่ง 1,600-1,700 จุด

นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า ไทยพาณิชย์ได้มีการลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นสื่อสาร หลังการประมูล 4G จบสิ้นลง โดยเฉพาะบริษัทที่ชนะการประมูล 4G ทั้งบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE บริษัท จัสมินอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS บริษัทแอดวานซ์อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เนื่องจากมีต้นทุนจากการประมูลสูงขึ้นมากและยังต้องใช้เวลาการลงทุนโครงข่ายอย่างน้อย 1 ปี รวมทั้งยังต้องมีการแข่งขันด้านราคาในการดึงลูกค้า ดังนั้น ในช่วงนี้จึงไม่มีการรับรู้รายได้เพิ่ม

ขณะที่บริษัทโทเทิ่ลแอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากไม่ชนะการประมูลและจะต้องมีการลงทุนเพิ่มในการพัฒนาโครงข่ายที่มีอยู่ให้รองรับการบริการลูกค้า แม้ว่าขณะนี้จะมีโครงข่ายมากที่สุดและต้องคืนใบอนุญาต 1,800 เมกะเฮิร์ตในปี 2561 จึงมองว่าปี 2559 หุ้นสื่อสารจะยังไม่น่าลงทุนและจะกลับมาน่าลงทุนอีกครั้งปี 2560 ส่วนหุ้นกลุ่มที่น่าสนใจขณะนี้คือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ สินค้าไม่คงทน ท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน และกลุ่มก่อสร้าง

ส่วนภาพรวมตลาดหุ้นไทยปี 2559 มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นกว่าปี 2558 ที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ค่อนข้างอ่อนแอปรับตัวลดลงร้อยละ 12 คาดปี 2559 ตลาดหุ้นไทยจะอยู่ที่ 1,600-1,700 จุด ซึ่งได้รับปัจจัยบวกการการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ซึ่งมาจากการลงทุนของภาครัฐที่จะช่วยกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชนและความเชื่อมั่นให้ปรับดีขึ้น ซึ่งจะสามารถดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย ประเมิน JAS-TRUE ชนะประมูลคลื่น 900 MHz เป็นลบต่อกลุ่มสื่อสาร แนวโน้มปรับลดราคาเป้าหมายลงทุกตัว ส่วนผลกระทบเบื้องต้น ADVANC อาจต้องลงทุนเพิ่มขึ้น ใช้ค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาฐานลูกค้า ขณะที่ DTAC มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการทำธุรกิจหลังปี 2561 เมื่อสัญญาสัมปทานหมดอายุเหลือคลื่นเดียว คือ 2.1GHz ซึ่งหมายถึงส่วนแบ่งตลาดรายได้มีโอกาสลดลงสูง หากไม่มีการประมูล 1800 MHz รอบใหม่หลังปี 2558 แม้ว่า DTAC จะสามารถแข่งขันได้ในช่วงปี 2559-2561 จากคลื่นบนสัญญาสัมปทาน แต่มีต้นทุนสูงกว่าคู่แข่ง

TRUE คาดว่าต้องเพิ่มทุนแน่นอน เพิ่มรายจ่ายลงทุน และค่าใช้จ่ายการตลาด ขณะที่การแข่งขันมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นกดดันรายได้ แม้มีโอกาสแย่งส่วนแบ่งตลาดรายได้จาก ADVANC และ DTAC ซึ่งคาดว่ามีแนวโน้มกลับมารายงานขาดทุนในช่วง 2559-2561 และไม่สามารถจ่ายเงินปันผล JAS คาดว่าจะขาดทุนทุกปีและไม่น่ามีมูลค่าเหลือจากการลงทุนในการได้คลื่นมาที่ 70,000 ล้านบาท นอกจากนี้ การยอมซื้อคลื่นที่ราคาแพงกว่าที่ ADVANC ยอมรับได้สะท้อนความไม่สมเหตุสมผลของ JAS และน่าจะส่งผลลบต่อกลุ่มสื่อสารโดยรวม