วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ฉัตรชัย'เร่งผลักดันโครงการผันน้ำแม่ยวม-แม่โขง

"พล.อ.ฉัตรชัย" เตรียมเสนอ "กนช." ไฟเขียวโครงการผันน้ำแม่ยวม-แม่โขง คาดใช้งบ 2.2 ล้านล้านบาท ยันต้องเริ่มภายในต้นปี 59

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการประชุม คณะกรรมการน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กระทรวงเกษตรฯ จะเสนอ 2 โครงการผันน้ำจากแม่น้ำยวม และโครงการสูบน้ำแม่น้ำโขงวงเงิน 2.2 ล้านล้านบาท เพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในปี 2559 ที่น้ำในประเทศไทยมีแนวโน้มวิกฤตกว่าปี 2558 จากภาวะเอลนินโญ่

ทั้งนี้ 2 โครงการดังกล่าว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาของกรมชลประทาน คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายในปีนี้ หากนายกฯเห็นชอบ จะสามารถดำเนินการในเฟสแรกได้เลยต้นปี 2559 ส่วนหนึ่งเพื่อเพิ่มน้ำต้นทุนให้มากขึ้น จากที่ช่วงแล้งในปี 2558/59 นั้น น้ำใน4 เขื่อนหลัก คือ ภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ สามารถนำมาใช้การได้เพียง 3,700 ล้าน ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) เท่านั้น หากสถานการณ์เอลนินโญ่รุนแรงขึ้นตามที่คาดกันเอาไว้ มีความเป็นไปได้ที่ปริมาณน้ำฝนในปี 2559 /60 จะเบาบาง และจะเกิดปัญหาแล้งรุนแรงมากกว่าปี 58 ในขณะที่ปริมาณน้ำต้นทุนจะปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการจะลำบากมากยิ่งขึ้น

ส่วนโครงการผันน้ำจากแม่น้ำยวมนั้น จะเลือกพื้นที่ในฝั่งประเทศไทยเป็นหลักซึ่งจะเป็นการเติมน้ำในฝั่งตะวันตก ลงเขื่อนภูมิพล หากดำเนินการเสร็จจะเก็บน้ำได้ประมาณ 2,000 ล้านลบ.ม. ส่วนโครงการสูบน้ำแม่น้ำโขง หากทำทั้งโครงการเสร็จสมบูรณ์ จะเพิ่มน้ำได้ประมาณ 40,000 ล้าน ลบ.ม. แต่เบื้องต้นเฟสแรกระยะเร่งด่วนจะเติมน้ำในเขื่อนลำปาวก่อน

อย่างไรก็ตามที่กังวลคือมูลค่าก่อสร้างที่ต้องใช้เงินมหาศาล จากการศึกษาเบื้องต้น ของกรมชลประทานเมื่อหลายปีที่ผ่านมา คาดว่า 2 โครงการต้องใช้งบประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท มาถึงปัจจุบันต้นทุนหลายอย่างเปลี่ยนไป โดยเฉพาะต้นทุนโครงการก่อสร้างคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ศึกษา เดิมเฟสแรกประมาณ 1 แสนล้านบาท

สำหรับการเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำที่ผันผวน และเกิดขึ้นบ่อยในประเทศไทย ทางกระทรวงเกษตรฯและกรมชลประทาน ได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนแล้ว ว่าต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือโดยเฉพาะน้ำแล้งในปี 2559 /60คาดว่าจะมีน้ำต้นทุนน้อยกว่าปัจจุบันถึง 2,000 ล้านลบ.ม. อย่างไรก็ตามตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ ก็มีโครงการเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำ ที่เป็นการเก็บกักน้ำเฉพาะหน้า แหล่งน้ำเล็กๆตามชุมชน และไร่นา ซึ่งคาดว่าสิ้นสุดปีนี้ จะมีน้ำต้นทุนเพิ่ม เพื่อสำรองไว้ใช้ในหน้าแล้งประมาณ 2,000 ล้านลบ.ม. เช่นกันโดนปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีความคืบหน้า ยังไม่ถึง 50% ของโครงการที่ต้องเร่งดำเนินการ แต่สามารถเก็บกักน้ำไว้เป็นต้นทุนแล้วประมาณ 700 ล้านลบ.ม.