วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลุ่มธนาคาร

แนวโน้มฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในไตรมาส 3/58

ประเด็นการลงทุน

หลังจากที่เศรษฐกิจฟื้นตัวกว่าคาดในช่วงเก้าเดือนที่ผ่านมา เราเชื่อว่าจะเข้าสู่การลงทุนขาขึ้น (นโยบายกระตุ้นจากรัฐบาล อาทิเช่น การปล่อยกู้สำหรับธุรกิจ SME และโครงการโครงสร้างพื้นฐานรัฐต่างๆที่กำลังจะเกิดขึ้น อย่างเช่น การประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 4จี) ในไตรมาส 4/58 และปี 2559 ดังนั้น ธนาคารส่วนใหญ่จะรายงานการเติบโตสินเชื่อที่ดีขึ้นตั้งแต่ในไตรมาส 4/58 เป็นต้นไป พร้อมการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ลดลงในไตรมาส 4/58 เมื่อเทียบกับในไตรมาส 3/58 จากการจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ (โดยไม่ต้องกังวลหนี้ SSI) ภายในกลุ่มธนาคาร ธนาคารที่หนุนโดยสินเชื่อบรรษัทจะรายงานการเติบโตสินเชื่อแข็งแกร่งและมีความเสี่ยงสำรองหนี้สูญฯน้อยสุด ปัจจุบันกลุ่มธนาคารซื้อขายที่ PBV ณ สิ้นปี 2558 ที่ 1.1เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 1.5เท่า และค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 1.4เท่า เรายังคงคำแนะนำ เพิ่มน้ำหนักการลงทุน โดยหุ้นที่เราชื่นชอบ ได้แก่ BBL และ SCB

ผลประกอบการไตรมาส 3/58 ต่ำกว่าประมาณการของเราเล็กน้อย

ธนาคารใหญ่ทั้งเก้าแห่งรายงานกำไรไตรมาส 3/58 รวมที่ 44 พันล้านบาท ลดลง 13.0% QoQ และ 17% YoY โดยกำไรของ KBANK, BAY, TISCO และ TCAP เป็นไปตามประมาณการของเรา ส่วนกำไรไตรมาส 3/58 ของ TMB สูงกว่าคาด 17% จากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ลดลง รวมถึงกำไรของ KKP ที่สูงกว่าประมาณการของเรา 23% จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น ผลประกอบการไตรมาส 3/58 ของ BBL สูงกว่าคาด 13% จากกำไรพิเศษจากการลงทุน ทั้งนี้ให้สังเกตว่าผลประกอบการของ KTB ต่ำกว่าประมาณการของเราจาการตั้งค่าสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่สูงกว่าคาดถึง 11%

สินเชื่อไตรมาส 3/58 สูงขึ้น 0.3% QoQ ตามคาด และจะค่อยๆเพิ่มสูงขึ้นในไตรมาส 4/58

สินเชื่อกลุ่มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น 0.3% QoQ (แต่ยังคงโต 3.4% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน และ 6.5% YoY) ในไตรมาส 3/58 นำโดยธนาคาร TMB, BBL, KBANK, KKP และ KTB เราคาดว่าสินเชื่อหลักที่จะโตดีได้แก่ สินเชื่อบรรษัท (รวมถึงการควบรวมกิจการ), ธุรกิจ SME ขนาดใหญ่และสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ การเติบโตสินเชื่อของกลุ่มธนาคารปี 2558 ของเราคาดจะยังคงอยู่ที่ 5% สะท้อนความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มสูงขึ้นในไตรมาส 4/58 โดยเราคาด TMB, KBANK และ BBL จะนำในการเติบโตในไตรมาส 4/58

สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ TCAP, TMB และ KKP ลดลงสะท้อนการลดการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯใน 4Q58

การบริโภคที่ชะลอตัวลงในไตรมาส 3/58 จากหนี้สินภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นและผลผลิตทางการเกษตรที่ลดต่ำลง ส่งผลให้ TCAP, KKP และ TMB สามารถปรับลดสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ให้ลดลง 6.2%, 4.2% และ 1.3% QoQ ตามลำดับ

แต่ในทางกลับกัน สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของ KTB, SCB, KBANK, TISCO, BBL และ BAY เพิ่มสูงขึ้น 35.5%, 35.2%, 12.7%, 5.4%, 4.5% และ 3.6% QoQ ตามลำดับ เราคาดว่าธนาคารส่วนใหญ่ (TCAP, BAY, KTB, TMB, SCB, KKP, BBL และ TISCO) จะปรับลดการตั้งสำรองลงรวมถึงปรับลดจำนวนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในไตรมาส 4/58 ลงจากในไตรมาส 3/58 ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้และการตัดจำหน่ายหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ออกไป

KTB, TMB และ KBANK จะรายงานกำไรดีที่สุด YoY ในปี 2558

เรามองว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้รวมถึงการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานรัฐในปีหน้านี้จะหนุนให้เกิดความต้องการสินเชื่อใหม่และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มมากขึ้น โดยเราคาดว่าธนาคารใหญ่ทั้งเก้าแห่งจะรายงานการเติบโตกำไรปี 2559 ที่แข็งแกร่งที่ 22% เราคาดว่า KTB, TMB และ KBANK จะรายงานอัตราการเติบโตกำไรที่แข็งแกร่งที่สุด YoY สำหรับปี 2559 ที่ 50%, 26% และ 20% ตามลำดับ หนุนโดยการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ลดลงและสินเชื่อที่ขยายตัวได้ดี เราคาดว่า KKP, BAY และ BBL จะรายงานการเติบโตกำไร YoY ที่ 18%, 18% และ 17% ตามลำดับ