ยังคงเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลดี
ประเด็นการลงทุน
เรายังคงประมาณการกำไรปี 2558 ของ TCAP ที่ 5.9 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 15% YoY) และปี 2559 ที่ 6.3 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 7%) เดิม โดยเรามองว่าอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในเดือน ก.ย. ที่ 112% นั้นเพียงพอต่อการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4/58 และปี 2559 ที่มีแนวโน้มการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯลดลง อย่างไรก็ตามอาจมีอัพไซด์ต่อประมาณการของเราหากการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯต่ำกว่าที่เราประเมินไว้เนื่องจากปัจจุบัน TCAP มีอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่สูงและการบริหารจัดการสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ดีขึ้น ทั้งนี้ TCAP ซื้อขายอยู่ในระดับ PBV ที่ 0.7 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.4 เท่าอยู่มาก โดยเราคาดว่าบริษัทจะมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 5.1% ในปี 2558 และ 5.7% ในปี 2559 เราจึงยังคงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”
สินเชื่อปี 2558 มีแนวโน้มปรับตัวลงเล็กน้อย
ผู้บริหาร TCAP กล่าวว่าสินเชื่อปี 2558 มีแนวโน้มคงที่หรือปรับตัวลงเล็กน้อยจากยอดขายรถยนต์ที่ชะลอตัว ทั้งนี้สินเชื่องวด 9 เดือนแรกของปี 2558 อ่อนตัวลง 5.4% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน แต่บริษัทคาดสินเชื่อไตรมาส 4/58จะเติบโตเล็กน้อย QoQ พร้อมทั้งมองว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อปีหน้าจะโตประมาณ 3-3.5% สอดคล้องกับการเติบโตของจีดีพีที่ 3-3.5% ในปี 2559 โดยบริษัทจะให้ความสนใจต่อสินเชื่อบรรษัท SME และรายย่อย (รายบุคคลและบ้าน) ในขณะที่ผู้บริหารคาดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 2.7% ในปี 2559 ใกล้เคียงกับปีนี้ เราสันนิษฐานว่าปริมาณสินเชื่อในปี 2558 จะหดตัวลง 8% ก่อนเติบโต 3% ในปี 2559 รวมทั้งประเมินว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในปี 2558 และปี 2559 จะอยู่ที่ 2.66% และ 2.69% ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับคาดการผู้บริหาร
การสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯยังคงสูงต่อเนื่องในปี 2559
ถึงแม้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จะแตะ 112% ในเดือนก.ย. 2558 แต่ TCAP ยังคงย้ำว่าบริษัทจะปรับขึ้นอัตราส่วนดังกล่าวอีกจนถึง 130% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยผู้บริหารได้ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯปี 2559 อิงที่ 0.80-0.90% ของสินเชื่อทั้งหมดจากเดิมที่ 0.87% ใน 9 เดือนแรกของปี (เราคาดสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯปี 2558 จะอยู่ที่ 7.8 พันล้านบาท จากอัตราการตั้งสํารองหนี้สูญฯต่อสินเชื่อรวมที่ 1.04% และปี 2559 จะอยู่ที่ 7.1 พันล้านบาท จากอัตราการตั้งสํารองหนี้สูญฯต่อสินเชื่อรวมที่ 0.92%) นอกจากนี้บริษัทตั้งเป้าปรับลดสัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมไปอยู่ต่ำกว่า 3% ณ สิ้นปี 25559 จากเดิมที่ 3.42% ในไตรมาส 3/58 เรามองว่าการปรับลดค่าสำรองเผื่อหนี้สูญฯให้ต่ำกว่าประมาณการของเราอาจเพิ่มอัพไซด์ต่อประมาณการผลประกอบการปี 2558 ได้ นอกจากนี้ TCAP มีแนวโน้มใช้ผลประโยชน์ทางภาษีมูลค่า 2.7 หมื่นล้านบาท (จากผลขาดทุนในการซื้อหุ้น SCIB ในปี 2553) ในการเพิ่มสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯและลดภาระค่าใช้จ่ายภาษีอีกครั้งในช่วงปี 2559-2561
…แต่มีเงินทุนจำนวนมากในการจ่ายเงินปันผลและขยายกิจการ
TCAP มีอัตราสวนเงินกองทุนตอสินทรัพยเสี่ยงที่ 14.0% (โดยคิดเป็นเงินกองทุนขั้นที่1 อยู่ 10%) ณ สิ้นเดือนก.ย. 2558 จากภาพบริษัทในปีนี้และปีหน้าที่ยังไม่มีการขยายธุรกิจมากนัก เราเชื่อว่าบริษัทมีความสามารถจ่ายเงินปันผลที่ 5.1% ในปีนี้และ 5.7% ในปีหน้า ทั้งนี้ TCAP มีอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องต่อกระแสเงินสดระยะสั้น (LCR)ที่ 100% ณ สิ้นเดือนก.ย. 2558 ก่อนมีมาตรการบังคับให้มีอัตราส่วน LCR ที่ 60% ในปี 2559 ส่งผลให้บริษัทมีความเสี่ยงต่อผลกระทบจากการเร่งระดมเงินฝากและการหดตัวของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยน้อยมาก







