"พล.ต.สรรเสริญ" เผย ที่ประชุม ครม. เห็นชอบกรอบความร่วมมือรถไฟไทย-จีน เตรียมวางศิลาฤกษ์ 19 ธ.ค.นี้
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอเกี่ยวกับการจัด ทำกรอบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่ง สาธารณรัฐประชาชน จีนว่าด้วยการกระชับความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานทางรถไฟภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการ คมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ.2558-2565 เพื่อให้โครงการ เป็นรูปธรรม ชัดเจนมากขึ้น
โดยกรอบความร่วมมือกำหนด โครงการเป็นขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร สายที่ 1 กรุงเทพ-แก่งคอย และเส้นทางที่ 2 มาบตาพุด-แก่งคอย-โคราช ซึ่งแบ่งเป็น 4 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 กรุงเทพ-แก่งคอย ช่วงที่ 2 แก่งคอย-มาบตาพุด ช่วงที่ 3 แก่งคอย-นครราชสีมา และช่วงที่ 4. นครราชสีมา -หนองคาย โดยมีรูปแบบการดำเนินโครงการใช้หลักการ Engineering Procurement and Construction หรือ EPC ซึ่งมีการแบ่งแยกความรับผิดชอบงานกันอย่างชัดเจนทั้งเรื่องขอบเขต งาน แหล่งเงินทุน
ในด้านการเดินรถและซ่อมบำรุง ช่วง 3 ปีแรก ทางจีนรับผิดชอบเป็นหลัก แต่พอในช่วง 3-7 ปี ไทยและจีนจะรับผิดชอบในสัดส่วนใกล้เคียงกัน และหลัง 7 ปีไป ทางไทยเป็นผู้รับผิดชอบหลัก แต่จีนจะเป็นที่ปรึกษาให้
โดยสาระของกรอบความร่วมมือมีผลเมื่อมีการลงนามทั้ง 2 ฝ่าย มีเวลา 5 ปี ต่ออายุโดยอัตโนมัติหาก ไม่มีบอกยกเลิก แต่ถ้ายกเลิกต้องแจ้งล่วงหน้า 6 เดือน
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นายอาคม เติมวิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า กรอบ ความร่วมมือดังกล่าวมีความชัดเจน ทำให้เห็นความก้าวหน้าในโครงการแม้ว่าจะยังมีการเจรจาต่อ รองเรื่อง ของดอกเบี้ยอยู่
นอกจากนี้ ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้จะจัดกิจกรรมโดยการวางศิลาฤกษ์ที่ศูนยควบคุมและ บริหารการเดินรถ ที่เชียงรากน้อย เพื่อให้เห็นเป็นเชิงสัญญลักษณ์ว่า โครงการมีความก้าวหน้าและมีความร่วมมือเกิดขึ้นแล้ว
"ในเรื่องของแหล่งเงินทุน งบประมาณจะมาจากหลายแหล่ง ในส่วนของไทยเป็นการระดมทุนใน ประเทศ จากงบประมารภาครัฐและเงินกู้ในประเทศ ขณะที่ของจีนจะใช้เงินกู้จากธนาคารเพื่อการ นำเข้าและส่งออกของจีน หรือเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนอื่นๆ ภายใต้เงื่อนไขที่ยอมรับได้ ซึ่งเงินกู้ที่จะ มาจากต่างประเทศจะต้องไม่มีดอกเบี้ยที่สูงกว่าแหล่งเงินกู้ จากในประเทศ เพื่อให้เราได้ประโยชน์ สูงสุด"พล.ต.สรรเสริญ กล่าว






