วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

IRPC - ซื้อเก็งกำไร

3Q58 รายงานกำไรที่ 8 ร้อยล้านบาทตามคาด

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- รายงานกำไร 3Q58 +3,913%YoY, -79%QoQ : IRPC รายงานกำไรไตรมาส 3 ที่ 887 ล้านบาทสูงกว่าที่เราประมาณการไว้ 9% โดยธุรกิจทั้ง 3 ของบริษัทมีผลการดำเนินงานดังนี้ 1) ธุรกิจโรงกลั่นใช้กำลังการกลั่นที่ 177 พันบาร์เรลต่อวัน(KBD) หรือคิดเป็นร้อยละ 82 ของกำลังการกลั่น ขณะที่ค่าการกลั่นอ่อนตัวลงตามส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลและส่วนต่างน้ำมันเตาเนื่องจากมีโรงกลั่นใหม่ของซาอุดีอาระเบียเริ่มเดินเครื่อง อย่างไรก็ตามมีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันดิบ 1.8 พันล้านบาทกดดันต่อผลประกอบการของธุรกิจโรงกลั่น 2) ธุรกิจน้ำมันเครื่องมีส่วนต่างผลิตภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นทั้งน้ำมันหล่อลื่นและยาง มะตอยกว่า 16%QoQ เนื่องจากจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ลดกำลังการผลิต อีกทั้งโรงกลั่นที่สิงคโปร์หยุดซ่อมบำรุงส่งผลให้อุปทานยางมะตอยลดลง 3) ธุรกิจ ปิโตรเคมีใช้กำลังการผลิตทรงตัว แม้ว่าส่วนต่างผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์จะปรับตัวลงแต่ยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ส่วนต่างผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์จะปรับตัวลดลงโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์โทลูอีนที่ปรับตัวลงกว่า 14%QoQ กดดันต่อผลประกอบการธุรกิจปิโตรเคมี

- รายงานกำไรสุทธิ 9M58 ที่ 8.9 พันล้านบาทแต่มาจากรายได้อื่นกว่า 55% : IRPC รายงานกำไรสุทธิ 9 เดือนที่ 8,971 ล้านบาทเติบโต 1,502%YoY แต่เมื่อหักรายได้อื่นและผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน IRPC จะมีกำไรปกติ 4 พันล้านบาทเติบโต 202%YoY ซึ่งมาจากธุรกิจหลักที่เริ่มฟื้นตัวหลังมีโครงการปรับลดค่าใช้จ่าย (DELTA Program) นอกจากนี้ IRPC ยังอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ UHV ซึ่งเป็นโครงการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ซึ่งจะเปลี่ยนน้ำมันเตาเป็นโพรพิลีนที่สร้างกำไรได้ดีกว่า ทั้งนี้คาดว่าโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จ ธ.ค. 58 ซึ่งฝ่ายวิจัยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะเพิ่มกำไรขั้นต้นได้ราว 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือเพิ่มขึ้น 14% และเป็นจุดเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของ IRPC ในอนาคต

- ปรับคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเหมาะสม 4.70 บาท : ฝ่ายวิจัยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 58 และ 59 จาก 9,265 ล้านบาทและ 8,060 ล้านบาทสู่ 11,620 ล้านบาทและ 9,093 ล้านบาทตามลำดับ โดยเพิ่มขึ้น 25% และ 16% ตามลำดับ เนื่องจากมีมุมมองบวกต่อกำไรในไตรมาส 4 ที่คาดว่าค่าการกลั่นจะฟื้นตัวตามส่วนต่างน้ำมันดีเซล อีกทั้งคาดว่าจะไม่มีผลขาดทุนจาก สต็อกน้ำมันเนื่องจากเรามองว่าราคาน้ำมันดิบในไตรมาส 3 เป็นจุดต่ำสุด ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี PBV Ratio โดยอิง Prospective PBV ที่ 1.2 เท่าจาก 1.12 เท่า เพื่อให้สะท้อนภาพบวกของธุรกิจหลักที่เริ่มสร้างกำไรได้ราคาเหมาะสมที่ 4.70 บาทสำหรับปี 59 อย่างไรก็ตาม P/E ของอุตสาหกรรมยังต่ำกว่า IRPC จึงแนะนำเพียง “ซื้อเก็งกำไร”