วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธกส.สั่งสาขาช่วยเกษตรกรรับมือภัยแล้ง

"ธ.ก.ส." สั่งสาขาลงพื้นที่ช่วยเกษตรกรรับมือภัยแล้ง พร้อมแจง 4 มาตรการช่วยเหลือ ทั้งลดภาระคืนหนี้เดิม-ออกสินเชื่อใหม่

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการไปยังสาขาของธนาคารธ.ก.ส.ทั่วประเทศ ให้ทำงานในเชิงรุก ออกไปพบปะเกษตรกรที่เป็นลูกค้าธนาคารเป็นรายกลุ่ม พร้อมจัดประชุมกลุ่มย่อย เพื่อชี้แจงแนวทางและมาตรการในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในการรับมือกับปัญหาภัยแล้งในช่วงปี 2559

เนื่องจากขณะนี้ภาคเกษตรกรรม กำลังได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ เอลนีโญ ทำให้ปริมาณน้ำฝนลดลงจากภาวะปกติมาก อีกทั้งฝนที่ตกลงมาไม่ได้ตกในพื้นที่หน้าเขื่อน แต่ตกลงในพื้นที่หลังเขื่อนแทน ปริมาณน้ำต้นทุนจึงมีน้อยกว่าปีปกติมาก ทำให้เกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ 22 จังหวัดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่สามารถเพาะปลูกได้ตามปกติ

ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ธ.ก.ส.จึงได้มีมติให้ธนาคารดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกค้า 4มาตรการ ทั้งการผ่อนคลายภาระหนี้สินเดิมที่มีอยู่ด้วยการขยายเวลาคืนหนี้ พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยให้ ขณะเดียวกันยังมาตรการสินเชื่อใหม่อีก 3 มาตรการวงเงินรวม 1.5 หมื่นล้านบาท สำหรับการส่งเสริมการทำอาชีพนอกภาคเกษตรกรรมทั้งอาชีพส่วนบุคคล หรือการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน ในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน และมีสินเชื่อสำหรับการพัฒนาแหล่งน้ำ ปรับปรุงการผลิต หรือส่งเสริมการเพาะปลูกพืชชนิดอื่นที่ได้น้ำในการเพาะปลูกน้อยกว่าข้าว

สำหรับรายละเอียดของ 4 มาตรการประกอบด้วย 1.โครงการขยายระยะเวลาชำระหนี้สินเดิมลูกค้า ธ.ก.ส. วงเงิน 6 หมื่นล้านบาท โดยธนาคารจะพิจารณาขยายระยะเวลาชำระหนี้เดิมให้แก่เกษตรกร ออกไปเป็นระยะเวลาไม่เกิน 24 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง และสำหรับลูกค้า ธ.ก.ส.ที่อยู่ในพื้นที่วิกฤตภัยแล้งในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด ที่มีหนี้เงินกู้เดิมรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท จะได้รับการลดดอกเบี้ย 3% ต่อปี โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยแทนเกษตรกร 1.5% ต่อปี และ ธ.ก.ส.รับภาระดอกเบี้ยแทนเกษตรกร 1.5% ต่อปี

2.โครงการสินเชื่อเพื่อปรับปรุงระบบการผลิตด้านการเกษตรเพื่อพัฒนาระบบน้ำ หรือเพื่อปรับเปลี่ยนการผลิตหรือประกอบอาชีพเสริมด้านการเกษตรวงเงินให้สินเชื่อรวม 10,000 ล้านบาท วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 10 ปี กรณีพิเศษไม่เกิน 12 ปี โดยปลอดชำระต้นเงินไม่เกิน3 ปีแรก คิดดอกเบี้ยในอัตรา MRR - 2 ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 7%ต่อปี) หรือเท่ากับ5% ต่อปี

3.โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสร้างงานในชุมชนวงเงินให้สินเชื่อรวม 2,500 ล้านบาท วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยในอัตรา MRR - 2 หรือเท่ากับ 5% ต่อปี ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 5 ปี โดยใช้ทางเลือกอาชีพเสริมของกระทรวงแรงงาน และ 4.โครงการสินเชื่อสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนวงเงินให้สินเชื่อรวม 2,500 ล้านบาท กลุ่มเป้าหมายวิสาหกิจชุมชน 3,000 แห่ง สนับสนุนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มละไม่เกิน 1 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยในอัตรา 4 %ต่อปี เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้วิสาหกิจชุมชนระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 12 เดือน และหากเป็นการลงทุนมีระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 5 ปี