วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 4 ธันวาคม 2558

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มหลังซาอุฯ วางแผนปรับลดกำลังการผลิตปีหน้า แม้ว่าหลายฝ่ายปฏิเสธที่จะร่วมมือ

- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นหลังซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ในกลุ่มประเทศโอเปค (OPEC) มีแนวโน้มที่จะยอมปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบของตนลงราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปีหน้า หากประเทศภายในและนอกกลุ่มโอเปค (Non-OPEC) ให้ความร่วมมือที่จะปรับสมดุลอุปทาน อย่างไรก็ดี อิหร่าน อิรัก และรัสเซียยังคงปฏิเสธที่จะเข้าร่วม เนื่องจากทั้งสามประเทศมีแนวโน้มที่จะเพิ่มกำลังการผลิตในปีหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิหร่าน หลังจากการคว่ำบาตรอันยาวนานได้ยุติลง

- นาย Bijan Zangengeneh รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานอิหร่าน ยืนกรานจะเพิ่มกำลังการผลิตในปีหน้า หลังได้รับการยกเลิกการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก โดยจะยินยอมที่จะเจรจาเรื่องการปรับสมดุลอุปทานก็ต่อเมื่อประเทศของตนกลับเข้าสู่ตลาดน้ำมันอย่างสมบูรณ์เท่านั้น

- ทางด้านรัสเซียยังคงปฏิเสธการปรับลดกำลังการผลิตเช่นกัน เนื่องจากประเทศของตนมีปัญหาเรื่องสภาพอากาศที่หนาวเย็นอย่างมาก หากปรับลดหรือหยุดผลิตน้ำมันดิบที่บางหลุมขุดเจาะจะส่งผลให้เกิดความไม่คุ้มค่า นอกจากนี้ รัสเซียยังคงต้องการเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่เป็นอันดับสองรองจากซาอุดิอาระเบีย

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนตัวลงราวร้อยละ 2.3 เมื่อเทียบกับเงินยูโร ซึ่งนับเป็นการปรับลดภายในหนึ่งวันที่มากที่สุดภายในระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) ออกมาตรการผ่อนคลายน้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ โดย ECB ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพียงร้อยละ 0.1 และยืดระยะเวลาสิ้นสุดการเข้าซื้อสินทรัพย์จาก ก.ย. ปีหน้าเป็น มี.ค. 60 ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลงมากกว่าร้อยละ 0.1 และจะเพิ่มขนาดวงเงินเข้าซื้อสินทรัพย์ตามลำดับ


ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากผู้ซื้อมีความกังวลเกี่ยวกับอุปทานที่เพิ่มขึ้นสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ประกาศปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่อุปสงค์ในตะวันออกกลางยังทรงตัวในระดับดี

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ แม้ว่าอุปทานจะยังคงตึงตัว แต่เรือขนส่งน้ำมันในเส้นทางเอเชียและยุโรปที่กำลังเดินทางกลับมายังสิงคโปร์จะส่งผลให้อุปทานมีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ อย่างไรก็ดี อุปสงค์จากเวียดนาม ไทยและประเทศแถบทะเลจีนใต้ที่ทรงตัวยังคงสนันบสนุนให้ราคาปรับตัวลดลงไม่มากนัก

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 40-45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- การประชุมล่าสุดของกลุ่มโอเปคพบว่า โอเปคยังคงเน้นกลยุทธ์ในการผลิตในระดับสูงเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด โดยจะปรับลดกำลังการผลิตในกรณีที่ผู้ผลิตนอกกลุ่มมีการปรับลดด้วยเท่านั้น นอกจากนั้น อิหร่านยังมีการส่งสัญญาณว่าจะเพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 5 แสนบาร์เรลต่อวันโดยทันทีหลังจากที่ได้รับการยกเลิกการคว่ำบาตรและภายหลังจาก 6 เดือนจะมีการเพิ่มปริมาณการส่งออกเป็น 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าโรงกลั่นจะเริ่มกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุงแล้วก็ตาม เนื่องจากปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ (สิ้นสุดวันที่ 27 พ.ย. 58) ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 10 ติดต่อกัน โดยปรับเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรล ไปอยู่ที่ระดับ 489.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งใกล้เคียงกับระดับสูงสุดในเดือน เม.ย. 58 ที่ 490.9 ล้านบาร์เรล

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น เนื่องจากตลาดคาดว่าในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในเดือน ธ.ค. นี้ FED จะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นร้อยละ 0.25 เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐในปัจจุบันที่มีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและอัตราการว่างงานลดต่ำลง ซึ่งสวนทางกับธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่มีการผ่อนคลายเพิ่มเติมในการประชุมล่าสุดโดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงอีกร้อยละ 0.1 และขยายระยะเวลาสิ้นสุดการเข้าซื้อสินทรัพย์ (QE) เป็น มี.ค. 60 จากเดิม ก.ย. 59

                                                          -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999