กำไรหลักไตรมาส 3/58 เติบโตดีเกินคาด แนวโน้มขยายตัวแข็งแกร่งต่อเนื่อง
สูงกว่าคาด
IVL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ที่ 475 ล้านบาท ลดลง 19% YoY และ 91% QoQ หากไม่รวมขาดทุนจากสินค้าคงคลัง 1,588 ล้านบาทและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 71 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 3/58 จะอยู่ที่ 1,992 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 283% YoY และ 7% QoQ กำไรหลักสูงกว่าที่เราคาดที่ 1.5 พันล้านบาทและมากกว่าที่ตลาดคาดที่ 1 พันล้านบาท จากปริมาณขายและส่วนต่างราคารวมที่สูงกว่าคาด
ประเด็นหลักผลประกอบการ
ผลขาดทุนสินค้าคงคลังและการไม่มีการบันทึกกำไรจากการต่อรองราคาซื้อ เป็นเหตุผลหลักของกำไรสุทธิที่หดตัว ส่วนปัจจัยหลักเบื้องหลังการเติบโตของกำไรหลัก ได้แก่ 1) ปริมาณขายที่สูงขึ้น และ 2) ส่วนต่างราคารวมที่ขยายตัว ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 11% YoY เป็น 1.8 ล้านตัน หลักๆมากจากการเข้าซื้อกิจการในครึ่งแรกของปี 2558 อย่างไรก็ตามปริมาณขายลดลง 1% QoQ จากการหยุดโรงงาน MEG ที่สหรัฐอเมริกานอกแผน 30 วันและโลว์ซีวั่นของอุปสงค์ ในขณะที่ EBITDA หลัก/ตันเพิ่มขึ้น 19% YoY (ทรงตัว QoQ) มาอยู่ที่ 96 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากส่วนต่างราคาของ PET, PSF, MEG และ HVA ที่ขยายตัว (รายละเอียดในรูปที่ 2)
แนวโน้ม
กำไรหลักของบริษัทคาดขยายตัวทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาส 4/58 จากปริมาณขายที่สูงขึ้น (ภายหลังการหยุดโรงงานนอกแผนในไตรมาส 3/58 และจากการเข้าซื้อกิจการเมื่อไม่นานมานี้) และส่วนต่างราคารวมที่ทรงตัว ปริมาณขายในไตรมาส 4/58 คาดเพิ่มขึ้น 19% YoY แล 1% QoQ จากการที่โรงงาน MEG กลับมาดำเนินงานเต็มกำลังผลิตได้เหมือนเดิม นอกจากนี้ปริมาณขายคาดเพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการในครึ่งแรกของปี 2558 ซึ่งประกอบด้วย Polyplex (PET,ตุรกี), Performance Fiber (HVA, จีน), Cepsa(PTA, แคนาดา) และ Bangkok Polyester (PET,ไทย)
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
กำไรหลักใน 9 เดือนแรกของปี 2558 คิดเป็น 75% ของประมาณการกำไรหลักปี 2558 ของเราที่ 7,437 ล้านบาท ซึ่งเรายังคงไม่เปลี่ยนแปลง
คำแนะนำ
เราคาดกำไรเติบโตแข็งแกร่งตลอดปี 2558 จากส่วนต่างราคาที่สูงขึ้นและปริมาณขายที่เติบโต ในมุมมองของเราน่าจะช่วยหนุนราคาหุ้นให้สูงึ้นได้ นอกจากนี้ ยังมีอัพไซด์ต่อผลประกอบการในระยะยาวจากโอกาสในการเข้าซื้อกิจการ นอกจากนี้ มูลค่าหุ้นยังคงถูกอยู่ โดยราคาหุ้นในปัจจุบันซื้อขายกันที่ PBV สิ้นปี 2559 ที่ 1.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวอยู่ 0.9 ส่วนเบี้ยงเบนมาตรฐาน






