วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 15 ธันวาคม 2558

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มหลังนักลงทุนและกองทุนทำการซื้อกลับ (Short Covering) เพื่อปิดสถานะ

- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 0.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังนักลงทุนและกองทุนทำการซื้อกลับ (Short Covering) เพื่อปิดสถานะ หลังตลาดกังวลเกี่ยวกับผลการประชุมของกลุ่มประเทศโอเปค (OPEC) ในวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้สัญญาที่ถือด้วยสถานะ Net Long ของผู้จัดการกองทุนแตะระดับ 46,919 สัญญา ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 6 ปี ตามการรายงานของหน่วยงานกำกับดูแลอนุพันธ์ของสินค้าโภคภัณฑ์สหรัฐ (CFTC) อย่างไรก็ดี การปรับเพิ่มคงเป็นไปในระยะสั้นเนื่องจากสภาพอุปทานที่ล้นตลาดยังคงกดดันราคาน้ำมันดิบต่อไป

- นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันดิบในสหรัฐ ยังคงได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในการทำความร้อนที่อ่อนตัวกว่าที่คาดการณ์ หลังอากาศหนาวไม่ได้เป็นไปตามฤดูกาล ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดซื้อขายล่วงน้า (Future Market) ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 13 ปี

+ จับตารายงายสำนักงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ในวันที่ 15 ธ.ค. โดยข้อมูลล่าสุดตามการคาดการณ์ของรอยเตอร์รายงานว่าในเดือน ธ.ค. อิหร่านวางแผนจะส่งออกน้ำมันดิบราว 1.26 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง

- ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ที่อยู่ในระดับแคบส่งผลให้สหรัฐ มีแนวคิดจะยกเลิกข้อห้ามการส่งออกน้ำมันดิบ เพื่อเป็นการระบายอุปทานน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มแตะระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังมีการขุดเจาะน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดานภายในประเทศและเป็นการช่วยสนับสนุนให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินในตลาดสหรัฐ ที่อยู่ในระดับสูงมีส่วนช่วยสนับสนุนให้ราคาในทวีปเอเชียปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย หลังจากอุปทานในสหรัฐ ตึงตัวขึ้นเนื่องจากมีโรงกลั่นปิดซ่อมบำรุงอย่างกระทันหัน อย่างไรก็ดี อุปสงค์น้ำมันเบนซินเอเชียโดยภาพรวมยังคงทรงตัว


ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันของอุปทานน้ำมันดีเซลเกรด 500ppm ที่ล้นตลาดจากจีน อินเดีย และตะวันออกกลาง ขณะที่อุปสงค์ภายในภูมิภาคยังคงทรงตัวในระดับต่ำ โดยคาดการณ์ว่าอุปทานจะยิ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นจนถึงสิ้นปี เนื่องจากโรงกลั่นแห่งต่างๆ ต้องทำการลดปริมาณสินค้าคงคลังในช่วงปลายปี


ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 34-39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 36-42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15-16 ธ.ค. นี้ โดยตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ หลังจากที่คงอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับต่ำที่ร้อยละ 0 - 0.25 มานานกว่า 7 ปี หลังจากข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้กระแสการคาดการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น และส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งซื้อขายในสกุลดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้น

- จับตารายงานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ในวันที่ 15 ธ.ค. ว่าอิหร่านสามารถปฎิบัติตามข้อตกลงทั้งหมดได้หรือไม่ หากอิหร่านสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงทั้งหมด จะส่งผลให้ได้รับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรและกลับมาส่งออกน้ำมันดิบตามปกติภายในปีหน้า ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าอิหร่านอาจส่งออกน้ำมันดิบสู่ตลาดโลกมากขึ้นอีกราว 5 - 7 แสนบาร์เรลต่อวันภายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559

- ตลาดน้ำมันดิบยังคงเผชิญกับภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดยังคงไม่คลี่คลาย หลังการประชุมกลุ่มโอเปคไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับเพดานการผลิตน้ำมันสำหรับช่วง 6 เดือนข้างหน้าได้ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณให้ประเทศสมาชิกยังคงเดินหน้าผลิตน้ำมันดิบในระดับปัจจุบันต่อไปซึ่งเกินเพดานถึงวันละกว่า 1 ล้านบาร์เรล จากเพดานปัจจุบันที่ 30 ล้านบาร์เรล/วัน เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดจากผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคไว้

- ติดตามทิศทางเศรษฐกิจยูโรโซน หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับร้อยละ 0.05 และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ร้อยละ 0.1 สู่ระดับ เป็นร้อยละ -0.3 (อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ติดลงมีหมายความว่าธนาคารพาณิชย์ต้องจ่ายค่าฝากเงินให้กับ ECB) นอกจากนี้ ECB มีมติขยายระยะเวลาในการดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ออกไปจนถึง มี.ค. 2560 จากเดิมที่จะสิ้นสุด ก.ย. 2559

                                                  -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999