ทัศนวิสัยบางกอกแอร์เวย์ส "เชื่อมโยง-รุกอาเซียน"

ทัศนวิสัยบางกอกแอร์เวย์ส "เชื่อมโยง-รุกอาเซียน"

ภาพชัดเส้นทางธุรกิจต่อไปของบางกอกแอร์เวย์ส คือการสยายปีกธุรกิจการบิน สู่อาเซียน ภายใต้การบังคับทิศทางของ “กัปตันเต๋ พุฒิพงษ์ ปราสาททองโอสถ"

ห้วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา มีหลากมรสุมรุมเร้าธุรกิจไทยไม่ว่างเว้น ทั้งความวุ่นวายทางการเมือง เศรษฐกิจโลกทรุด กระเทือนธุรกิจไทย โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว กระทบชิ่งถึง “ธุรกิจสายการบิน” อย่างยากจะหลีกเลี่ยง

ทว่า ภาพรวมธุรกิจของ “บางกอกแอร์เวย์ส” ในปีนี้ ถือว่ายังเป็น “ขาขึ้น”  โดยเฉพาะ “กำไร” ครึ่งปีแรก ที่เติบโตกว่า 400% (กว่า 900 ล้านบาท) เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ผ่านคำบอกเล่าของ “กัปตันเต๋ พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และกรรมการรองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เมื่อครั้งเชิญสื่อมวลชนเยี่ยมชมสนามบินบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี อีกหนึ่งขาธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม แม้จะทำ “กำไรดี” แต่ในแง่อัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) กลับพบว่า “ต่ำกว่า” ความคาดหวังเล็กน้อย 

โดยครึ่งปีแรกเฉลี่ยอยู่ที่ 68%  ทั้งปีประมาณการไว้ที่ 68-69% ทั้งที่เคยเล็งไว้ระดับ 70% เขาบอก ก่อนขยายความถึงสาเหตุที่บางเส้นทางบินไม่เป็นไปตามเป้าว่ามาจากหลายสาเหตุ ทั้งผลกระทบเศรษฐกิจ ปัญหาหมอกควันในจ.เชียงใหม่ กระทั่งการเปิดเส้นทางบินเพิ่มของบริษัท

ปัจจัยทั้งในและนอกประเทศ จึงมีผลต่อการขับเคลื่อนธุรกิจการบิน ไม่น้อย 

จังหวะนี้หากจะให้เทียบเพดานบินทางธุรกิจ  กัปตันเต๋ บอกว่า..“เศรษฐกิจแบบนี้ ก็ยังบินสูงได้ แต่ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่มี สุดท้ายก็มาจบที่เราต้องรู้ว่าเราเป็นอย่างไร มีจุดแข็งจุดอ่อนตรงไหน บินได้สูงแค่ไหน ปรับตรงไหน บางทีถ้าจังหวะเศรษฐกิจดี เราใส่เส้นทางบินเยอะๆ ก็มีโอกาสเพิ่มรายได้ พอเศรษฐกิจไม่ดี บินน้อยหน่อย ดึงจังหวะลดระดับการบินลงมาบ้าง”

ศาสตร์การบินจึงไม่ต่างจากการทำธุรกิจ ที่ต้อง “บริหารจัดการ” ให้ดี รักษาเพดานบินให้เหมาะสม หากลมมีแรงต้านมากก็ต้องหาทางหลบหลีก เพื่อให้บินได้เร็วขึ้น 

เขายังประเมินว่า ปีนี้ธุรกิจยังพอบินสูงได้ การขยับขยายอาณาจักรการบินสำหรับบางกอกแอร์เวย์ส จึงยังมีต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเส้นทางการบินภูเก็ต-หาดใหญ่ วันละเที่ยว, เพิ่มเที่ยวบิน เช่น สมุย-ภูเก็ต จาก 35 เที่ยว/สัปดาห์ เป็น 42 เที่ยว/สัปดาห์, เชียงใหม่-มัณฑะเลย์ จาก 3 เที่ยว/สัปดาห์ เป็น 4 เที่ยว/สัปดาห์, กรุงเทพฯ-ย่างกุ้งจาก 4 เที่ยว/สัปดาห์ เป็น 7 เที่ยว/สัปดาห์ เป็นต้น

ไม่เพียงขยายเส้นทางการบิน และเพิ่มเที่ยวบิน ในจุดที่บางกอกแอร์เวย์สไม่ได้ทำการบินเอง ก็ต้องอาศัยการตกลงเที่ยวบินร่วม  (code share) อย่างต่อเนื่อง 

ล่าสุด กับการทำข้อตกลงกับสายการบินแอร์แอสตานา (Air Astana) ของคาซัคสถาน เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย และยังเล็งเจรจาเพิ่มเติมกับสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ (Philippine Airlines) โดยรวมจะมีอีก 3 รายที่จะปิดดีลความร่วมมือได้ภายในปีนี้

ส่วนน้ำหนักการขยายธุรกิจการบิน ยังโฟกัสใน “ภูมิภาคอาเซียน” นอกจากจะเพิ่มเส้นทางบินไปยังกัมพูชาและพม่า ยังเตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่ไปยังเกาะฟู้โกว๊ก (Phu Quoc) ในเวียดนาม เพราะเป็นจุดหมายที่ดูจากในรูปภาพแล้ว “สวย” เจ้าตัวหัวเราะ

การขยายบริการการบินในเส้นทางต่างๆ เป็นไปเพื่อความ “ครอบคลุม” ทั้งภูมิภาค ซึ่งเป็นภาพที่เขาอยากเห็น 

“ระยะยาว พยายามบินให้ครอบคลุมอาเซียน อยู่ที่จังหวะว่าจะเมื่อไหร่เท่านั้น" เขาบอก และย้ำว่า พยายามจะวางเส้นทางบินให้สอดคล้องกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในต้นปีหน้า 

ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเส้นทางภูเก็ต-หาดใหญ่ รองรับนักท่องเที่ยว นักธุรกิจจากมาเลเซีย เข้ามาอ.หาดใหญ่ บินต่อไปจ.ภูเก็ต หรือรองรับนักธุรกิจจ.เชียงใหม่ไปพม่า 

“เส้นทางในอนาคต ต้องวางให้เชื่อมโยงกันในอาเซียน”

โดยจุดไหนที่มีความพร้อมบินได้เองโดยใช้ชื่อบางกอกแอร์เวย์ส ก็ลงมือทำหากเส้นทางไหนที่บินเองไม่ได้ ก็อาศัยความร่วมมือกับพันธมิตร อย่างอินโดนีเซีย ที่ผนึกกับการูดา(Garuda Indonesia) ในรูปแบบบินร่วมหรือโค้ดแชร์ 

ขณะที่การให้บริการเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ยังให้ความสำคัญกับเส้นทางบินที่ใช้ระยะเวลาเดินทางไม่เกิน 5 ชั่วโมง  ส่วนเส้นทางบินระยะทางไกล (Lang Haul) ใช้เวลานับสิบชั่วโมง ยังจะไม่เห็นในอนาคตอันใกล้นี้

“เราทำงานประสานกัน มีโค้ดแชร์ พาร์ทเนอร์ ตอบโจทย์ความต้องการของการทำสายการบินน่าจะดีกว่า อย่างในลักษณะที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ แทนที่จะบินเอง ก็มาประสานนำกลุ่มเป้าหมาย (นักเดินทาง นักธุรกิจ) ไปใช้เที่ยวบินร่วมในจุดที่พันธมิตรมีความชำนาญและถนัด อย่างสายการบินใหญ่ๆ จะมีเส้นบินระยะไกล ถนัดอยู่แล้ว”

 ใช่ว่าจะมีแต่ขยายเส้นทางบิน การ “ยกเลิก” บางเส้นทางยังมีให้เห็น การขับเคี่ยวธุรกิจการบินฝ่าน่านน้ำทะเลเดือด (Red Ocean) การเข้ามาของสายการบินน้องใหม่ การห้ำหั่นราคาจากบรรดาสายการบินต้นทุนต่ำ (Low cost airline) ทำให้บริษัทเตรียมยกเลิกบริการการบินจากกรุงเทพฯ ไปยังจุดหมายปลายทางจ.อุดรธานี เพราะหากรั้นทำต่อมีแต่จะ “ขาดทุน”

“อุดรฯ ขาดทุนไม่สูง แต่ดูแล้วโอกาสที่จะทำให้เรากลับมาเป็นบวกค่อนข้างลำบาก เอากำลังไปทำอย่างอื่น เป็นเรื่องเป็นราว ได้ประโยชน์มากกว่า” 

ส่วนสาเหตุที่ขาดทุนเพราะตอนศึกษาตลาด ประเมินราคาว่าสู้ได้ แต่เอาเข้าจริงจำนวนกลุ่มเป้าหมายกลับไม่มากพอ บริการเลาจ์ หรือความเป็นบูทีก แอร์ไลน์ก็ยังไม่ตอบโจทย์กลุ่มนี้เพียงพอ 

อย่างไรก็ตาม อุดรธานีไม่ใช่จุดหมายปลายทางแรกที่ให้บทเรียนเข้าเนื้อ เขาเล่าปนหัวเราะว่า 

“อ๋อ !!..จริงๆเราก็มีหลายเส้นทางนะ”

---------------------------------------

บริหาร “น้ำมัน” ดันกำไรธุรกิจการบิน

แม้ภาพรวมธุรกิจของบางกอกแอร์เวย์สในปีนี้จะ “ดูดี” ผลประกอบการเติบโต 10-15% จนทำให้ผู้บริหารตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่องในปี 2559 

ทว่า ปัจจัยความท้าทายยังรออยู่ ไม่ว่าจะความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงที่เป็นต้นทุนหลักของธุรกิจการบิน มากถึง 30% ไม่นับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน  

หากบริหารจัดการไม่ดี อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจการบิน

ดังนั้น "พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และกรรมการรองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บอกว่า 

ปีหน้าสิ่งที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ คือ “น้ำมัน”

"น้ำมันเป็นต้นทุนหลักของเรา และมีผลมากต่อธุรกิจ ต้องดูว่าจะทำประกันความเสี่ยง ในสัดส่วนเท่าใด เพราะส่งผลต่อผลตอบแทนทางการเงิน เนื่องจากเราขายตั๋วล่วงหน้าในระบบไปแล้ว 11 เดือน มีราคาอยู่แล้ว ใครบุ๊ค(จอง)ก็บุ๊คได้ ราคาตั๋วที่เราตั้งต้องมั่นใจว่าไม่วิ่งแซงต้นทุนในอนาคต”

ส่วนปีนี้แม้ราคาน้ำมันเฉลี่ยจะราคาลดลง แต่บริษัทก็ไม่ได้ “แฮปปี้” กับต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงมากนัก เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนตัวลงกว่า 10% จาก 32 บาทต่อดอลลาร์ ขยับขึ้นมาเป็น 36 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้เสมอตัวกันไป

"แทนที่เราจะเอ็นจอยท์กับต้นทุนที่อยู่ต่ำ ก็เอ็นจอยได้น้อยหน่อย แต่โดยรวมก็ยังดีกว่าปีก่อน”