วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ฟูลริชไบรด์’ แม่ค้าแซ่บปั้นธุรกิจร้อยล้าน!

ใช้เวลาเพียง8ปีก้าวสู่เจ้าของธุรกิจเช่าชุดแต่งงาน“Fullrich”ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมีรายได้หลักร้อยล้านบาทต่อปี!ติดตามเรื่องราวแซ่บๆของเธอคนนี้

“ไม่มีทุน” มีรายได้จากเงินเดือนพนักงานแค่ 7.5 พันบาท ทักษะเดียวที่มีติดตัวก็คือการตัดเย็บเสื้อผ้า อย่าว่าแต่จะเป็นเจ้าของธุรกิจร้อยล้านเลย แค่มีธุรกิจสักตัวให้ทำก็ยัง “ยาก”

นั่นคือชีวิตจริงเมื่อ 8 ปี ก่อน ของ “ตั๊ก-ปิยาภัสร์ ค้ำชู” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฟูลริชไบรด์ จำกัด ซึ่งช่างตรงข้ามกับวันนี้ ที่กลายเป็นเจ้าของธุรกิจเช่าชุดแต่งงาน "Fullrich" ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีรายได้ต่อปีกว่าร้อยล้านบาท!

เราได้รู้จักผู้ประกอบการนักสู้ ในวันที่เธอขึ้นเวที “อายุน้อยร้อยล้าน อคาเดมี คอร์ส’20 IDEAS เงินล้าน” ที่จัดโดย บมจ.อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ร่วมกับ บริษัท มัชรูม เทเลวิชั่น

เธอเริ่มต้นธุรกิจตอนอายุ 25 ก่อนหน้านั้นก็ไม่ได้มีต้นทุนชีวิตมากมาย เป็นแค่ลูกแม่ค้าขายส้มตำ รับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้าตั้งแต่ 8 ขวบ เคยทำร้านตัดชุดนักร้อง ชุดราตรีกับพี่สาว ก่อนแยกวงออกมาเพื่อตามหาฝันของตัวเอง เริ่มจากหาประสบการณ์โดยเป็นลูกจ้างในร้านตัดชุดแต่งงาน ชุดราตรี กินเงินเดือนแค่ 7.5 พันบาท ก่อนออกมาเก็บเงินเพื่อต่อความฝันเป็นเจ้าของกิจการตัดชุดเจ้าสาว

“ตอนแรกไม่มีเงิน เลยเริ่มจากไปรับเสื้อผ้าโหลมาเย็บ เพราะไม่ต้องลงทุนอะไร พอเริ่มมีเงิน ก็เอามาเป็นทุน”

เย็บผ้าโหลส่งเขาจะได้สักเท่าไรเชียว ก็กางเกงเลธรรมดา ได้แค่ตัวละ 25 บาท แต่เป้าหมายของเธอในตอนนั้นคือต้องมีรายได้เดือนละ 5 หมื่นบาทให้ได้!

“เลยเริ่มจากตั้งเป้ารายได้ที่อยากได้ ซึ่งการตั้งเป้าหมายนั้นสำคัญมาก คุณต้องมีพิมพ์เขียวชีวิต มีแผน แล้วมันจะทำให้เราได้มาจริงๆ” เธอบอก

รายละเอียดในพิมพ์เขียวชีวิต บอกเธอว่า การจะพิชิตรายได้เดือนละ 5 หมื่นบาท ในหนึ่งอาทิตย์ หนึ่งวัน ยันหนึ่งชม. เธอต้องเย็บเสื้อได้กี่ตัว คำตอบในตอนนั้นคือต้องเย็บได้ไม่ต่ำกว่าวันละร้อยตัว คนอื่นว่า สาหัส แต่เธอว่าไม่ยาก เพราะมีแผนในการเย็บ

“ไม่เคยเย็บผ้าโหลมาก่อน เพราะเป็นช่างเย็บชุดนัดร้อง ชุดราตรี จึงต้องมาปรับตัวเพื่อที่จะได้เงิน วิธีคือไปดูพี่ๆ คนอื่น ว่าเขาทำอย่างไรกัน เย็บอย่างไรถึงจะไว เย็บผ้าโหลก็ต้องมีเทคนิค ก็ศึกษาหาความรู้จากคนที่มีเทคนิคนั้น”

เธอไม่ใช่คนหน้าบาง เลยกล้าที่จะไปขอความรู้จากคน เหมือนกับการกล้าวิ่งไปของานทำ เธอว่า วิ่งหางานก็คือวิ่งหาเงิน เธอโชคดีที่มีมือหาเงินได้ และไม่อายที่จะไปของานใครทำ

เงินก้อนแรกที่หาได้คือ 5 หมื่นบาท เธอแบ่งส่วนหนึ่งไปใช้หนี้ จากที่ไปตึ๊งจักรเย็บผ้าเขามาใช้ บวกค่าใช้จ่ายโน่นนี่ เหลือเงินทุนติดตัวที่ประมาณ 3 หมื่นบาท เธอใช้ก้อนนั้นไปซื้อ “อาวุธ” ที่จะทำมาหากิน พวกกระดาษแพทเทิร์น ไม้บรรทัด ดินสอ ราวแขวนผ้าฯลฯ ตั้งใจว่าจะทำร้านให้เช่าชุดราตรี

“เน้นของที่จะเอามาทำเงินได้ก่อน โดยไปซื้อผ้ามาตัดชุดราตรีให้เช่า เริ่มต้นที่ 2 ชุด วันรุ่งขึ้นก็ได้เงินเลย ตอนนั้นให้เช่าอยู่ประมาณตัวละ 2.5 พันบาท พอมีกำไรก็เอาไปต่อยอดธุรกิจ”

ราคาเช่าชุดราตรีมีหลายระดับ ตั้งแต่หลักร้อย หลักพัน หลักหมื่น ยันหักแสน เธอบอกว่า ไม่เลือกตลาดล่าง เพราะคนไม่ค่อยรักษาของ เรียกว่า ให้เช่าไปก็ได้ชุดพังๆ กลับมา หาเงินจากชุดได้แค่ไม่กี่รอบ เธอเลยเลือกตลาดกลาง ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของชุดเช่า

“ทำธุรกิจ กำไรจริงๆ ไม่ควรต่ำกว่า 50% นั่นคือ ค่าลมหายใจของเรา เรามีเงินเดือน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง สมมติรับเช่าตัดอยู่ที่ 5 พันบาท กำไรต้องได้แล้ว 2.5-3 พันบาท ถ้าต่ำกว่านี้ไม่ทำ ขาดทุนเวลาชีวิต” เธอว่าอย่างนั้น

จากชุดราตรี สั่งสมทุนแล้วขยับมาให้เช่าชุดแต่งงาน เธอยอมรับว่า ชุดแต่งงานกำไรดีกว่าชุดราตรีมาก แต่เงินลงทุนก็มหาศาลเช่นกัน

“ชุดแต่งงานกำไรเยอะกว่าชุดราตรีก็จริง แต่การลงทุนสูงกว่ามาก ถ้าบริหารจัดการไม่ดี คุณจะล้มแบบหัวฟาดพื้นได้เลย อย่างผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสเมตรหนึ่งก็ 1.8 หมื่นบาท เข้าไปแล้ว บางชุดใช้ 9 เมตร น้อยที่สุดคือหนึ่งเมตร เขาไม่ขายด้วยนะ 50 เซนติเมตร ถ้าจะซื้อก็ต้องจ่ายแพงมาก”

นอกจากต้องบริหารจัดการให้ดี อีกโจทย์หินคือ ชุดแต่งงานตัดเย็บยากกว่าชุดราตรีมาก เพราะรายละเอียดเยอะกว่า เลยต้องใช้ฝีมือและเวลามากกว่า ฉะนั้นการจะให้ได้กำไร จึงต้องร่นระยะเวลาในการทำให้ได้มากที่สุด โดยที่ยังได้รายละเอียดเท่าเดิม เพื่อทำให้ “ต้นทุนเวลา” น้อยลง ก็จะสามารถทำ “กำไร” ได้มากขึ้น ซึ่งทั้งหมดอาศัยประสบการณ์ของคนทำล้วนๆ

ตลาดให้เช่าชุดแต่งงานจะทำกำไรหอมหวานแค่ไหน ปิยาภัสร์ เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ ว่า ชุดแต่งงาน 1 ชุดในร้านของเธอ ทำรายได้เท่ากับรถเบนซ์ 1 คัน!

“ชุดแต่งงาน 1 ชุด สามารถทำรถเบนซ์ได้ 1 คัน อย่าง ต้นทุนอยู่ที่ 1 แสนบาท ทำรายได้ 3-4 ล้านบาท ตอนแรกได้ฮอนด้า แจ๊ซ ก่อน เลยตั้งชื่อชุดนั้นว่า ฮอนด้า แจ๊ซ ตอนนี้เป็นเบนซ์แล้ว” เธอบอกกำไรหมุนเวียนที่เกิดจากการให้เช่าชุด ซึ่งตัดหนึ่งครั้ง ถ้าดูแลดีๆ สามารถทำเงินได้ไม่ต่ำกว่า 20-30 ครั้ง ลงทุนหลักพันก็ทำเงินแสน ลงทุนหลักแสนก็ได้คืนเป็นล้าน!

จากจุดเล็กๆ ชื่อของ “Fullrich” เริ่มกลายเป็นที่รู้จักขึ้น จนมียอดขายและลูกค้าเท่าทวีขึ้นทุกปี โดยปีหนึ่งจะมีคนแต่งงานประมาณ 2 หมื่นราย ในจำนวนนี้เป็นลูกค้าของ Fullrich อยู่ไม่ต่ำกว่า 3 พันราย ค่าใช้จ่ายต่อหัว ตั้งแต่ 2 หมื่น-2 แสนบาท มีชุดแต่งงานให้เช่าเกือบ 5 พันชุด เป็นธุรกิจให้เช่าชุดแต่งงานรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ทำธุรกิจแค่ 7-8 เดือน ก็ได้จับเงินล้าน ถึงตอนนี้รายได้ก็สูงกว่าร้อยล้านบาทต่อปีเข้าไปแล้ว

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทุกปี แต่ Fullrich ก็ยัง “ชนะ” ได้ในสนามนี้ เธอบอกว่า เพราะเป็นธุรกิจที่ “มีเสน่ห์” นั่นคือ การที่ลูกค้าเข้าถึงได้ มี Service Mind และเป็นกันเอง แม้แต่กับตัวเจ้าของกิจการที่วันนี้อาจมีธุรกิจใหญ่โต แต่เธอก็ยังลงมือตัดเย็บชุดเอง ยังเดินมาดูแลลูกค้าด้วยตัวเอง ยังยิ้มแย้มและอัธยาศัยดี เหมือนในวันเริ่มต้น...จนถึงทุกวันนี้

“ความเป็น Fullrich คือ ลูกค้าเข้าถึงได้ เราอาจจะแพงกว่า แต่อยู่กับเราแล้ว สบายใจกว่า” เธอสรุปไว้แบบนั้น

วันนี้ธุรกิจยังคงเติบโต และแตกแขนงไปทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการแต่งงานอีกหลายๆ อย่าง ทั้ง รองเท้า จิวเวลรี่ และให้เช่าสถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้ง ซึ่งทั้งหมดยังไม่หนีไปจากการเติมเต็มความฝันของคู่บ่าวสาว เธอเรียกการทำธุรกิจแบบ Fullrich ว่า “ปล้น ฆ่า ข่มขืน” นั่นคือทำทุกอย่างที่สามารถทำได้ โดยยังเกี่ยวข้องกับการแต่งงานเป็นหลัก

เธอบอกว่าการจะก้าวเป็นเถ้าแก่ร้อยล้านได้นั้น ทุกคนมีความอยากเหมือนกันนั่นคือ “อยากรวย” แต่การจะทำให้รวยได้นั้น ต้องเริ่มจากดูสิ่งที่ตัวเองมีความถนัด แล้วใช้ความถนัดนั้นมาทำความฝัน ถ้ายังไม่เก่งพอ ก็ออกไปหาประสบการณ์จากข้างนอก ที่สำคัญต้องมีเป้าหมาย และมุ่งไปสู่เป้าหมายนั้น สุดท้าย มุ่งมั่นและลงมือทำ

“ทุกคนต้องมีเป้าหมาย คุณอยากได้อะไร เขียนไปเลยในพิมพ์เขียวชีวิตคุณ แต่คุณต้องเริ่มจากในสิ่งที่คุณถนัดก่อน ถนัดอะไร ได้เงินไวกว่า แต่ถ้าไปทำในสิ่งที่ชอบแต่ไม่ถนัด เราจะได้เงินช้า แล้วจะไปลองผิดลองถูกให้เสียเวลาทำไม”

เธอบอกแนวคิดของคนที่พิชิตรายได้ร้อยล้านในเวลาไม่กี่ปี ความสำเร็จไม่มีฟลุ๊ค แต่เกิดจากความคิดที่ดี และการลงมือทำทันทีที่คิด

“”””””””””””””””””””””””””””””

Key to success
สูตรพิชิตร้อยล้าน ฉบับ Fullrich

๐ ขยัน อดทน ไม่จำนนกับปัญหา
๐ เริ่มจากติดลบ สั่งสมทุน และขยายธุรกิจ
๐ ใช้ความถนัด สร้างธุรกิจให้ก่อเกิด
๐ มีพิมพ์เขียวชีวิต ตั้งเป้าหมาย และทำให้สำเร็จ
๐ ทำธุรกิจให้มีเสน่ห์ ลูกค้าเข้าถึงได้
๐ ต่อยอดธุรกิจ จากธุรกิจเดิม สร้างโอกาสไม่รู้จบ