วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (19 พ.ย.58)

กลับมามีมุมมองบวกต่อเศรษฐกิจ

คาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นวันนี้ จากมุมมองที่กลับมาเป็นบวกทั้งของโลกและของประเทศไทย ดร.สมคิด รองนายกฯเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยจะโตได้กว่า 3% ปีนี้ ตลอดจนแผนเร่งโครงการลงทุนขนาดใหญ่ภาครัฐเป็นรูปธรรมมากขึ้นช่วยหนุนความเชื่อมั่น ในต่างประเทศดูเหมือนนักลงทุนจะพากันมองข้ามการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ไปแล้ว ด้วยมองแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐว่าดีจนจะรองรับการขึ้นดอกเบี้ยได้ ในขณะที่แนวโน้ม ECB จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มอีก หนุนตลาดทั้งโลก

หุ้นเด่นวันนี้: BJCHI (ราคาปิด 4.26 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมายปี 58 4.50 บาท)

BJCHI เป็นหุ้นเด่นของเราวันนี้ บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและประกอบโครงสร้างเหล็กทางวิศวกรรมในต่างประเทศ เศรษฐกิจโลกที่ค่อยๆฟื้นตัว สะท้อนให้เห็นผลประกอบการของบริษัทที่ดีขึ้นในไตรมาส 3 โดยที่รายรับรวมเพิ่มขึ้น 15% YoY มาอยู่ที่ 1.44 พันล้านบาท กำไรพุ่ง 63.6% YoY มาที่ 419.6 ล้านบาท อัตรากำไรเพิ่มขึ้นเป็น 29.1% จาก 20.4% ในไตรมาส 3/57 จากการที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายรับรวมลดลงมาอยู่ที่ 5.6% จาก 6.5% ในไตรมาส 3/57 จากนี้ไปบริษัทจะยังคงได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกกำไร 9 เดือนแรกอยู่ที่ 760.7 ล้านบาทเทียบกับ กำไรทั้งปีเฉลี่ยจากการสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ของ Bloomberg ที่ 1.2 พันล้านบาท ซึ่งมี EPS เท่ากับ 0.74 บาท ดังนั้นเท่ากับว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/58 ต้องเป็น 425.8 ล้านบาท ซึ่งไม่น่าเป็นปัญหาถ้าพิจารณาจากผลการดำเนินงานล่าสุด และไตรมาส 4 เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของบริษัทตามฤดูกาล ที่ราคาเป้าหมาย 8.98 ของ Bloomberg จะมี PE เท่ากับ 12.1x ด้วยคาดการอัตราการเจริญเติบโตของ EPS ที่ 18.2% ในปีนี้ อัตราส่วน PEG อยู่แค่เพียง 0.67x นอกจากนี้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลคาดการที่ 5.9% ถือว่าดีมากเป็นอันดับต้นของตลาด ได้เกิดสัญญาณซื้อในรายวันและรายสัปดาห์มาสักพักแล้ว บ่งชี้ความแข็งแกร่งของการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นในระยะสั้น-กลาง หาก BJCHI ปิดเหนือ 7.40 สิ้นเดือนนี้ได้ จะเกิดสัญญาณซื้อในรายเดือน บ่งชี้การกลับเป็นขาขึ้นในแนวโน้มหลักใหญ่ของหุ้น ในระยะสั้นราคาน่าจะขึ้นไปทดสอบระดับ 7.25 และ 7.65 จุด หยุดขาดทุนอยู่ที่ 6.85 (แนวต้าน: 7.00, 7.10, 7.15; แนวรับ: 6.90, 6.85, 6.75)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• สมคิดมองบวกต่ออัตราการเติบโตปีนี้ รองนายกสมคิด กล่าววานนี้ถึงเงินทุนจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจว่าเกิดการหมุนเวียนอย่างไรในเดือนที่ผ่านมาและจะส่งผลต่อเนื่องในเดือน ธ.ค. และหากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นคาดวาเศรษฐกิจจะเติบโตได้มากกว่า 3% รองนายกยังได้กล่าวถึงการรักษาการเติบโตในปีหน้าเพิมเติมจากการลงทุน โดยเฉพาะภาคเอกชนว่ายังมีความจำเป็นและกล่าวว่าโครงการรถไฟทั้งหมดจะพร้อมเปิดประมูลได้กลางปี 59 (Bangkok Post)

• ห้าโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานถูกนำเสนอขออนุมัติ จากทั้งหมดยี่สิบโครงการมูลค่ารวม 1.79 ล้านล้านบาท รัฐบาลได้ใช้ช่องทางด่วนสำหรับห้าโครงการมูลค่ารวม 334 พันลบ. ภายใต้โครงการร่วมมือระหว่างรัฐบาลและเอกชน (PPP) โครงการครั้งนี้ ได้รวมโครงการรถไฟฟ้าสามเส้นทางในกรุงเทพรวมมูลค่า 194 พันลบ. และสองโครงการทางหลวง มูลค่า 140 พันลบ. คาดว่าทั้งหมดจะผ่านการอนุมัติจากรัฐบาลในเดือน ธ.ค. (Bangkok Post)

• คาดตลาดอีคอมเมิร์ซขยายเล็กน้อยอาจแตะ 2.1 ล้าน ลบ.ในปีนี้ เติบโต 3.65% เทียบปีก่อน เพราะการแข่งขันด้านราคาที่เพิ่มขึ้นและการสื่อสารไร้สายที่เร็วขึ้น อ้างอิงจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)(Bangkok Post)ความเห็น: การเติบโตถือว่าไม่เท่าปีที่แล้วที่เติบโตถึง 165% เทียบปีก่อนหน้า จาก 7 แสน ลบ.ในปี 56

• ศาลตัดสินไม่รับฟ้อง สหภาพฯ กสท. ล้มประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ ในสัปดาห์ที่แล้ว ศาลปกครองกลางตัดสินว่าสหภาพแรงงาน กสท. ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงจากการประมูลของ กสทช. ความเห็น: น่าจะเป็นบวกต่อ ADVANC (ปิด 212 บาท ราคาเป้าหมาย 266 บาท) และ TRUE ซึ่งชนะการประมูลที่ผ่านมา

• กระทรวงการคลังวางแผนซื้อหุ้นบมจ. ธนาคารกรุงไทยจำนวน 55% มูลค่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งปัจจุบันครอบครองโดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) นายบรรยง พงษ์พานิช กรรมการคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ กล่าวว่าการซื้อหุ้นนี้จะไม่ได้ใช้เงินทุนใดใดและบางความเห็นคิดว่าการซื้อหุ้นนี้เป็นการโอนหนี้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2540 จากกองทุนฯ ไปสู่บริษัทโฮลดิ้ง (Bangkok Post)

• พีทีที โกลบอล เคมิคอล (ปิด 55.75 บาท ราคาเป้าหมาย 80.50 บาท) ประกาศแผนลงทุน 7.7 พัน ลบ. (276.8 พัน ลบ.) ในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยจำนวน 5.7 พัน ลบ. จะใช้สร้างศูนย์ปิโตรเคมีครบวงจรที่โอไฮโอเพื่อขุดเจาะเชลแก๊สในสหรัฐ อีก 1 พัน ลบ.จะใช้ปรับปรุงโครงการในระยองและสำหรับโครงการร่วมทุนกับ Toyota Tsusho และ Sanyo Chemical ในระยอง กลยุทธ์หลักของ PTTGC คือการลดการขายผลิตภัณฑ์ต้นน้ำให้คนอื่น โดยจะสร้างโรงผลิตสินค้าปลายน้ำจำพวกผลิตภัณฑ์เฉพาะและสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าความเห็น: เป็นข่าวบวกอย่างมากต่อกำไรและกระแสเงินสดในอนาคตของบริษัท

ต่างประเทศ:

• รายงานการประชุมเฟดทำให้การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. มีน้ำหนักมากขึ้น: รายงานการประชุมเฟดประจำเดือนต.ค. แสดงให้เห็นว่าเหล่าคณะกรรมการกำหนดนโยบายส่วนใหญ่คาดหมายว่าสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจปัจจุบันน่าจะเหมาะสมเพียงพอสำหรับขยับขึ้นดอกเบี้ย ณ ที่ประชุมในเดือนธ.ค. นี้ ในขณะที่พวกเขาเห็น downside risk ต่อเศรษฐกิจโลกและการพัฒนาทางการเงินลดลง (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือนเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นในตะกร้าเงิน และแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือนเทียบกับฟรังก์สวิสจากการที่รายงานการประชุมเฟดสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. เงินยูโรแข็งค่าขึ้นอยู่ที่ 1.0676 ดอลลาร์สหรัฐ แตะระดับต่ำสุดนับแต่เดือนส.ค. ดอลลาร์สหรัฐยังทรงตัวอยู่ที่ 123.51 เยน หลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ 123.67 เยน (Reuters)

สหรัฐ:

• ดัชนีหุ้นในตลาดวอลล์สตรีทปิดเพิ่มขึ้นกว่า 1% เมื่อวันพุธ เนื่องจากนักลงทุนมองว่าสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเป็นเรื่องดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐหลังจากรายงานการประชุมเฟดประจำเดือนต.ค. แสดงว่ากรรมการผู้กำหนดนโยบายส่วนมากเชื่อมั่นในสถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ (Reuters)

• ข้อมูลยอดสร้างบ้านใหม่มีทั้งบวกและลบ ยอดสร้างบ้านใหม่ในสหรัฐในเดือนต.ค. เริ่มลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ถูกถ่วงน้ำหนักลงจากยอดสร้างบ้านสำหรับหลายครอบครัว (Multi-Family) ที่ลดลงมาก แต่จำนวนอาคารที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างเพิ่มขึ้นทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยยังคงแข็งแกร่ง ยอดสร้างบ้านใหม่ลดลง 11% อยู่ในระดับ 1.06 ล้านยูนิตต่อปี ในเดือนก่อนซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับแต่เดือนมี.ค. ยอดสร้างบ้านใหม่ในเดือนต.ค. เป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกันที่ตัวเลขเกินกว่า 1 ล้านยูนิต ยาวนานที่สุดนับแต่ปี 2550 จำนวนการอนุญาตก่อสร้างอาคารใหม่เพิ่มขึ้น 4.1% อยู่ที่ 1.15 ล้านยูนิต (Reuters)

ยุโรป:

• ดัชนีหุ้นยุโรปส่วนใหญ่ร่วงในวันพุธ เนื่องจากนักลงทุนยังจับตาประเด็นเรื่องความปลอดภัย มือระเบิดฆ่าตัวตายระเบิดหลังตำรวจเข้าจู่โจมแหล่งกบดาน ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าเตรียมจะก่อการพลีชีพในย่านธุรกิจของปารีส หลังจากที่ได้มีการฆาตกรรมกว่า 129 รายทั่วกรุง อย่างไรก็ดีคาดหวังว่าจะมีมาตรการกระตุ้นทางการเงินมาจาก ECB ในเดือนหน้าช่วยจำกัดการเป็นลบได้ (Reuters)

• บันทึกประชุม ECB ล่าสุดจะออกมาในวันนี้น่าจะหนุนการคาดการณ์ว่าจะมีการผ่อนคลายมากขึ้นใน ธ.ค. (Reuters)

เอเชีย:

• ธนาคารกลางญี่ปุ่นประชุมวันนี้ คาดคงนโยบายการเข้าซื้อพันธบัตร (QE) แม้เศรษฐกิจญีปุ่นจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในไตรมาส 3 (Reuters)

• ส่งออกญี่ปุนร่วง 21% ในเดือน ต.ค. นับเป็นการลดลง YoY ครั้งแรกในระยะเวลากวา 1 ปี สะท้อนอุปสงค์โลกที่อ่อนแอ โดยเฉพาะจากจีน อัตราการร่วงลงใกล้เคียงทีนักเศรษฐศาสตร์คาด หลังจากตัวเลขส่งออกเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือน ก.ย. ตัวเลขนำเข้าลดลง 13.4% ในเดือน ต.ค. เทียบกับนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะลดลง 8.6% ดุลการค้ากลับเป็นเกินดุล 1.115 แสนล้านเยน (902.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เทียบกับนักวิเคราะห์คาดว่าจะขาดดุล 2.92 แสนล้าน (Reuters)

• หุ้นจีนปรับลง 1% ในวันพุธ แม้หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะปรับตัวเพิ่มขึ้นหนุนโดยข้อมูลราคาบ้านแต่ถูกชดเชยด้วยการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มอื่นๆ จากการขายทำกำไรของนักลงทุน (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นเพราะคลายกังวลอุปทาน ตามรายงานจาก EIA ว่าน้ำมันดิบรายสัปดาห์สิ้นสุด 13 พ.ย. เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาดเท่ากับ 2.52 แสนบาร์เรลสู่ 487.3 ล้านบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบสหรัฐล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 8 เซนต์ปิดที่ 40.75 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล Brent ขึ้น 57 เซนต์หรือ 1.3% ปิดที่ 44.14 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)

• ราคาทองฟื้นเล็กน้อย หลังแตะจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปีวันอังคาร และฟื้นต่อเล็กน้อยในวันพุธ บวก 0.1% มาอยู่ที่ 1,071.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (Reuters)