วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Corporate News (11 พ.ย.58)

ADVANC ซื้อ, CPALL ถือ, KCE ซื้อ, LH ถือ, TOP ซื้อ, GFPT ถือ, EGCO ถือ, DRT ซื้อ

ADVANC    ซื้อ     ราคาพื้นฐาน 260.00 บาท

ADVANC : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 3/58 ที่ 8,616 ล้านบาท ลดลง 3.8%yoy และ 13%qoq โดยผลประกอบการที่ลดลงนั้นมาจากรายได้ค่าบริการที่น้อยลงจากรายได้ค่าบริการด้านเสียงที่ต่ำลงและขาดทุนเป็นจำนวนมากจากการอุดหนุนโครงการเครื่องโทรศัพท์ อย่างไรก็ดี เราเห็นว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวในไตรมาสที่ 4/58 ADVANC น่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการประมูลคลี่นความถี่ เนื่องจากจะช่วยลดความกังวลเรื่องการขาดแคลนคลื่นความถี่ได้ แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 260 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

CPALL     ถือ    ราคาพื้นฐาน 53.00 บาท

CPALL : บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3/58 ที่ 3,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.2%yoy และ 3.8%qoq โดยเป็นไปตามที่เราและตลาดคาดไว้ ปัจจัยหลักที่สนับสนุนผลประกอบการมาจาก การเติบโตของยอดขายร้านเดิมที่ดีขึ้นเล็กน้อย อัตรากำไรขั้นต้นที่กว้างขึ้น และการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ผลประกอบการงวด 9เดือนแรกปีนี้คิดเป็น 75% ของคาดการณ์ทั้งปีของเรา ทั้งนี้แม้เรารู้สึกประทับใจในความสามารถของบริษัทที่ทำให้ผลประกอบการเติบโต ด้านมูลค่าหุ้นดูจะแพงโดยซื้อขายที่ 33 เท่า PE เราเชื่อว่าได้สะท้อนความสามารถด้านผลประกอบการที่แข็งแกร่งไปแล้ว คงคำแนะนำ ถือ ราคาพื้นฐาน 53.00 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 47 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

KCE    ซื้อ    ราคาพื้นฐาน 69.00 บาท

KCE : บริษัทรายงานกำไรสุทธิที่ 602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28%yoy และ 20%qoq โดยปัจจัยหลักที่สนับสนุนผลประกอบการมาจาก (1) โรงงานใหม่ เฟส 1 มีอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้นเป็น 70% ในไตรมาสที่ 3/58 จาก 50% ในไตรมาสที่ 2/58 ซึ่งทำให้ยอดขายอยู่ที่ 3,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%yoy 2) อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 32% มากไปกว่านั้น จากการทำ stress test เราพบว่าแม้กรณีอื้อฉาวของโฟล์สวาเก้นจะแย่ลง KCE เผชิญกับผลกระทบทางลบที่จำกัด คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 69 บาท(รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

LH    ถือ   ราคาพื้นฐาน 9.60 บาท

LH : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 3/58 ที่ 1,500 ล้านบาท ลดลง 14.4%yoy และ 13.1%qoq โดยผลประกอบการในงวด 9 เดือนแรกปีนี้ยังคงอ่อนแอ จากอุปสงค์ที่อยู่ในระดับต่ำและกลยุทธ์ในการดำเนินงานอย่างระมัดระวัง โดยปรับลดจำนวนโครงการออกใหม่ในปี 2558 ลง ซึ่งทำให้ยอดพรีเซลล์และรายได้ลดลง ทั้งนี้ผู้บริหารได้ให้แนวทางสำหรับยอดพรีเซลล์และรายได้ในปี 2558 ที่ลดลงตรงกับคาดการณ์ของเรา คงคำแนะนำ ถือ ราคาพื้นฐาน 9.60 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรซื้อคือ 8.30 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

TOP     ซื้อ     ราคาพื้นฐาน 67.00 บาท

TOP : บริษัทรายงานขาดทุนสุทธิที่ 2,294 ล้านบาทในไตรมาสที่ 3/58 ซึ่งเรามองว่านักลงทุนไม่ได้สนใจผลประกอบการที่ย่ำแย่ดังกล่าว และมองไปข้างหน้าถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการในไตรมาสที่ 4/58 จากการฟื้นตัวของค่าการกลั่น นอกจากนี้ ด้วยธุรกิจการกลั่นที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดจากอุปทานใหม่ที่เข้ามาค่อนข้างจำกัดในปี 2559 TOP จะยังได้ประโยชน์จากการเป็นโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คงคำแนะนำ ซื้อ อย่างไรก็ดีในกลุ่มน้ำมันและก๊าซ เราชอบหุ้นกลุ่มปลายน้ำมากกว่า เช่น PTTGC, IRPC และ SCC จากแนวโน้มที่แข็งแกร่ของธุรกิจโอเลฟิน ราคาพื้นฐาน TOP อยู่ที่ 67 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

GFPT    ถือ     ราคาพื้นฐาน 11.40 บาท

GFPT : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 3/58 ที่ 326 ล้านบาท ลดลง 35%yoy แต่เพิ่มขึ้น 63%qoq ซึ่งดีกว่าที่เราคาดไว้ 20% และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ 12% จากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเป็นจำนวนมาก ด้านผลประกอบการในไตรมาสที่ 4/58 มีแนวโน้มจะลดลง qoq จากปัจจัยด้านฤดูกาล ขณะที่ผลประกอบการในปี 2559 คาดว่าจะฟื้นตัวจากการผ่อนคลายลงของภาวะอุปทานไก่ล้นตลาดในประเทศไทย คงคำแนะนำ ถือ จากราคาหุ้นน่าจะได้สะท้อนความคาดหวังของราคาไก่ที่ปรับขึ้นในปีหน้าไปแล้ว ราคาพื้นฐาน 11.40 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 9.70 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)


EGCO     ถือ    ราคาพื้นฐาน 168 บาท

EGCO : บริษัทรายงานขาดทุนสุทธิที่ 151 ล้านบาท โดยหลักมาจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ 2,600 ล้านบาท ซึ่งมาจากการอ่อนค่าของเงินบาท หากไม่คิดผลกระทบของการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรพิเศษ ผลประกอบการหลักอยู่ที่ 1,700 ล้านบาท ซึ่งทำให้ผลประกอบการหลักงวด 9 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 6,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 79% ของคาดการณ์ของเรา เราคงคาดการณ์ผลประกอบการหลักทั้งปีไว้ที่ 7,800 ล้านบาท แนะนำ ถือ ราคาพื้นฐาน 168 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 161 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)


DRT     ซื้อ    ราคาพื้นฐาน 5.20 บาท

DRT : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 3/58 ที่ 68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.8%yoy โดยแม้จะรายงานยอดขายที่น้อยลงจากความอ่อนแอของการบริโภคในต่างจังหวัด DRT ยังสามารถรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ 3/58 ได้ จากการควบคุมต้นทุน ซึ่งเมื่อรวมกับกลยุทธ์ของบริษัทที่จะเพิ่มสัดส่วนของยอดขายในตลาดที่มีการเติบโตสูง ก็จะทำให้ DRT มีการเติบโตของผลประกอบการอย่างต่อเนื่องในปี 2559 ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ โดยเราเลื่อนไปใช้ราคาพื้นฐานปี 2559 ที่ 5.20 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)