วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

MCOT - ขาย

ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558-59 ลงจากเดิม

ประเด็นการลงทุน

เรายังไม่มั่นใจว่าการปรับผังรายการครั้งใหม่ในเดือนก.ย. การรีแบรนด์ช่องและการเข้ามาของทีมผู้บริหารชุดใหม่จะสามารถช่วยกระตุ้นเรตติ้งและรายได้โฆษณาสำหรับสองช่อง รวมถึงการปรับโครงสร้างต้นทุนโดยรวมเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานของทั้งองค์กรจะส่งผลบวกในช่วงไตรมาส 4/58 จนถึงปี 2559 ได้หรือไม่ เราคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาถึงจะเห็นผลกระทบทางบวกที่ชัดเจนดังกล่าว และเราเชื่อว่า MCOT ยังคงอยู่ในสถานะที่ยากที่จะกลับมาทวงชิงเรตติ้งและส่วนแบ่งตลาดกลับคืนมาได้ภายใต้ภาวะที่การแข่งขันของธุรกิจทีวีดิจิตอลรุนแรงมากขึ้น เราทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558-59 ลงจากเดิมเนื่องจากความคาดหวังที่ลดลงต่อประมาณการของเรา และปรับเปลี่ยนไปใช้ราคาเป้าหมายใหม่ ณ สิ้นปี 2559 แทนที่ 8.75 บาท เรายังคงคำแนะนำ ขาย

ส่องกล้องไตรมาส 3/58—กำไรหลักลดลงอย่างมาก

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 อยู่ที่ 64 ล้านบาท ลดลง 29% YoY แต่เพิ่มขึ้น 64% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาสนี้ได้แก่ การกลับรายการตั้งสำรองสำหรับกรณีพิพาทคดีไร่ส้ม 56 ล้านบาท กำไรหลักมีแนวโน้มออกมาเพียงแค่ 8 ล้านบาท ลดลง 91% YoY และ 57% QoQ ตัวเลขประมาณการใหม่สำหรับกำไรหลักในครั้งนี้ถือว่าต่ำกว่าเดิมที่เราคาดก่อนหน้าที่ 29 ล้านบาทเนื่องจากต้นทุนบริการที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงกว่าที่คาด ผลกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมากเนื่องจากรายได้โฆษณาที่ลดลงอย่างมาก (การบริโภคในประเทศที่ยังคงอ่อนตัวลง การแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นสำหรับการช่วงชิงเม็ดเงินโฆษณาในกลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล และการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่องถึงแม้ว่าจะมีรายได้งานโครงการภาครัฐเข้ามาเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ก็ตาม) รวมถึงรายได้วิทยุที่ลดลงและต้นทุนการดำเนินงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง (เนื่องจากการปรับผังรายการและการรีแบรนด์ช่องในเดือนก.ย.)

บริษัทได้ทำสัญญางานประชาสัมพันธ์กับหน่วยงานภาครัฐแห่งหนึ่งมูลค่า 40 ล้านบาทในไตรมาส 3/58 ซึ่งจำนวน 10 ล้านบาทบันทึกเป็นรายได้ในไตรมาส 3/58 เราคาดว่ารายได้ทีวีมีแนวโน้มลดลง 30% YoY แต่เพิ่มขึ้น 5% QoQ ในขณะที่รายได้วิทยุลดลง 3% YoY แต่เพิ่มขึ้น 1% QoQ รายได้สัมปทานเริ่มมีแนวโน้มทรงตัว (ลดลง 1% YoY และ 2% QoQ) รายได้จากการให้เช่าโครงข่ายทีวีดิจิตอลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 159% YoY และ 14% QoQ เนื่องจากการได้ลูกค้าหน่วยงานภาครัฐรายใหม่เข้ามาในเดือนก.ค. เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ 23% ในไตรมาส 3/58 เทียบกับ 34.9% ในไตรมาส 3/57 และ 27.6% ในไตรมาส 2/58


ปรับลดผลกำไรสุทธิปี 2558-59 ลงจากเดิม

เราทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ลงอีก 19% (เหลือ 160 ล้านบาท) และปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 2558 ลงอีก 31% (เหลือ 83 ล้านบาท) เพื่อสะท้อนความคาดหวังต่อประมาณการกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ที่ลดลง นอกจากนี้เราทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ลงอีก 18% (เหลือ 173 ล้านบาท) เพื่อสะท้อนการฟื้นตัวของรายได้ที่มีแนวโน้มช้ากว่าที่คาด และต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดเช่นกันสำหรับในปี 2559 เรายังคงไม่มั่นใจต่อผลกระทบเชิงบวกจากการปรับผังรายการและการทำรีแบรนด์ช่องในเดือนก.ย.ที่ผ่านมา รวมถึงทีมผู้บริหารใหม่ต่อรายได้ในช่วงไตรมาส 4/58 จนถึงปี 2559 รวมถึงการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานให้ลดลงจากเดิมในปี 2559 จากการปรับโครงสร้างบุคลากรภายในองค์กร

เรตติ้งช่องเอชดีย่อตัวลงเล็กน้อยในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. 2558

เรตติ้งเฉลี่ย (ผู้ชมอายุ 4 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ) ของช่องเอชดีของ MCOT (ที่ออกอากาศคู่ขนานกับช่องอนาล็อก) ลดลงจาก 0.22 ในเดือนก.ค. มาอยู่ที่ 0.211 ในเดือนก.ย. ในขณะที่เรตติ้งของช่องแฟมิลี่ยังคงทรงตัวที่ประมาณ 0.04 ในช่วงเดือนก.ค.-ก.ย. 2558 สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าการปรับผังรายการช่องเอชดีในเดือนมี.ค. และช่องแฟมิลี่ในเดือนพ.ค. ที่ผ่านมายังคงไม่ประสบผลสำเร็จที่จะเพิ่มเรตติ้งอย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้การปรับผังรายการใหม่ในเดือนก.ย. ยังคงต้องรอพิสูจน์กันต่อไปว่าจะสามารถเพิ่มเรตติ้งในช่วงไตรมาส 4/58 และปี 2559 ได้หรือไม่