วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 23 พฤศจิกายน 2558

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับลดลงจากความกังวลภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาด และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น

- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนเทขายสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส เดือน ธ.ค. ที่สัญญาหมดอายุในวันศุกร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบในตลาดปัจจุบัน (Spot market) กับตลาดล่วงหน้า (Forward Market) ปรับตัวเพิ่มมากขึ้นโดยสูงที่สุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2554 โดยส่วนต่างราคาระหว่างเดือน ธ.ค. 58 กับ ม.ค. 59 อยู่ที่ 2.9 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลของนักลงทุนต่อภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดในปัจจุบัน ทั้งนี้ จากการที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำทำให้มีผู้ค้าน้ำมันดิบบางรายเริ่มมีการเข้าซื้อน้ำมันดิบในตลาดปัจจุบันและสต็อกเก็บไว้ขายในตลาดล่วงหน้าเพิ่มมากขึ้น

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังคงแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนจากการคาดการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. นี้ หลังจากตัวเลขทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาออกมาเป็นที่น่าพอใจ นอกจากนี้ ประธานเฟดจากสาขาต่างๆ ยังมีการออกมาแสดงความเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อย้ำชัดอีกด้วยว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดนั้นเริ่มใกล้เข้ามาแล้ว ทั้งนี้ ตัวแทนของเฟดยังกล่าวอีกว่า อัตราเงินเฟ้อในระยะยาวของสหรัฐ จะสามารถค่อยๆ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2% ตามเป้าหมายของเฟดได้ภายในปีหน้า

-/+ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา  Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซในสหรัฐ ว่ายังคงปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดลงอีก 10 หลุม เหลือเพียง 564 หลุมในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ส่งแรงหนุนต่อราคาน้ำมันดิบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามากนัก

-/+ จากภาวะราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตน้ำมันหลายรายเริ่มมีการปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง โดยล่าสุดบริษัท Graves & Co. ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานเผยว่าในปี 2558 ที่ผ่านมา บริษัทผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติได้มีการปลดพนักงานออกจากงานไปแล้วกว่า 250,000 ตำแหน่ง รวมถึงได้มีการปรับลดจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันลงกว่า 1,000 แห่ง และปรับลดรายจ่ายรวมเกินกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อจะรับมือกับภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงเกินกว่า 50% นับแต่ช่วงกลางปี 2557

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่เพิ่มมากขึ้นจากการที่ราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับต่ำ และความต้องการใช้น้ำมันเบนซินของสหรัฐที่มีเพิ่มขึ้น หลังเริ่มเข้าใกล้เทศกาลวันหยุดช่วงปลายปี

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ที่มีเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเวียดนามและศรีลังกา นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากอุปทานน้ำมันดีเซลที่ตึงตัวมากขึ้นหลังโรงกลั่นในเอเชียเหนือ ได้แก่ ประเทศเกาหลีใต้และไต้หวัน มีการลดการส่งออกมายังภูมิภาคลง

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์ คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวที่กรอบ 40-45 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคยังคงปริมาณการผลิตในระดับสูงเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดและเพิ่มการส่งออกไปยังประเทศในกลุ่มตะวันตกมากขึ้นหลังจากที่มีการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในเอเชียให้กับรัสเซีย โดยปัจจัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคยังต้องการรักษาส่วนแบ่งการตลาดและไม่มีทีท่าจะปรับลดการผลิตลงแต่อย่างใด สะท้อนให้เห็นว่าภาวะอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินจะยังคงไม่คลี่คลายในเร็วนี้

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน หลังธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีการส่งสัญญาณว่าจะมีการพิจารณาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน ธ.ค. นี้ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐ มีการฟื้นตัวมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดแรงงาน ซึ่งล่าสุดอัตราการว่างงานลดลงแตะระดับร้อยละ 5.5

- จับตาปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่คาดว่าจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อ หลังมีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องมาแล้วเป็นเวลากว่า 7 สัปดาห์ติดต่อกัน สาเหตุเนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันดิบมีการปิดซ่อมบำรุงและปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังส่วนต่างราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่แคบลง ทำให้มีการหันไปนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลของสต็อกน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างจำกัด

                                                       -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999