คาด 3Q58 รายงานกำไรจากธุรกิจโอเลฟินเป็นตัวหนุน
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- คาด PTTGC รายงานกำไรสุทธิ 1.4 พันล้านบาท -81%YoY และ -84%QoQ : ฝ่ายวิจัยคาด PTTGC จะรายงานกำไรสุทธิในช่วง 3Q58 ราว 1,439 ล้านบาทซึ่งปรับตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 เนื่องจากถูกกดดันจาก 2 ธุรกิจ 1) ธุรกิจโรงกลั่นมีค่าการกลั่นปรับตัวลงกว่า 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสู่ระดับ 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากน้ำมันดีเซล น้ำมันอากาศยาน และน้ำมันเตาปรับตัวลงตามปัจจัยฤดูกาล นอกจากนี้ยังมีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบอีกราว 2.5 พันล้านบาทเนื่องจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงจากปลายไตรมาสก่อนกว่า 15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 2) ธุรกิจอะโรเมติกส์ใช้กำลังการผลิตเพียง 57% เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานอะโรเมติกส์ 2 ตั้งแต่เดือนส.ค. สำหรับราคาขายปรับตัวลงเล็กน้อยตาม spread พาราไซรีนที่ปรับตัวลงประมาณ 10% ขณะที่ spread ผลิตภัณฑ์
เบนซีนทรงตัว อย่างไรก็ตาม กำไรของ PTTGC ได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโอเลฟินที่ใช้อัตรากำลังการผลิต 113% แม้ว่า spread ของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโพลีเอทิลีน(PE) ราคาจะปรับตัวลงจากไตรมาส 2 แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ธุรกิจโอเลฟินยังคงสร้างกำไรอย่างต่อเนื่องช่วยหนุนผลประกอบการของ PTTGC ให้มีกำไรในไตรมาส 3 ได้
- คาดขาดทุนจากค่าเงินบาทสุทธิกว่า 2.2 พันล้านบาทหลังเงินบาทอ่อนค่า : PTTGC มีหนี้สินเป็นสกุลเงินดอลลาร์สุทธิ 1.1 พันล้านบาท ส่งผลให้มีผลขาดทุนจากค่าเงินบาทกว่า 2.75 พันล้านบาทหลังเงินบาทอ่อนค่าลงจากไตรมาสก่อนหน้ากว่า 2.5 บาทต่อดอลลาร์สู่ระดับ 36.5 ดอลลาร์ต่อเบาร์เรล ณ ปลายไตรมาส 3 อย่างไรก็ตามบริษัทได้ทำการป้องกันความเสี่ยงส่งผลให้เหลือผลขาดทุนจากค่าเงินบาทประมาณ 2.2 พันล้านบาท
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายปี 59 ที่ 71 บาท : เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อ PTTGC จากที่ก่อนหน้านี้คาดว่าจะรายงานขาดทุนในไตรมาส 3 (จากผลกระทบของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าและขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบ) และในอนาคตผลประกอบการมีโอกาสเติบโตได้จากแผนการลงทุนใน 3 โครงการซึ่งกำลังศึกษาอยู่ได้แก่ 1) มาบตาพุด Retrofit เพื่อเพิ่มสายผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูง 2) Petrochemical complex ที่สหรัฐเพื่อขยายกำลังการผลิตเม็ดพลาสติก และ 3) โครงการ polyols เพื่อผลิตโฟมคุณสมบัติพิเศษ ราคาเหมาะสมปี 59 ซึ่งอิง Prospective PBV ที่ 1.2 เท่าจะได้เท่ากับ 71 บาทยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ทำให้เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ”






