"กกร." เตรียมหารือรัฐบาล 6 พ.ย.นี้ หวังหาแนวทางขจัดอุปสรรคการทำธุรกิจในไทย-เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กกร. ให้ความสำคัญกับ Doing Business Report 2016 จัดทำโดยธนาคารโลก ซึ่งพบว่า อันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของไทยถูกปรับลดลงมาอยู่ที่ลำดับ 49 จากอันดับที่ 46 ในปี 2557 ซึ่งด้านที่มีการปรับลดมากที่สุด คือกระบวนการชำระภาษีที่ลดลงจากอันดับที่ 62 มาอยู่ที่อันดับ 70 และด้านการเข้าถึงสินเชื่อที่ถูกจัดให้อยู่อันดับ 97 จาก 90 ในปี 2557 และในด้านที่อันดับของไทยปรับดีขึ้น คือด้านการขอใบอนุญาตก่อสร้างจากอันดับที่ 47 มาเป็น 39 ในปีนี้
"กกร. มองว่าการลดลงของอันดับของประเทศในครั้งนี้เป็นตัวสะท้อนถึงจุดอ่อนของขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ที่ยังไม่ทัดเทียมกับคู่แข่งของเรา ดังนั้นภาครัฐและเอกชนควรร่วมมือกันรับผิดชอบผลักดันแก้ไขอุปสรรค เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ดีขึ้น ซึ่งจะมีการหารือกับทางรัฐบาลในเรื่องประเด็น East of Doing Business ในวันที่ 6 พ.ย. นี้ โดยการปรับปรุงด้านดังกล่าวกกร.ให้ความสำคัญอันดับแรกกับ 6 กระบวนงาน คือ การจัดตั้งธุรกิจ การขออนุญาตก่อสร้าง การชำระภาษี การนำเข้า ส่งออก การท่องเที่ยว & Visa Work Permit"นายอิสระ กล่าว
นอกจากนี้ กกร. เตรียมทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย ให้ชะลอการประกาศใช้ผังเมืองใหม่ที่กระทบที่ตั้งโรงงานออกไปก่อน 3 เดือนเพื่อให้ภาคเอกชนปรับตัว เพราะขณะนี้ภาคเอกชนประสบปัญหาเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถขยายกิจการได้ ซึ่งทางกกร. จะทำการสำรวจและหาข้อมูลให้รัฐบาลต่อไป
พร้อมกันนี้ กกร. ได้ประเมินเศรษฐกิจช่วงที่เหลือของปีอุปสงค์ในประเทศและความเชื่อมั่นภาคเอกชนมีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งได้รับอานิสงส์จากแพ็คเก็จกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ซึ่งทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาฯ มาตรการขีดความสามารถในการแข่งขันให้เอสเอ็มอี มาตรการส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหม่ และล่าสุดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร และรักษาเสถียรภาพราคาข้าวที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อธกส. โดยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้เศรษฐกิจในประเทศไตรมาสสุดท้ายฟื้นตัวมากขึ้น และเชื่อว่าผลเชื่อมโยงของมาตรการต่างๆ จะส่งผลให้กิจกรรมเศรษฐกิจปรับดีขึ้นต่อเนื่องในปีหน้า






