ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสหลังแรงเทขายก่อนสัญญาเดือน ธ.ค. สิ้นอายุ และปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐในระดับสูง
- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังนักลงทุนทยอยเทขายสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส เดือน ธ.ค. ที่จะสิ้นสุดสัญญาในวันศุกร์นี้ นอกจากนี้ราคายังคงได้รับแรงกดดนอย่างต่อเนื่องหลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) ประกาศปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มตัวเพิ่มขึ้นราว 252,000 บาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 487.3 ล้านบาร์เรล เมื่อเย็นวันพุธที่ผ่านมา
+ อย่างไรก็ดี ราคาเฉลี่ยยังคงอยู่เหนือระดับ 40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น และราคาน้ำมันเบนซินที่ยังคงทำกำไรให้แก่โรงกลั่น ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันดิบยังคงอยู่ในระดับคงที่และส่งแรงหนุนไม่ให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงไปมากนัก
+ แม้ว่าการส่งออกน้ำมันจากประเทศอิรักในปีหน้าจะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น แต่คาดว่าจะเติบโตน้อยกว่าในปี 2558 หรือราว 500,000 บาร์เรลต่อวัน จากแรงกดดันของการแข่งขันเพื่อแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดระหว่างกลุ่มประเทศโอเปคและประเทศนอกกลุ่มโอเปค ส่งผลให้ราคาส่งออกของน้ำมันดิบบางประเภทจากประเทศอิรักอาจอยู่ในระดับต่ำเพียง 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
- ผู้ค้าน้ำมันหลายรายเตรียมตัวรับมือเกี่ยวกับราคาน้ำมันดิบที่คาดว่าจะปรับตัวลดลงอีกครั้งในเดือน มี.ค. 59 เนื่องจากอุปสงค์น้ำมันสำหรับทำความร้อนในสหรัฐ และยุโรปในช่วงฤดูหนาวมีแนวโน้มอ่อนตัวกว่าที่คาดการณ์ หลังอุญหภูมิไม่ได้ปรับตัวลดลงตามฤดูกาลจากปรากฎการณ์เอลนิลโยในหลายประเทศ นอกจากนี้ปริมาณน้ำมันดิบของประเทศอิหร่านที่คาดว่าจะเริ่มออกสู่ตลาดภายในช่วงต้นปีหน้า ทำให้หลายฝ่ายมองว่าราคาน้ำมันดิบจะตกลงไปถึงระดับ 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในระยะสั้น
- จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ เดือน พ.ย. ปรับตัวลดลงจาก 276K ราย มาอยู่ที่ 270K ราย สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และนับเป็นตัวเลขใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในรอบ 42 ปี นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 1973 อย่างไรก็ดี ตัวเลขที่ปรับลดลงเล็กน้อยยังไม่ได้แสดงถึงตลาดแรงงานในสหรัฐที่ปรับตัวดีขึ้นแต่อย่างใด
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ ตามราคาที่สูงในทวีปตะวันตกในตลาดล่วงหน้า (future market) ส่งผลให้มีน้ำมันเบนซินส่งออกจากภูมิภาคเอเชียไปยังทวีปตะวันตก และช่วยบรรเทาภาวะอุปทานล้นตลาด โดยเฉพาะจากโรงกลั่นในประเทศจีน
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานที่ตึงตัวขึ้น หลังโรงกลั่นในเอเชียเหนือ ได้แก่ ประเทศเกาหลีใต้และไต้หวัน ลดการส่งออกน้ำมันดีเซลมายังประเทศสิงคโปร์ นอกจากนี้ อุปสงค์ที่ปรับตัวดีขึ้นในประเทศเวียดนาม ศรีลังกา และออสเตรเลีย
ทิศทางราคาน้ำมันดิบ
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวที่กรอบ 40-45 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- ผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคยังคงปริมาณการผลิตในระดับสูงเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดและเพิ่มการส่งออกไปยังประเทศในกลุ่มตะวันตกมากขึ้นหลังจากที่มีการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในเอเชียให้กับรัสเซีย โดยปัจจัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคยังต้องการรักษาส่วนแบ่งการตลาดและไม่มีทีท่าจะปรับลดการผลิตลงแต่อย่างใด สะท้อนให้เห็นว่าภาวะอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินจะยังคงไม่คลี่คลายในเร็วนี้
- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน หลังธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีการส่งสัญญาณว่าจะมีการพิจารณาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน ธ.ค. นี้ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐ มีการฟื้นตัวมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดแรงงาน ซึ่งล่าสุดอัตราการว่างงานลดลงแตะระดับร้อยละ 5.5
- จับตาปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่คาดว่าจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อ หลังมีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องมาแล้วเป็นเวลากว่า 7 สัปดาห์ติดต่อกัน สาเหตุเนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันดิบมีการปิดซ่อมบำรุงและปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังส่วนต่างราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่แคบลง ทำให้มีการหันไปนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลของสต็อกน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างจำกัด
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999






