"อภิศักดิ์" เผย ครม. เห็นชอบหลักการตั้งกองทุนคลัสเตอร์อุตสาหกรรมวงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบหลักการร่างกฎหมายจัดตั้งกองทุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เพื่อสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด วงเงิน 10,000 ล้านบาท ด้วยการตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด ประกอบด้วย คณะกรรมการเจรจาการลงทุน เพื่อทำหน้าที่สรรหาภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการส่งเสริมให้เข้ามาลงทุนในประเทศ โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และคณะกรรมการพิจารณาให้สิทธิประโยชน์การลงทุนกับภาคเอกชน โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทำหน้าที่พิจารณาให้สิทธิประโยชน์กับอุตสาหกรรมที่ผ่านการพิจารณาแล้ว
นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.สั่งการให้กลับไปกำหนดแหล่งที่มาของเงินให้ชัดเจนว่านำมาจากไหนบ้าง ทั้งเงินนอกงบประมาณ และการจัดสรรงบประมาณ และต้องกำหนดแนวทางการใช้เงินช่วยเหลือสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ชัดเจน เมื่อศึกษาเสร็จแล้วภายในช่วง 1-2 สัปดาห์จะนำกลับมาเสนอ ครม.รับทราบและนำเสนอที่ประชุมสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา เพราะต้องออกเป็น พ.ร.บ.รองรับการตั้งกองทุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าข้อเสนอเดิมกระทรวงการคลังเสนอแหล่งที่มาของกองทุนฯ จากเงินงบประมาณและ เงินส่วนเกินจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ใช้บำรุงกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เมื่อมีขนาดเงินกองทุนเกิน 4,000 ล้านบาท และเงินจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ส่วนที่มีเกิน 2,000 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากภาษีสรรพสามิตเก็บจากผู้ผลิตและนำเข้าสุราและยาสูบอัตราร้อยละ 2 ของภาษีที่ต้องชำระ ที่ประชุม ครม.จึงต้องการให้กำหนดแหล่งที่มาของเงินกองทุนให้ชัดเจน
สำหรับอุตสาหกรรมกลุ่มเป้าหมาย 10 กลุ่มอุตสาหกรรม มีทั้งการต่อยอดอุตสาหกรรมเดิม 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต 2.กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 3.กลุ่มท่องเที่ยวคุณภาพ 4. กลุ่มเกษตรเชิงประสิทธิภาพและเทคโนโลยีชีวภาพ 5.กลุ่มอาหารแห่งอนาคต และการส่งเสริม 5 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ ประกอบด้วย 1.หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม 2.อุตสาหกรรมขนส่งและการบิน 3.อุตสาหกรรมชีวภาพและพลังงานเคมี 4.อุตสาหกรรมดิจิตอล 5. อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ ทั้งนี้เพื่อต้องการเร่งรัดให้ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายขยายการลงทุนและลงทุนใหม่เพิ่มภายในปี 2559









