อธิบดีกรมศุลกากร สั่งเจ้าหน้าที่เข้มอุดรูรั่วภาษีนำเข้า ทั้งการแจ้งอัตราภาษีไม่ถูกต้อง สำแดงราคานำเข้าต่ำกว่าความเป็นจริง
นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุดรูรั่วของการเสียภาษีนำเข้า ทั้งการแจ้งอัตราภาษีไม่ถูกต้อง และสำแดงราคานำเข้าต่ำกว่าความเป็นจริง โดยจะให้ทำราคาทดสอบของสินค้านำเข้าที่สำคัญทั้ง 5 ด่านใหญ่ของกรมฯ เพื่อให้ประเมินและตรวจสอบว่าผู้นำเข้ามีการสำแดงราคาใกล้เคียงกับความเป็น จริงหรือไม่ เนื่องจากการจัดเก็บภาษีของกรมในเดือนแรกปีงบประมาณ 59 จัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมายกว่า 300 ล้านบาท ส่งผลให้กรมศุลต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ เพื่อให้ทั้งปีเป็นไปตามเป้าหมาย 124,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน กรมฯจะเน้นตรวจสอบภาษีหลังการปลดปล่อยสินค้าให้มากขึ้นว่าสินค้าที่ปล่อยไป ก่อนหน้ามีการเสียภาษีในอัตราที่ตรงกับความเป็นจริงและมีการสำแดงราคาได้ตรง กับความเป็นจริงหรือไม่ รวมทั้ง จะออกมาตรการเชิญชวนให้ผู้นำเข้าสินค้าที่ยังเสียภาษีไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะแจ้งพิกัดไม่ตรง และสำแดงราคาต่ำให้เข้ามาเสียภาษีให้ถูกต้อง โดยจะไม่คิดเบี้ยปรับย้อนหลัง
นายกุลิศ กล่าวว่า การจัดเก็บของกรมศุลได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ที่สำคัญมูลค่าการนำเข้าในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ติดลบถึง 7-8% สูงกว่าที่ประมาณการไว้มาก โดยขณะนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดว่ามูลค่านำเข้า สินค้าที่ต้องเสียภาษีนำเข้าศุลกากรมีอัตราลดลงไปเท่าไร
นอกจากนี้ การจัดเก็บภาษีเดือน ต.ค.ที่ผ่านมายังได้รับผลกระทบจากมาตรการลดภาษีนำเข้าให้กับผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยจะส่งผลกระทบกับกรมศุลอีก 3 เดือน ทำให้จัดเก็บภาษีในส่วนนี้ของกรมหายไปเดือนละ 500 ล้านบาท แต่สำหรับในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาหายไปกว่าที่คาดการณ์คือ 600 ล้านบาท
นายกุลิศ กล่าวว่า ในส่วนปัญหารถหรูที่ค้างสต็อคได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าที่แท้จริงมีรถหรู เท่าไร และปัญหาเกิดจากปัญหาอะไร โดยการนำรถออกมาขาย รัฐจะต้องเก็บภาษีนำเข้าอย่างถูกต้องและเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการ โดยเบื้องต้นทราบว่าปัญหาเกิดจากต้นทุนของรถที่เปลี่ยนไปจากการแข็งค่าของ อัตราแลกเปลี่ยนโดยเฉพาะเงินปอนด์ในช่วงที่ผ่านมาแข็งค่าขึ้นถึง 2 ปอนด์ ทำให้รถนำเข้ามีภาระภาษีสูงขึ้น 200,000 บาท ทำให้ผู้ประกอบการนำเข้าเก็บรถไว้ในเขตปลอดอากร ซึ่งไม่มีระยะเวลากำหนดทำให้ยังไม่ต้องนำรถออกมาเสียภาษีอย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม กฎหมายกรมศุลที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขได้ให้อำนาจอธิบดีกรมศุลกากร ประกาศระยะเวลาในการเก็บสินค้าในเขตปลอดอากรซึ่งจะพิจารณารายสินค้าเป็นไป ตามความเหมาะสม






