คาดกำไรสุทธิ 58 ทั้งปีลดลง 26%
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- คาดกำไรสุทธิ 58 อ่อนตัว YoY : 2H58 แนวโน้มรายได้ยังคงเติบโตต่อเนื่องจาก 1H58 โดยบริษัทยังคงมีแนวโน้มการเติบโตจากการรับรู้งานคงค้างในมือที่เพิ่มขึ้นมาจากช่วงไตรมาส 2 รวมถึงการเริ่มรับรู้รายได้จากสัญญาที่เซ็นในช่วงไตรมาส 3 เช่นงานศูนย์ข้อมูลและแผนที่แห่งชาติระยะที่ 2 และงานเพิ่มเติมจากกฟผ.ระยะที่ 2 หากรวมกับงานอื่น ๆ คาดว่าจะรับรู้สัญญาที่เซ็นในไตรมาส 3 ได้ราว 500 ล้านบาทและบริษัทยังคาดว่าจะได้รับงาน CAT 1-2 โครงการและส่วนของกรมตำรวจมูลค่า 3,300 ล้านบาทที่คาดว่าจะเซ็นได้ในช่วงปลายปี โดย ณ สิ้นไตรมาส 3 คาดว่าจะมีงานคงค้างในมือราว 8.7 ล้านบาท ซึ่งหากรวมมูลค่าที่คาดการณ์ช่วง 4Q58 แล้วทำให้คาดว่างานคงค้างในมือจะสูงขึ้นถึงระดับหมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามคาดว่าบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นจากการตั้งสำรองต่างๆ รวมถึงรับรู้รายได้ช้าลงจากการเลื่อนโครงการ ซึ่งส่งผลให้กำไร2H58 อ่อนตัวลงเล็กน้อย ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการรายได้ลง 12% ซึ่งส่งผลให้คาดกำไรสุทธิทั้งปี 58 ราว 540 ล้านบาท ลดลง 26% YoY
- ปี 59 ผลประกอบการมีโอกาสเติบโตเด่น : แม้ว่าแนวโน้มผลประกอบการปี 58 คาดจะออกมาไม่ดีนัก แต่แนวโน้มการเติบโตของ SAMTEL ในปี 59 จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการรับรู้รายจากระบบคัดกรองผู้โดยสาร (APPS) มูลค่ากว่า 3 พันล้านบาทและการรับรู้รายได้จากงานในมือคงค้างที่คาดว่าจะอยู่ระดับหมื่นล้านในสิ้นปีที่จะทยอยรับรู้ในปี 59 รวมถึงโครงการ National Payment ซึ่งบริษัทจะได้ประโยชน์จากเข้าประมูลติดตั้งอุปกรณ์ คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วง 4Q58 และน่าจะเซ็นสัญญาได้ในปี 59 ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรสุทธิปี 59 ราว 648 ล้านบาทเติบโต 17% YoY
- มีความเสี่ยงจากการตกเป็นผู้ต้องหา : แม้ว่าบริษัทจะปฏิเสธข่าวในส่วนที่เกี่ยวข้องในคดี พ.ต.ต.ปรากรม ร่วมกับ บริษัท สามารถเทเลคอม ตั้งสถานีวิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยแจ้งว่าบริษัททำตามหนังสือกรมตำรวจที่แจ้งมา อย่างไรก็ตามเรามองว่าเป็นความเสี่ยงของบริษัทที่จะส่งผลกระทบต่อการประมูลโครงการในอนาคตหากมีความผิดจริง ซึ่งผู้บริหารคาดว่าจะรู้ผลก่อนสิ้นปี
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 21.00 บาทสำหรับปี 59 : จากแนวโน้มผลประกอบการที่จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 59 รวมถึงบริษัทจ่ายปันผลสม่ำเสมอที่อัตราผลตอบแทนประมาณ 3% โดยเราประเมินมูลค่าด้วยวิธี Prospect PER ที่ระดับ 20 เท่าและ EPS ปี 59 ที่ 1.03 ได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 21 บาทสำหรับปี 59 ซึ่งสูงกว่าราคาปิดปัจจุบัน ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”






