วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับขึ้นในกรอบจำกัด

เน้นเล่นสั้น เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ปรับขึ้นในกรอบจำกัด

ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มปรับขึ้นได้ต่อ เนื่องจากนักลงทุนโล่งใจมากขึ้น หลังตัวเลขภาคอุตสาหกรรมการผลิตของอเมริกาและยุโรปออกมาดีกว่าหลายฝ่ายคาดไว้ ประกอบกับความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางของยุโรป ญี่ปุ่น และจีน จะออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมในปีนี้ ทำให้ sentiment โดยรวมยังคงเป็นบวก อย่างไรก็ตาม เราแนะนำทยอยขายทำกำไร เนื่องจากการปรับขึ้นมาของดัชนีรอบนี้มีปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง จึงแนะนำเล่นสั้น ลงซื้อขึ้นขายในช่วงนี้ก่อน

แนวรับ/แนวต้าน : 1400/1430 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : เน้นเล่นสั้น เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ บวกกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่า

นักลงทุนระยะสั้น : TPIPL (3), BA (23)

TPIPL (3) เป็นหุ้นที่มีพื้นฐานใช้ได้ ปีหน้าน่าจะมีงานโรงไฟฟ้าขยะสูงถึง 200 mega watt ส่งผลให้กำไรโตไม่ต่ำกว่า 30% ปีหน้า ส่วนปีนี้กำไรมีโอกาสทำได้ดีมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม upside ปัจจุบันมีอยู่เพียง 12% เพราะราคาเป้าหมายอยู่ที่ 3 บาท กลยุทธ์สำหรับตัวนี้ ถ้าติดที่ต่ำกว่า 3 บาทไม่ต้องกลัว ถือต่อได้และถ้าใกล้ 3 บาทก็ขายออกไปได้เลยหรือซื้อถัวใกล้ๆ 2.40 บาทได้นะครับ

BA (23) เป็นอีกตัวที่เหมาะไว้เล่นสั้น ราคาเป้าหมาย 23 บาท พื้นฐานใช้ได้เพราะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลงในไตรมาส 4 และจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีแล้ว นอกจากนี้รายได้จากเงินปันผลจาก BDMS เพิ่มขึ้น 10% แล้วตั้งแต่ต้นปีและ Q4 กำลังเข้าช่วง High season ด้วย คำแนะนำซื้อบริเวณ 19.50 บาท ขายอีกทีใกล้ 23 บาท

นักลงทุนระยะยาว : KCE (69), CK (32)

KCE (69) (1)กำลังปิดโรงงานลาดกระบังเก่า กำลังการผลิต 600,000 ตร.ฟุตต่อเดือนเพื่อย้ายไปโรงงานใหม่ ทำให้ save costs ได้ 30 ล้านบาทต่อไตรมาส เสร็จปลายปีนี้ เริ่มมีประโยชน์ชัดเจน ต้นปีหน้าโรงงานใหม่ Phasel เปิดแล้วเมื่อต้นปีคาดว่าปลายปีเต็ม มีประสิทธิภาพมากกว่าด้วย เป็น Phase ที่มีอนาคตไกล (2)อุตสาหกรรม PCB ในรถยนต์ดี มีแนวโน้มเติบโตดีอยู่ โดย cost electronics ต่อรถยนต์มีแนวโน้มจะเพิ่มจาก 30% ไป 50% ภายในปี 2020 (3)โรงงาน phase 2 เต็มแล้ว ดีมานด์ชัดเจนต่อเนื่อง (4)โรงงานใหม่ phase 3 จะเปิด Q3 ปี 2016 (5)earnings Q2 นิวไฮ Q3 นิวไฮอีก มาร์จิ้นดี เพราะโรงงานใหม่ phase 1&2 ที่ลาดกระบังมีประสิทธิภาพดี (6)earnings CAGR 22% 3ปี ถึงปี 2017 สูงสุดในกลุ่ม electronics (7)จุดแข็งคือมี margin สูงสุดในโลก เมื่อเทียบกับผู้ผลิต PCB ทั้งหมด เพราะลด cost โดยการผลิต raw materials เช่น software & laminate เอง (8)P/E ปี 2016 12.7x อุตสาหกรรม 15x ถือว่า KCE ยังถูกอยู่

CK (32) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปีหน้า (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL น่าจะอนุมัติเดือน พ.ย.นี้ (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการลูก บริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปีหน้า (4)Q3 & Q4 sale & earnings ไม่ค่อยดี โครงการ mega projects ประมูลชนะปีนี้เริ่มทำปีหน้า ช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC




ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 3 พ.ย. 2558 กระทรวงการคลังจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติแนวทางเพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาในการเข้าร่วมโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) เพื่อผลักดันให้โครงการลงทุนของรัฐเกิดได้เร็วขึ้น จากเดิมกว่าจะผ่านขั้นตอนและเริ่มลงทุนได้ต้องใช้เวลาถึง 2 ปี ร่นระยะเวลาพิจารณาเมกะโปรเจคเหลือ 9 เดือน รองรับร่วมลงทุนรถไฟไทย-ญี่ปุ่น พร้อมนำร่องรถไฟฟ้า 7 เส้นทาง ขณะคมนาคมเร่งศึกษาอีก 20 โครงการ

- สรท. ระบุหากไทยตกขบวนทีพีพี ศักยภาพแข่งขันทรุด เผยข้อกำหนด "โลคอล คอนเทนต์" ใช้ชิ้นส่วนในประเทศสมาชิกไม่ต่ำกว่า 55% กระทบผู้ผลิตชิ้นส่วนไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ไทยรุนแรง ญี่ปุ่น มาเลเซีย เวียดนาม ลดคำสั่งซื้อ เผย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้เตรียมเข้าร่วมทุบ ส่งออกไทยถดถอย "พาณิชย์" เตรียมเสนอ ข้อมูลให้ "สมคิด" วันที่5 พ.ย.นี้ ชี้ต้องศึกษารอบด้าน

- นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลจากเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวดีจะยังส่งผลให้การส่งออกของไทยในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีน่าจะทำได้เพียงเดือนละ 1.82 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลให้การส่งออกในไตรมาส 4 หดตัว 5% และเป็นเหตุให้การส่งออกทั้งปีมีมูลค่าแค่ 2.16 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือติดลบ 5%

- นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไตรมาส 3 ปีนี้ ตกต่ำสุดในรอบ 3 ปี อยู่ที่ระดับ 34.2 ปรับลงจากระดับ 38.7 หรือลดลง 11.6% จากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักที่ผู้ประกอบการกังวล คือ เศรษฐกิจในประเทศและกำลังซื้อ มีสัดส่วนถึง 63.9% สูงสุดในรอบ 3 ปี ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 53.1 ปรับลงจาก 53.8 ในไตรมาส 2 เล็กน้อย โดยความเชื่อมั่นในอนาคตเริ่มมีสัญญาณที่อ่อนแอลงในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และภาคตะวันออก สวนทางกับภูมิภาคอื่นๆ ที่เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,828.76 จุด พุ่งขึ้น 165.22 จุด หรือ +0.94%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (2 พ.ย.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิตที่ขยายตัวแข็งแกร่งสุดในรอบ 6 เดือน นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งนำโดยเอ็กซอน โมบิล และเชฟรอน

+ ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.71 จุด หรือ 0.01% ที่ 6,361.80 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (2 พ.ย.) เนื่องจากปัจจัยหนุนจากกิจกรรมภาคการผลิตของอังกฤษได้ช่วยสกัดแรงลบจากภาคการผลิตที่อ่อนแอของจีน

- ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 399.86 จุด หรือ 2.10% 18,683.24 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีน หลังจากมีรายงานว่า ภาคการผลิตจีนอ่อนแอเกินคาด

+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนธ.ค.ลดลง 45 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 46.14 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (2 พ.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากตัวเลขภาคการผลิตของจีนที่ยังคงหดตัว นอกจากนี้ รายงานที่ระบุว่าการผลิตน้ำมันของรัสเซียสูงเป็นประวัติการณ์ และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นในเดือนต.ค.ที่ผ่านมา