เอสเอ็มอีแบงก์คาดสินเชื่อไตรมาส4 ปีนี้เร่งตัว อานิสงส์โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ4% ทั้งซอฟท์โลนและPolicy Loan มั่นใจสินเชื่อทั้งปีโตตามเป้า
นางสาลินี วังตาล ประธานคณะกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนของปีนี้ ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้ว 2.23 หมื่นล้านบาท จากจำนวนลูกค้าใหม่ 9.49 พันราย วงเงินเฉลี่ยต่อราย 2.36 ล้านบาท แม้ว่ายังห่างไกลจากเป้าหมายสินเชื่อทั้งปีที่ตั้งไว้ 4 หมื่นล้านบาท แต่ธนาคารยังมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าที่วางไว้
“ยอมรับว่าการอนุมัติสินเชื่อใหม่ในช่วงไตรมาส 3 ค่อนข้างช้า เพราะต้องปรับแนวทางการพิจารณาสินเชื่อรองรับการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ ทั้งPolicy Loan และซอฟท์โลน ซึ่งมีแนวทางแตกต่างจากสินเชื่อทั่วไป เพราะต้องผ่อนปรนเงื่อนไขมากขึ้น แต่ขณะนี้ทางสาขาได้คุ้นเคยกระบวนการที่ปรับปรุงแล้ว คาดว่าการอนุมัติสินเชื่อใหม่ในไตรมาส 4 จะทำได้เร็วขึ้น ทำให้ทั้งปีสินเชื่อใหม่ถึง 4 หมื่นล้านบาท”
สำหรับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ทั้งPolicy Loan และซอฟท์โลน อัตราดอกเบี้ย 4% มีลูกค้ายื่นคำขอมาแล้ว 2.3 หมื่นล้านบาท อนุมัติสินเชื่อแล้ว 3 พันล้านบาท แยกเป็นยื่นคำขอในโครงการ Policy Loan จำนวน 1.29 หมื่นล้านบาท อนุมัติแล้ว 2.83 พันล้านบาท ส่วนใหญ่กว่า 76.67% เป็นผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่วนการยื่นคำขอในโครงการซอฟท์โลน มีลูกค้ายื่นคำขอแล้ว 2.4 พันราย วงเงิน 9.34 พันล้านบาท อนุมัติไปแล้ว 413 ราย วงเงิน 1.16 พันล้านบาท เฉลี่ยต่อราย 2.85 ล้านบาท
ภาพรวมผลการดำเนินงานของธนาคารในช่วง 9 เดือนธนาคารมีกำไรสุทธิ 961 ล้านบาท เฉพาะเดือนก.ย.มีกำไร 124 ล้านบาท เป็นผลมาจากการปล่อยสินเชื่อคุณภาพดีโต ทำให้รายได้ดอกเบี้ยรับของธนาคารเพิ่มขึ้น โดยอัตรารายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ (NIM) ล่าสุด อยู่ที่ระดับ 2.52% จากช่วงกลางปีนี้อยู่ที่ 2.25%
ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ 2.61 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 30.87% ของสินเชื่อรวม เฉพาะในเดือนก.ย.เอ็นพีแอลมีการปรับลดลงมากถึง 887 ล้านบาท เนื่องจากธนาคารได้มีการขายลูกหนี้ออกไป และมีการปรับโครงสร้างหนี้ ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS) อยู่ที่ระดับ 10.25%
เอสเอ็มอีแบงก์ได้พยายามเร่งดำเนินงานเรื่องโครงการร่วมลงทุน (เวนเจอร์แคปิตอลฟันด์) แต่ที่ผ่านมาการร่วมลงทุนทำได้ไม่เร็ว เพราะมีจำนวนพี่เลี้ยง หรือ Asset Manager ไม่มาก ดังนั้นในวันที่ 3 พ.ย.นี้ ธนาคารจะเสนอต่อคณะกรรมการกำกับการร่วมลงทุน ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน เพื่อปรับเกณฑ์การร่วมลงทุนให้มีความคล่องตัวมากขึ้น
โดยเฉพาะเรื่องคุณสมบัติของพี่เลี้ยง จากเดิมที่ต้องเป็นนิติบุคคล และต้องสามารถนำกิจการเอสเอ็มอีที่ร่วมลงทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ ก็จะปรับให้เป็นคณะบุคคล หรือทีมงานได้ พร้อมกับไม่ต้องมีคุณสมบัติถึงขั้นที่ต้องพาเข้าตลาดได้ เป็นต้น เพื่อให้มีจำนวนพี่เลี้ยงมากขึ้น เพียงพอกับกิจการที่สนใจให้กองทุนร่วมลงทุน ซึ่งปัจจุบันมีกิจการที่สนใจกว่า 100 กิจการ แต่มีพี่เลี้ยงเพียง 5-6 รายเท่านั้น






