วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร้อยพลัง “คนอาสา” เชื่อมจิ๊กซอว์โครงการเพื่อสังคม

“อาสาสมัคร-เงินทุน-เครือข่าย-ความรู้” คือ 4 ทรัพยากรสำคัญ ที่ร่วมเปลี่ยนแปลงสังคมได้

ว่ากันว่า ประเทศไทยมีผู้ที่พร้อมให้การสนับสนุนโครงการน้ำดีอยู่ไม่น้อย ทั้งการเป็นอาสาสมัคร เครือข่าย เงินทุน ตลอดจนองค์ความรู้ ขณะมีกลุ่มคนหรือองค์กรที่ทำงานภาคสังคมอีกจำนวนมากเช่นกัน ที่ยังขาดโอกาสในการเชื่อมต่อหรือเข้าถึงทรัพยากรสำคัญๆ เหล่านี้

คนสองมุม ที่มีเป้าประสงค์เดียวกัน แต่กลับขาดช่องทางและการบริหารจัดการให้เชื่อมต่อถึงกันได้

ที่มาของโครงการ “ร้อยพลังเปลี่ยนประเทศ” ตัวกลางที่จะเชื่อมคนสองภาคส่วน คือ คนทำงานภาคสังคม และคนที่พร้อมให้การสนับสนุน ให้เกิดการทำงานร่วมกัน และสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน

“เพราะปัญหาของประเทศมีขนาดใหญ่และมีความหลากหลาย จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องสร้างกลไกหรือเครื่องมือให้คนจำนวนมากสามารถลงมือทำร่วมกัน ซึ่งจะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ให้กับสังคมได้"

คำของ “วิเชียร พงศธร” ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อคนไทย หนึ่งในภาคีผู้ร่วมดำเนินการโครงการ “ร้อยพลังเปลี่ยนประเทศ” สะท้อนความสำคัญของการออกแบบเครื่องมือหรือช่องทาง เพื่อสร้างมิติใหม่ให้การทำงานเพื่อสังคม

วันนี้เราเลยได้เห็นโครงการร้อยพลังเปลี่ยนประเทศถือกำเนิดขึ้น ได้เห็นการทำงานร่วมกันของคนภาคสังคมและภาคธุรกิจ แม้แต่การเกิดขึ้นของเว็บไซต์ www.thailandcollaborationforchange.com พื้นที่ส่วนกลางที่จะเชื่อมผู้สนับสนุนสู่คนทำงานเพื่อสังคม เพื่อสร้าง “พลังร่วม” ให้ทุกภาคส่วนได้พัฒนาสังคมร่วมกันอย่างยั่งยืน

หลังจากเปิดตัวโครงการไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และประกาศรับสมัครโครงการเพื่อสังคมในเดือนพฤษภาคม พบว่ามี 141 โครงการ ที่สมัครเข้าร่วม 68 โครงการพร้อมดำเนินงาน และ 31 โครงการที่พร้อมขยายผล เพื่อให้สามารถช่วยคนไทยได้เบื้องต้นได้ที่ “4.12 ล้านคน” ตามจำนวนกลุ่มเป้าหมายของผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการ ในประเด็นต่างๆ ครอบคลุมทั้ง กลุ่มคนชรา คนพิการและสังคมสุขภาวะ เยาวชน คนต้านโกง คนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ เกษตรกร ประชาชนในพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชน และพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม

“คนเราถ้าได้รับสิ่งดีๆ ในชีวิตมา แล้วไม่แบ่งปันให้คนอื่น เราจะเป็นเหมือน Dead Sea คือ ทะเลตาย น้ำไหลเข้าแต่ไม่มีที่ให้ไหลออก น้ำเลยเค็มมาก แล้วก็จะเป็นแหล่งแห่งความตาย ถ้าเรารับสิ่งดีๆ มา แล้วไม่แบ่งปัน เราจะเจ็บจุกจนตาย”

“มนตรี ศรไพรศาล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บลจ.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) บอกความเชื่อส่วนตัว ระหว่างร่วมในเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์อาสาสมัครพัฒนากองทุนเพื่อสังคม “งานตลาดนัดโอกาสร้อยพลังเปลี่ยนประเทศ : กลไกลดความเหลื่อมล้ำ..ปัญหาเด็ก เกษตรกร คนชรา คนพิการและต่อต้านคอร์รัปชัน” เมื่อวันก่อน เขาคือตัวอย่างของ “ทรัพยากรคน” หรือ “อาสาสมัคร” ที่อุทิศเวลาและความเชี่ยวชาญมาช่วยสังคม โดยร่วมกับ “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) จำกัด และ “วินท์ ภักดีจิตต์” กรรมการ สำนักกฎหมาย เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี ประเทศไทย ร่วมเป็นคณะกรรมการกำกับทิศทางพัฒนากลไกระดมทุนและพัฒนาเครื่องมือการลงทุนเพื่อสังคมร้อยพลังเปลี่ยนประเทศ พร้อมกับนักธุรกิจอีกหลายท่าน อาทิ “วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ”, “วาทนันท์ พีเตอร์สิค”, “ดวงทิพย์ เอี่ยมรุ่งโรจน์”, “วิเชียร พงศธร” และ “สุนิตย์ เชรษฐา” ซึ่งคาดว่า พร้อมเปิดตัวกลไกนี้ในปี 2559

“มันไม่ใช่แค่หาเงินมาแล้วใช้เงินไป แต่จะทำอย่างไรที่สามารถนำพลังของหลายๆ องค์กรที่คิดจะให้ แล้วมาต่อจิ๊กซอว์กับองค์กรที่กำลังต้องการทรัพยากร หลายคนมีกำลัง มีความตั้งใจ แต่ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรดี หลายคนมีภารกิจ มีความรู้สึกว่า อยากจะให้ อยากไปช่วยคนพิการ คนชรา ช่วยเด็กให้มีการศึกษา ช่วยให้คนพัฒนาฝีมือแรงงาน ฯลฯ ผมคิดว่า ถ้าเราสามารถเชื่อมโยงสิ่งเหล่านี้ได้ ก็จะเกิดเป็นประโยชน์ทวีคูณ” มนตรีบอก

จากจุดเล็กๆ ของคนอาสา ถ้า “ร่วมกันทำ” ก็ก่อพลังที่ยิ่งใหญ่ได้ ดูตัวอย่างคำบอกเล่าของ “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” จาก หลักทรัพย์ ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) ที่เคยเข้าร่วมโครงการ เน็กซ์ซัส (Nexus) ของ Search for Common Ground องค์กรที่ไม่หวังผลกำไรในสหรัฐอเมริกา ที่พยายามโปรโมทให้คนรุ่นใหม่จากทั่วโลกมาเป็นเครือข่ายร่วมหาวิธีพัฒนาสังคม

“ผมเชื่อว่า หลายคนมีจิตอาสา มีใจที่อยากจะช่วย แต่ทำอย่างไรเมื่อช่วยเขาแล้ว ให้เขาต่อยอด และสามารถยืนบนลำแข้งตัวเองได้ และเมื่อเขาช่วยตัวเองได้ ก็จะสเกลมากขึ้นเพื่อมีผลกระทบในเชิงบวกต่อสังคมในวงที่กว้างขึ้นได้ มองว่า เราไม่ได้มีแค่กำลังกาย กำลังใจ หรือกำลังเงินเท่านั้น แต่ทำอย่างไรให้กำลังของเราเกิดเป็นตัวทวีคูณได้”

ตัวทวีคูณ ในมุมมองของ ปริญญ์ ก็คือ “เครือข่าย” ที่แต่ละคนมี ที่จะช่วยทำเรื่องเล็กๆ ให้ยิ่งใหญ่ขึ้น เขายกตัวอย่างเมื่อ 5-6 ปี ก่อน วันที่ได้ลงไปช่วย บริษัท นวัตกรรมชาวบ้าน จำกัด ของ “นาวี นาควัชระ” ที่บุรีรัมย์ คนทำงานเพื่อสังคม มีทรัพยากร มีคน มีองค์ความรู้ ขาดก็แค่เข้าไม่ถึงแหล่งทุน พวกเขาก็ช่วยหาคนมาเพิ่มกำลังทุน หาเงินหมุนเวียนมาใส่ในกิจการให้ ที่มาของการเข้าหา “กองทุนรวมคนไทยใจดี” ของบลจ.บัวหลวง เพื่อเติมเต็มจุดอ่อนเรื่องเงิน

นอกจากเรื่องเงิน อุปสรรคสำคัญของคนทำนาอินทรีย์ในพื้นที่ดอน ก็คือปัญหาเรื่องน้ำ จึงต่อยอดโดยนำไปพบกับข้าวปลอดสารแบรนด์ “อิ่ม” ในโครงการเกษตรเข้มแข็ง ของ “กรณ์ จาติกวณิช” เพื่อเรียนรู้การทำเกษตรระบบน้ำหยด ก่อนนำกลับไปประยุกต์แก้ปัญหาของพวกเขาต่อไป

พลังเครือข่ายเลยช่วยสังคมได้แบบ 360 องศา โดยไม่ต้องอาศัยทรัพยากรที่มาจากคนๆ เดียว แต่เชื่อมต่อ เติมเต็ม เพื่อแก้ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ขึ้นได้ กลายเป็นความช่วยเหลือที่ “ทวีคูณ” เหมือนคำบอกเล่าของพวกเขา

“อาสาสมัคร-เงินทุน-เครือข่าย-ความรู้” ยังมีความสำคัญกับเหล่าโครงการเพื่อสังคมที่พร้อมขยายผลการแก้ปัญหาสังคมให้ใหญ่ขึ้น ดูตัวอย่าง 7 โครงการ จากงานตลาดนัดโอกาสฯ อย่าง 1.โครงการช่วยเหลือและพัฒนาเยาวสตรี ที่ยังต้องการนักจิตวิทยา และเงินทุนสนับสนุนการบริหารจัดการช่วยเยาวชนสตรี คนละ 53,610 บาท จำนวน 90 คน 2.โครงการส่งน้องเรียนสร้างเด็กดี ต้องการอาสาสมัครพี่เลี้ยงและทุนการศึกษาสำหรับนักเรียน 4,000 คน ปีการศึกษา 2559-2565 3.โครงการสื่อดิจิทัลลดความเหลื่อมล้ำ วิทย์-คณิต ต้องการระดมทุน 610,000 บาท เพื่อนักเรียนด้อยโอกาส 300 คน 4.โครงการหลักสูตรสุจริตไทย ต้องการเครือข่ายขยายผลเรียนรู้หลักสูตรออนไลน์ 200,000 คน

5.โครงการคนกล้าคืนถิ่น ต้องการอาสาสมัครไม่จำกัดจำนวนและเงินทุน 28,000 บาทต่อคน จำนวน 1,600 คน ในปี 2559 จากเป้า 1 ล้านคนภายใน 5 ปี 6. โครงการจ้างงานคนพิการเพื่อทำงานให้ชุมชนและองค์กรสาธารณประโยชน์ ต้องการเครือข่าย 500 บริษัท จ้างงานคนพิการ 5,000 ตำแหน่ง จากเป้าหมาย 3.5 แสนตำแหน่ง ในอนาคตอันใกล้ และ 7. โครงการคนลำสนธิไม่ทอดทิ้งกัน ต้องการระดมทุน 364,000 บาทต่อเดือน สำหรับบริหารสถานบริบาลผู้สูงอายุ และ 125,000 บาทต่อเดือน สำหรับงานบริบาลอาสาผู้ป่วยสูงอายุในชุมชนเป็นเวลา 1 ปี (www.thailandcollaborationforchange.com) ตัวอย่างทางเลือกในการช่วยสังคม ตามความพร้อม และความสนใจของแต่ละคนที่สามารถร่วมเปลี่ยนประเทศไทยไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นได้

เพราะชีวิตไม่ได้เกิดมาแค่เพื่อตัวเราเอง แต่เกิดมาเพื่อกันและกัน และการได้ทำสิ่งดีๆ ร่วมกัน ก็คือความสุขที่เท่าเทียมของคนทั้งโลก