วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus (19 ต.ค.58)

ระวังการกลับทิศของกระแสเงินทุนต่างชาติ

SET View

- ภาวะตลาดหุ้น เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา SET ปรับตัวลดลง สวนทางกับทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลก ด้วยแรงขายของกองทุนในประเทศ 1.5 พันล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติ ยังซื้อสุทธิเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันอีก 812 ล้านบาท

เราประเมินทิศทาง SET วันนี้ มีโอกาสพักตัวต่ออีกเล็กน้อย แนวรับ 1410 จุด และแนวต้าน 1425 จุด โดยในระยะสัปดาห์นี้ มีปัจจัยเสี่ยงต่อ SET ที่ต้องระวัง ได้แก่

• การรายงาน GDP 3Q58 ของจีน เช้านี้ ตลาดคาดจะเติบโต 6.8% YoY ชะลอตัวจาก +7% YoY ในไตรมาสก่อน หากออกมาต่ำกว่าคาดมาก ตลาดจะกลับมากังวลต่อภาวการณ์ชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนอีกครั้ง

• การขายทำกำไรของบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (Prop traders) ซึ่งเป็นผู้ซื้อสุทธิมาตลอด 10 วันทำการหลังสุดตั้งแต่ 5-16 ต.ค. รวมกว่า 1.39 หมื่นล้านบาท

• กระแสเงินทุนมีโอกาสกลับทิศจากไหลเข้า เป็นไหลออก เนื่องจากการแข็งค่าของดอลล่าร์สหรัฐฯ (ดูหัวข้อ Strategy Talk) ทำให้เราอาจได้เห็นแรงขายทำกำไรจากนักลงทุนต่างชาติในสัปดาห์นี้ กลยุทธ์ช่วงนี้ เลือกหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาท คือ ผู้ส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร

ประเด็นข่าว / ดัชนีเศรษฐกิจ

• ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯเดือน ต.ค. เท่ากับ 92.1 สูงกว่าคาดการณ์ของ Bloomberg ที่ 89 และสูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 87.2 ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในระยะถัดไป ซึ่งจะเป็นบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพราะการใช้จ่ายผู้บริโภคคิดเป็นสัดส่วนกว่า 2 ใน 3 ของ GDP สหรัฐฯ

• Update การรายงานงบ 3Q58 ของหุ้นในดัชนี S&P500 ในสหรัฐฯ ประกาศแล้ว 51 จากทั้งหมด 500 บริษัท พบว่า กำไรรวมทั้ง 58 บริษัท ดีกว่านักวิเคราะห์ในตลาดคาดเล็กน้อยราว 1.7%

กลยุทธ์การลงทุน : ซื้อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า

- Top Daily Pick : TU (มูลค่าเหมาะสม 24.30 บาท) มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศกว่า 93% ของรายได้รวมของบริษัทฯ ประเมินข่าวลบมีผลกระทบจำกัดต่อผลประกอบการของบริษัทฯ (กำไร 1H58 เติบโตกว่า 26% YoY), คาดกำไรทั้งปีนี้เติบโต 34% YoY และ SVI (มูลค่าเหมาะสมปี 2559 เท่ากับ 5.30 บาท) เงินบาทที่อ่อนค่าทุก 1 บาท หนุนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นราว 2.2%, หุ้น Turnaround คาดปีนี้กลับมามีกำไรหลังจากขาดทุนในปีก่อนเนื่องจากอัคคีภัย โดยใน 1H58 มีกำไรสุทธิกว่า 1.4 พันล้านบาท (+177%)

- Technical Pick : BLAND ASEFA CHO RS AF (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)

- Theme Plays : หุ้นท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเริ่มคลี่คลาย (MINT, ERW)/ หุ้นเกี่ยวข้องกับการลงทุนภาครัฐ (CK, ITD, STEC, SEAFCO, SAMTEL)/ หุ้นส่งออกที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า (KCE, SVI, TU)

พอร์ตลงทุน

Trading       ADVANC BDMS INTUCH IRPC JAS RS SAMTEL

Growth        IVL JAS AAV PS RS SAT PTTEP

Dividend      PTT ROJNA BBL QH RATCH ADVANC SMPC

Quant          RATCH ADVANC DELTA CPALL IRC KCE EARTH

- รายงานวันนี้

Preview : SAWAD (“ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 49.75 บาท) คาด 3Q58 เดินหน้าทำสถิติสูงสุด



Strategy Talk

- ระวัง Fund flow กลับทิศ

ดัชนีชี้วัดค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯเทียบกับตะกร้าสกุลเงินต่างประเทศ หรือเรียกว่า Dollar index (Dollar index สูง แปลว่า ดอลล่าร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับตะกร้าเงิน) ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 94.54 ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา บริเวณ 93-94 ถือเป็นแนวรับสำคัญ เมื่อ Dollar index ลงมาทดสอบบริเวณนั้นเมื่อใด มักจะเด้งฟื้นตัวขึ้นมา (3 ครั้ง ตามรูปด้านล่าง) เรามองประวัติศาสตร์มีโอกาสซ้ำรอย และคาด Dollar index น่าจะมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในระยะสั้น การแข็งค่าของดอลล่าร์สหรัฐฯ ย่อมส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่า (เมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐฯ) และน่าจะมีผลลบต่อกระแสเงินทุนในตลาดหุ้นไทย


เหตุผลสนับสนุนการแข็งค่าของดอลล่าร์สหรัฐฯในระยะสั้น 

• การรายงาน GDP 3Q58 ของจีนเช้านี้ มีแนวโน้มชะลอตัวจากไตรมาสก่อน เป็นลบต่อภาวการณ์ลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ ทำให้กระแสเงินทุนมีโอกาสไหลกลับสู่สหรัฐฯ

• ใกล้การประชุม Fed ครั้งต่อไป 27-28 ต.ค. ความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed น่าจะกลับมาปกคลุมตลาด

• ฝ่ายวิจัย Bank of America Merrill Lynch (BoAML) คาดธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีโอกาสขยายมาตรการ QE จากกำหนดสิ้นสุดเดิมในเดือน ก.ย.59 เนื่องจากเงินเฟ้อใน

ปัจจุบันยังอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายของ ECB (ล่าสุด CPI กลุ่มยูโรโซน ติดลบ 0.1% YoY) หาก ECB ตัดสินใจขยายมาตรการ QE จริง จะส่งผลให้ Supply เงินยูโรในตลาดมีมากขึ้น หนุนให้ดอลล่าร์สหรัฐฯแข็งค่า ทั้งนี้ ECB เหลือการประชุมปีนี้อีก 2 ครั้งได้แก่ 22 ต.ค. และ 3 ธ.ค.

คาดการณ์วันรายงานผลประกอบการ 3Q58

19 ต.ค. DTAC TMB KKP TCAP SCB / 20 ต.ค. BBL / 21 ต.ค. KTB / 22 ต.ค. PTTEP / 27 ต.ค. DELTA HMPRO / 28 ต.ค. SCC DCC

Source: kktrade, Bloomberg