วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

หุ้นปันผลสูง (High Dividend Yield)

หุ้นปันผลสูง (High Dividend Yield)

เราได้คัดกรองหุ้นปันผลสูงที่อยู่ใน DBSV Coverage ออกมา

โดยเลือกหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ปี 2015-2016 ตั้งแต่ 5% ขึ้นไป และเป็นหุ้นที่เราให้คำแนะนำซื้อ/ถือลงทุน ซึ่งสรุปได้ดังนี้ 

           กลุ่มสื่อสาร : ADVANC, DTAC, INTUCH -Yield 6% ถึง 7%

           กลุ่มธนาคาร : TCAP – Yield 5%

           กลุ่มพลังงาน : BCP – Yield 5%

           กลุ่มที่พักอาศัย : AP, QH, LPN, SC, SPALI – Yield 5.5%-6%

           กลุ่ม Prop & IF Fund : CPNRF, DIF, SPF – Yield 7%-7.5%

           กลุ่มอื่นๆ : DCC, MODERN, SNC, TMT, QTC – Yield 5%-7.5%

• ทั้งนี้คาดว่า ADVANC, INTUCH จะสามารถจ่ายปันผลใน Yield ที่คาดการณ์ไว้ได้ แม้ว่าจะต้องจ่ายค่าใบอนุญาต 4G หลายหมื่นล้านบาท แต่เนื่องจากบริษัทมีเงินสดในมือ ณ สิ้นก.ย.15 ประมาณ 8 พันล้านบาท มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปีละ 5.5-6 หมื่นล้านบาท และมีความสามารถในการกู้ยืมเพื่อมาลงทุนในโครงข่ายต่างๆ ได้อีกมาก รวมทั้งราคาหุ้นที่อ่อนตัวก็ทำให้ Dividend Yield (เงินปันผล/ราคาหุ้น) สูงขึ้นด้วย ส่วน DTAC ราคาหุ้นปรับลดลงมามากเพราะธุรกิจซบเซาลง ส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทลดลงต่อเนื่องหลังจาก TRUE รุกด้านการตลาดอย่าง Aggressive อย่างไรก็ตาม DTAC มีฐานะการเงินที่ดี ณ สิ้นก.ย.15 มีเงินสดในมือ 2.14 หมื่นล้านบาท และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปีละ 3 หมื่นกว่าล้านบาท จึงคาดว่าจะมีความสามารถในการจ่ายปันผลได้ไม่น้อยกว่า 6% ต่อปี

TCAP เป็นธนาคารที่จ่ายปันผลได้โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม เราคาดว่าปี 2016 จะให้ Yield ได้ถึง 5% จากการที่ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ค่อยๆฟื้นตัว (หลังหดตัวในปี 2015) และเห็น Synergies จากการควบรวมกับ SCIB มากขึ้น ด้านผลประกอบการปี 2015-2016 ก็สามารถเติบโตเป็นเลขสองหลักได้ ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมธนาคารกำไรค่อนข้างทรงตัว เพราะ TCAP มีสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอันเกิดจากการควบรวมกิจการกับ SCIB มาช่วยลดอัตราภาษีจ่ายให้ต่ำลง

• สำหรับ BCP ประเมินว่าบริษัทมีศักยภาพในการจ่ายปันผลที่ดี เพราะผลประกอบการส่วนหนึ่งมาจากธุรกิจที่ไม่ผันผวนมาก คือ ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันและธุรกิจไฟฟ้าแสงอาทิตย์ให้กระแสเงินสดที่ค่อนข้างแน่นอน

• ส่วนหุ้นในกลุ่มที่พักอาศัย ทั้ง AP, QH, LPN, SC และ SPALI เชื่อว่าสามารถจ่ายปันผลดีได้แบบเสถียร เมื่อพิจารณาจากสินทรัพย์ & เงินลงทุน, โครงการที่กำลังพัฒนาและรอขาย, โครงการที่ขายไปแล้วรอรับรู้รายได้ในปี 2016-2017 (Backlog) ที่มีความมั่นคงสูงไปถึงปี 2017

• ด้าน CPNRF ก็จะมี Yield ที่สูงขึ้นเป็นกว่า 7% ในปี 2016 หลังจากโครงการปิ่นเกล้า Renovate เสร็จและเปิดให้บริการอีกครั้ง ด้าน DIF ก็ยังมีลูกค้าเช่าโครงข่ายที่แข็งแกร่ง โดยหลัก คือ TRUE ส่วน SPF ได้ประโยชน์จากการขยายกำลังรองรับผู้โดยสารของ Bangkok Airways และภาคท่องเที่ยวเติบโตแข็งแกร่ง

• ส่วนหุ้นขนาดเล็กที่ให้ปันผลสูงสม่ำเสมออย่าง MODERN, SNC, TMT และ QTC อาจต้องระวังเรื่องสภาพคล่องในการซื้อขายของหุ้น เพราะในบางช่วงจะต่ำมาก ทำให้การซื้อขายเป็นปริมาณที่เยอะทำได้ยาก