เน้นเล่นสั้น เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : เคลื่อนไหวในกรอบ 1405-1425
ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบและยังคงเหมาะสมต่อกลยุทธ์เล่นสั้น เพื่อเก็งกำไรเป็นรอบๆ สำหรับปัจจัยบวกคือตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือน ต.ค.ของสหรัฐที่ออกมาดีกว่าหลายฝ่ายคาดไว้ แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างชัดเจนของตลาดแรงงานในสหรัฐ และข่าวเรื่องการประมูล 4G คลื่นความถี่ 1800 MHz ภายในไทยที่ยังคงเดินหน้าต่อก็เป็น sentiment ดีต่อกลุ่มสื่อสาร แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดช่วงนี้ยังต้องถูกแรงขายทำกำไรเป็นระยะๆจากความกังวลเรื่องการส่งออกของจีนและการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ที่มีความเป็นไปได้มากขึ้น ดังนั้น ตลาดจะยังไม่สามารถปรับขึ้นแรง แต่ก็ไม่ลงแรงเช่นกัน กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือ เล่นรอบเล่นสั้น เน้นหุ้น story ดีเป็นรายตัว
แนวรับ/แนวต้าน : 1400/1430 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : เน้นเล่นสั้น เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ บวกกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่า
นักลงทุนระยะสั้น : SOLAR (13), THCOM (47)
SOLAR (13) ถ้าต่ำกว่า 11 บาทจะเป็นบริเวณที่น่าเก็บสะสมหุ้น SOLAR ส่วนแนวต้าน 13 บาทบริเวณนี้เหมาะสำหรับขายเพื่อ Lock profit ไว้ก่อนนะครับ SOLAR ระยะยาวพื้นฐาน OK เพราะมีโอกาสจะได้ประโยชน์จากแผนการรับซื้อไฟฟ้าชนิดพลังงานแสงอาทิตย์ของส่วนราชการ ซึ่ง SOLAR มีโอกาสได้งานเพิ่มเติมสูง เพราะมีประสบการณ์และกำลังการผลิตเป็นอันดับต้นๆของอุตสาหกรรม
THCOM (47) ได้รับผลกระทบจากข่าว CEO ออกเลยเห็นราคาหุ้นรูดลงมาเรื่อยๆจาก 38 บาทเมื่อต้นปีลงมาเหลือบริเวณ 30 บาท แต่จริงๆแล้วพื้นฐานสำหรับตัวนี้ยังดีไม่เปลี่ยน ถ้าต่ำกว่า 30 บาท ทยอยเก็บสะสมได้เลยครับ รอไปเล็งขายอีกทีใกล้ๆ 40 บาท ได้ปัจจัยหนุนระยะยาวจาก
1. Earning ที่โตขึ้นเรื่อยๆ หนุนจาก THCOM7 ที่ utilization จะเต็ม 100% ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ส่วนปีหน้าก็จะรับรู้รายได้เต็มๆปี
2. THCOM8 ยิงสู่ท้องฟ้ากลางปี 59 และปลายปี 59 utilization จะโตเต็มใกล้ 100%
3. ปัจจุบันเป็นหุ้นที่มี upside สูงที่สุดในกลุ่มสื่อสาร
นักลงทุนระยะยาว : KCE (69), CK (32)
KCE (69) (1)กำลังปิดโรงงานลาดกระบังเก่า กำลังการผลิต 600,000 ตร.ฟุตต่อเดือนเพื่อย้ายไปโรงงานใหม่ ทำให้ save costs ได้ 30 ล้านบาทต่อไตรมาส เสร็จปลายปีนี้ เริ่มมีประโยชน์ชัดเจน ต้นปีหน้าโรงงานใหม่ Phasel เปิดแล้วเมื่อต้นปีคาดว่าปลายปีเต็ม มีประสิทธิภาพมากกว่าด้วย เป็น Phase ที่มีอนาคตไกล (2)อุตสาหกรรม PCB ในรถยนต์ดี มีแนวโน้มเติบโตดีอยู่ โดย cost electronics ต่อรถยนต์มีแนวโน้มจะเพิ่มจาก 30% ไป 50% ภายในปี 2020 (3)โรงงาน phase 2 เต็มแล้ว ดีมานด์ชัดเจนต่อเนื่อง (4)โรงงานใหม่ phase 3 จะเปิด Q3 ปี 2016 (5)earnings Q2 นิวไฮ Q3 นิวไฮอีก มาร์จิ้นดี เพราะโรงงานใหม่ phase 1&2 ที่ลาดกระบังมีประสิทธิภาพดี (6)earnings CAGR 22% 3ปี ถึงปี 2017 สูงสุดในกลุ่ม electronics (7)จุดแข็งคือมี margin สูงสุดในโลก เมื่อเทียบกับผู้ผลิต PCB ทั้งหมด เพราะลด cost โดยการผลิต raw materials เช่น software & laminate เอง (8)P/E ปี 2016 12.7x อุตสาหกรรม 15x ถือว่า KCE ยังถูกอยู่
CK (32) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปีหน้า (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL น่าจะอนุมัติเดือน พ.ย.นี้ (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการลูก บริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปีหน้า (4)Q3 & Q4 sale & earnings ไม่ค่อยดี โครงการ mega projects ประมูลชนะปีนี้เริ่มทำปีหน้า ช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวที่ระดับ 4% ภายใต้สมมติฐานว่าเศรษฐกิจโลกขยายตัว 3.6% ซึ่งจะทำให้การส่งออกฟื้นตัวเป็นบวก ขณะที่การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ เช่น มอเตอร์เวย์ ทางรถไฟ และเขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมทั้งภาคการท่องเที่ยวจะเป็นตัวนำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
+ "เจพีมอร์แกน" เสนอรัฐบาลไทย ต้องเร่ง สร้างฐานรากประเทศให้แข็งแกร่งระยะยาว เน้นดันรายได้ประชาชาติเฉลี่ยต่อคนต่อปีเพิ่มขึ้นแตะ 1.2-2 หมื่นดอลลาร์ จาก 5-6 พันดอลลาร์ พร้อมสนับสนุนการลงทุน เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นเอกชน มั่นใจผลักดันเศรษฐกิจไทยเติบโตยั่งยืน
+ อธิบดีกรมที่ดิน ระบุมาตรการลดค่าธรรมเนียม หนุนซื้อขายอสังหาฯ คึกคัก เร่งแก้ปัญหาระบบคิวรังวัด "อืด" 3 เดือนต่อราย ปัตตานีลากยาวเป็นปี เหตุบุคลากรช่างสูงวัย เล็งเปิดสอบ บรรจุลดช่องโหว่ 2,000 อัตรา ด้านผู้ประกอบการ มั่นใจ "ยอดขาย-โอน" ไตรมาส 4 ขยายตัว 20-30%
+ คนร.ถกแผนฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจ 7 แห่งวันนี้ หลังล่าช้ากว่าปี เล็งออกมาตรการเข้ม บีบบอร์ด เข้มงวดทำตามแผนฟื้นฟู เรียก "จรัมพร" ชี้แจงแผนการบินไทย พร้อมหาแนวทางแก้ปัญหา ขณะสองแบงก์รัฐ "ไอแบงก์-เอสเอ็มอีแบงก์" ทำได้ตามแผน
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 46.90 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 17,910.33 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ (6 พ.ย.) ขณะที่ดัชนีที่สำคัญอื่นๆปรับตัวขึ้นลงแตกต่างกัน หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนต.ค.ที่พุ่งขึ้นมากเกินคาด ซึ่งช่วยสนับสนุนความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
- ดัชนี FTSE 100 ปิดลดลง 11.07 จุด หรือ 0.17% ที่ 6,353.83 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ (6 พ.ย.) นำโดยหุ้นกลุ่มเหมือง หลังจากข้อมูลจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาดได้ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์
+ ดัชนีนิกเกอิปิดเพิ่มขึ้น 149.19 จุด หรือ +0.78% แตะที่ 19,265.60 จุด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดปรับตัวขึ้น เพราะได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มส่งออก หลังจากเงินเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ดัชนีนิกเกอิปรับตัวขึ้นในกรอบที่จำกัด เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่ทางการสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนต.ค.ในคืนนี้ตามเวลาไทย
+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน ธ.ค.ปิดปรับลง 91 เซนต์ หรือ 2% แตะที่ 44.29 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ (6 พ.ย.) เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 7 ปี หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่ง






