ธนาคารเกียรตินาคิน ชี้ สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ยังกดดันพอร์ตสินเชื่อรวมของธนาคาร คาดปีหน้ามีแนวโน้มดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มโต 3.5%
นายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธนาคาร เกียรตินาคิน จำกัด ( มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมสินเชื่อของธนาคารปีนี้คาดว่าไม่เติบโต หรืออาจจะลดลงร้อยละ 2-3 เนื่องจากร้อยละ 60 ของพอร์ตสินเชื่อรวมเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งภาพรวมของธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ปีนี้ลดลงร้อยละ 10 และลูกค้ายังได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ของธนาคารลดลงร้อยละ 5 ธนาคารต้องหารายได้ส่วนอื่นมาทดแทน เช่น สินเชื่อองค์กรและ สินเชื่อลูกค้ามั่งคั่ง ขณะที่สินเชื่อธุรกิจไม่ขยายตัว เหตุผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ทำให้ความต้องการสินเชื่อลดลง แต่เชื่อว่าปี 2559 สถานการณ์ต่าง ๆ จะมีแนวโน้มดีขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น หลังจากที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก อสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เศรษฐกิจปีหน้าขยายตัวร้อยละ 3.5 ส่งผลให้ภาพรวมสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์จะโตได้ร้อยละ 5-7
ส่วนปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารไตรมาส 3 เริ่มลดลงแล้วอยู่ที่ร้อยละ 6 และจะพยายามควบคุมให้ลดลงเหลือร้อยละ 5 ในสิ้นปีนี้ แต่ธนาคารไม่ประมาทสำรองเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 2,450 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 170 หากเทียบกับการกันสำรองตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด
อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ยังมีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจธนาคารจะเน้นการกระจายการหารายได้มากกว่ารายได้ที่มาจากดอกเบี้ย ซึ่งล่าสุดได้ออกสินเชื่อหมุนเวียนเอนกประสงค์ สำหรับลูกค้ามั่งคั่ง เพราะจากผลการศึกษาพบว่าลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง ที่มีสินทรัพย์เพื่อการลงทุนไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาทในประเทศไทย มีประมาณ 30,000-50,000 คน ถัดมา คือ กลุ่มที่มีทรัพย์สิน 2-30 ล้านบาทมีประมาณ 300,000-500,000 คน ซึ่งแนวโน้มคนทั้ง 2 กลุ่มนี้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ธนาคารจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร ที่มีเงินลงทุนกับธนาคาร 30 ล้านบาทขึ้นไป ด้วยการออกสินเชื่อหมุนเวียนเอนกประสงค์ ชื่อว่า Lombard Loan โดยไม่จำกัดวัตถุประสงค์ในการเบิกใช้สินเชื่อ จึงสามารถใช้เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน หรือเพิ่มผลตอบแทนของพอร์ตลงทุนผ่านการนำสินเชื่อไปลงทุนในทรัพย์สินทางการเงินที่ให้ผลตอบแทนคาดหวังที่สูงกว่าต้นทุนสินเชื่อ เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และตราสารอนุพันธ์ โดยมีระยะเวลาให้สินเชื่อตั้งแต่ 1-12 เดือน วงเงินไม่จำกัด อัตราดอกเบี้ยมีทั้งแบบลอยตัวและคงที่ โดยดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 4-5 และใช้บัญชีหลักทรัพย์และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ของลูกค้าเป็นหลักประกัน ซึ่งขณะนี้มีการอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวแล้ว 3,000 ล้านบาท จำนวนลูกค้า 2,000 ราย ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อดังกล่าว 20,000 ล้านบาท ในเวลา 1-2 ปี






