ADVANC ซื้อ, CPALL ถือ, KCE ซื้อ, LH ถือ, TOP ซื้อ, GFPT ถือ, EGCO ถือ, DRT ซื้อ
ADVANC ซื้อ ราคาพื้นฐาน 260.00 บาท
ADVANC : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 3/58 ที่ 8,616 ล้านบาท ลดลง 3.8%yoy และ 13%qoq โดยผลประกอบการที่ลดลงนั้นมาจากรายได้ค่าบริการที่น้อยลงจากรายได้ค่าบริการด้านเสียงที่ต่ำลงและขาดทุนเป็นจำนวนมากจากการอุดหนุนโครงการเครื่องโทรศัพท์ อย่างไรก็ดี เราเห็นว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวในไตรมาสที่ 4/58 ADVANC น่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการประมูลคลี่นความถี่ เนื่องจากจะช่วยลดความกังวลเรื่องการขาดแคลนคลื่นความถี่ได้ แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 260 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
CPALL ถือ ราคาพื้นฐาน 53.00 บาท
CPALL : บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3/58 ที่ 3,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.2%yoy และ 3.8%qoq โดยเป็นไปตามที่เราและตลาดคาดไว้ ปัจจัยหลักที่สนับสนุนผลประกอบการมาจาก การเติบโตของยอดขายร้านเดิมที่ดีขึ้นเล็กน้อย อัตรากำไรขั้นต้นที่กว้างขึ้น และการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ผลประกอบการงวด 9เดือนแรกปีนี้คิดเป็น 75% ของคาดการณ์ทั้งปีของเรา ทั้งนี้แม้เรารู้สึกประทับใจในความสามารถของบริษัทที่ทำให้ผลประกอบการเติบโต ด้านมูลค่าหุ้นดูจะแพงโดยซื้อขายที่ 33 เท่า PE เราเชื่อว่าได้สะท้อนความสามารถด้านผลประกอบการที่แข็งแกร่งไปแล้ว คงคำแนะนำ ถือ ราคาพื้นฐาน 53.00 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 47 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
KCE ซื้อ ราคาพื้นฐาน 69.00 บาท
KCE : บริษัทรายงานกำไรสุทธิที่ 602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28%yoy และ 20%qoq โดยปัจจัยหลักที่สนับสนุนผลประกอบการมาจาก (1) โรงงานใหม่ เฟส 1 มีอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้นเป็น 70% ในไตรมาสที่ 3/58 จาก 50% ในไตรมาสที่ 2/58 ซึ่งทำให้ยอดขายอยู่ที่ 3,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%yoy 2) อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 32% มากไปกว่านั้น จากการทำ stress test เราพบว่าแม้กรณีอื้อฉาวของโฟล์สวาเก้นจะแย่ลง KCE เผชิญกับผลกระทบทางลบที่จำกัด คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 69 บาท(รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
LH ถือ ราคาพื้นฐาน 9.60 บาท
LH : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 3/58 ที่ 1,500 ล้านบาท ลดลง 14.4%yoy และ 13.1%qoq โดยผลประกอบการในงวด 9 เดือนแรกปีนี้ยังคงอ่อนแอ จากอุปสงค์ที่อยู่ในระดับต่ำและกลยุทธ์ในการดำเนินงานอย่างระมัดระวัง โดยปรับลดจำนวนโครงการออกใหม่ในปี 2558 ลง ซึ่งทำให้ยอดพรีเซลล์และรายได้ลดลง ทั้งนี้ผู้บริหารได้ให้แนวทางสำหรับยอดพรีเซลล์และรายได้ในปี 2558 ที่ลดลงตรงกับคาดการณ์ของเรา คงคำแนะนำ ถือ ราคาพื้นฐาน 9.60 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรซื้อคือ 8.30 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
TOP ซื้อ ราคาพื้นฐาน 67.00 บาท
TOP : บริษัทรายงานขาดทุนสุทธิที่ 2,294 ล้านบาทในไตรมาสที่ 3/58 ซึ่งเรามองว่านักลงทุนไม่ได้สนใจผลประกอบการที่ย่ำแย่ดังกล่าว และมองไปข้างหน้าถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการในไตรมาสที่ 4/58 จากการฟื้นตัวของค่าการกลั่น นอกจากนี้ ด้วยธุรกิจการกลั่นที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดจากอุปทานใหม่ที่เข้ามาค่อนข้างจำกัดในปี 2559 TOP จะยังได้ประโยชน์จากการเป็นโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คงคำแนะนำ ซื้อ อย่างไรก็ดีในกลุ่มน้ำมันและก๊าซ เราชอบหุ้นกลุ่มปลายน้ำมากกว่า เช่น PTTGC, IRPC และ SCC จากแนวโน้มที่แข็งแกร่ของธุรกิจโอเลฟิน ราคาพื้นฐาน TOP อยู่ที่ 67 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
GFPT ถือ ราคาพื้นฐาน 11.40 บาท
GFPT : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 3/58 ที่ 326 ล้านบาท ลดลง 35%yoy แต่เพิ่มขึ้น 63%qoq ซึ่งดีกว่าที่เราคาดไว้ 20% และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ 12% จากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเป็นจำนวนมาก ด้านผลประกอบการในไตรมาสที่ 4/58 มีแนวโน้มจะลดลง qoq จากปัจจัยด้านฤดูกาล ขณะที่ผลประกอบการในปี 2559 คาดว่าจะฟื้นตัวจากการผ่อนคลายลงของภาวะอุปทานไก่ล้นตลาดในประเทศไทย คงคำแนะนำ ถือ จากราคาหุ้นน่าจะได้สะท้อนความคาดหวังของราคาไก่ที่ปรับขึ้นในปีหน้าไปแล้ว ราคาพื้นฐาน 11.40 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 9.70 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
EGCO ถือ ราคาพื้นฐาน 168 บาท
EGCO : บริษัทรายงานขาดทุนสุทธิที่ 151 ล้านบาท โดยหลักมาจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ 2,600 ล้านบาท ซึ่งมาจากการอ่อนค่าของเงินบาท หากไม่คิดผลกระทบของการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรพิเศษ ผลประกอบการหลักอยู่ที่ 1,700 ล้านบาท ซึ่งทำให้ผลประกอบการหลักงวด 9 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 6,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 79% ของคาดการณ์ของเรา เราคงคาดการณ์ผลประกอบการหลักทั้งปีไว้ที่ 7,800 ล้านบาท แนะนำ ถือ ราคาพื้นฐาน 168 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 161 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
DRT ซื้อ ราคาพื้นฐาน 5.20 บาท
DRT : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 3/58 ที่ 68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.8%yoy โดยแม้จะรายงานยอดขายที่น้อยลงจากความอ่อนแอของการบริโภคในต่างจังหวัด DRT ยังสามารถรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ 3/58 ได้ จากการควบคุมต้นทุน ซึ่งเมื่อรวมกับกลยุทธ์ของบริษัทที่จะเพิ่มสัดส่วนของยอดขายในตลาดที่มีการเติบโตสูง ก็จะทำให้ DRT มีการเติบโตของผลประกอบการอย่างต่อเนื่องในปี 2559 ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ โดยเราเลื่อนไปใช้ราคาพื้นฐานปี 2559 ที่ 5.20 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)









