น้ำมันดิบปรับขึ้นจากรายงานการลงทุนของ IEA ที่บ่งชี้ว่าการลงทุนในการขุดเจาะน้ำมันจะปรับตัวลดลง
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันแรก หลังจากลดลงต่อเนื่องเป็นเวลา 4 วันติดต่อกัน สำนักงานพลังงานสากล หรือ IEA ได้เปิดเผยข้อมูลการคาดการณ์เกี่ยวกับการลงทุนทางด้านการขุดเจาะน้ำมันในปีนี้ว่าจะปรับตัวลดลงประมาณร้อยละ 20 และมีแนวโน้มว่าจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า
+ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงสนับสนุนจากการคาดการณ์ของศูนย์พายุเฮอร์ริเคนนานาชาติของสหรัฐ ว่าพายุโซนร้อน Kate จะเพิ่มความรุนแรงขึ้นเป็นพายุเฮอร์ริเคนภายในคืนที่ผ่านมา และจะพาดผ่านทางเหนือของแหลมเบอร์มิวด้าและแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบนอกชายฝั่งทางด้านตะวันออกของสหรัฐ
- อย่างไรก็ตาม รายงานของ IEA ได้ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบยังไม่น่าจะไปแตะระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลภายในปี 2563 นี้ ถึงแม้ว่าจะมีการปรับลดการลงทุนในการขุดเจาะน้ำมันก็ตาม เนื่องจาก IEA คาดการณ์การเติบโตของความต้องการใช้น้ำมันดิบโลกว่า ความต้องการใช้น้ำมันดิบโลกจะชะลอตัวลงและอยู่ในระดับ 900,000 บาร์เรลต่อวันเท่านั้นซึ่งไม่ถึงระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2563
- ส่วนแนวโน้มของระดับน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ ในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น มีแนวโน้มที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน หลังจากผลสำรวจจากนักวิเคราะห์ออกมาว่า ระดับปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ จะปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยชะลอตัวลงจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 2.8 ล้านบาร์เรล
- สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนได้รายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยชะลอตัวลงจากเดือนกันยายนที่ระดับร้อยละ 1.6 และต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับร้อยละ 1.5 ซึ่งอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำได้สร้างความกังวลเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจของจีน และได้มีการคาดหวังว่ารัฐบาลจีนจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในสิ้นปี
ราคาน้ำมันเบนซิน และราคาน้ำมันดีเซล ตลาดสิงค์โปร์ปิดทำการเนื่องในวันหยุด Deepavali
ทิศทางราคาน้ำมันดิบ
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 43-48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 46-51 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ของจีน ได้แก่ ยอดส่งออก ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น ว่าจะออกมาในทิศทางใด ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะสร้างความกังวลต่อภาพเศรษฐกิจโดยรวมและอุปสงค์น้ำมันของจีนที่อาจมีแนวโน้มชะลอตัวลงได้ ซึ่งจะส่งผลกดดันราคาน้ำมัน
- อัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่อง โดยล่าสุด EIA รายงานการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ (ณ วันที่ 30 ต.ค.) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 9.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ชะลอตัวลงจากระดับสูงสุดที่ 9.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน เม.ย. เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ บางส่วนได้ชะลอการผลิตลง
- รายงานสถานการณ์น้ำมันประจำเดือน พ.ย. จากสำนักสารสนเทศน์ด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) วันที่ 11 พ.ย. โอเปค วันที่ 12 พ.ย. และ สำนักงานพลังงานสากล (IEA) วันที่ 13 พ.ย. นี้ ว่าจะมีแนวโน้มต่อภาพตลาดน้ำมันอย่างไร
- การประท้วงของสหภาพแรงงานบริษัทน้ำมันแห่งชาติบราซิลเพื่อเรียกร้องให้บริษัทปรับเพิ่มค่าแรงขึ้น ที่ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบของบราซิลปรับลดลงอย่างมาก อาจยังคงส่งผลต่อราคาน้ำมันระยะสั้นต่อเนื่อง แม้ล่าสุดบริษัทได้ออกแผนการฉุกเฉินเพื่อรับมือกับการประท้วงเพื่อชะลอความรุนแรงลงแล้ว
- ความคืบหน้าสถานการณ์นิวเคลียร์ของอิหร่าน หลังล่าสุด อิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านได้เริ่มเดินหน้าทำตามข้อตกลงนิวเคลียร์ที่อิหร่านและกลุ่มชาติมหาอำนาจ (P5+1) บรรลุไว้เมื่อวันที่ 14 ก.ค. แล้ว โดยหากอิหร่านสามารถปฎิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงทั้งหมดได้ก่อนวันที่ 15 ธ.ค. ส่งผลให้อิหร่านจะได้รับการยกเลิกการคว่ำบาตรและกลับมาส่งออกน้ำมันดิบตามปกติในปีหน้า
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999






