วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'รมช.คมนาคม'สั่งกรมเจ้าท่าเร่งเจรจาธนารักษ์

"ออมสิน” รมช.คมนาคม สั่งกรมเจ้าท่าเร่งเจรจาธนารักษ์ ปลดล็อกเงื่อนไขให้ อปท.บริหารท่าเรือร้าง 3 แห่ง เหตุเอกชนหนี เพราะเรียกเก็บแพง

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กรมเจ้าท่าว่า ได้สั่งให้กรมเจ้าท่าเร่งเจรจากับกรมธนารักษ์ เพื่อหาแนวทางลดหย่อนเงื่อนไขการเช่าบริหารท่าเรือ จูงใจให้ภาคเอกชน หรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้ามาบริหารท่าเรือที่ยังไม่มีใครเข้ามาบริหาร เนื่องจากเงื่อนไขเดิมที่กรมธนารักษ์กำหนดต้องจ่ายเงิน 50% ของรายได้ทั้งหมดก่อนหักค่าใช้จ่ายให้กรมธนารักษ์ เพื่อแลกกับสิทธิการรับสัมปทานเข้าบริหารท่าเรือนั้นสูงเกินไป ทำให้เอกชนหลายรายไม่สามารถเข้ามาบริการได้

“ขณะนี้มีท่าเรือที่ยังไม่มีเอกชนสนใจมาบริหาร 3 แห่ง คือ ท่าเรือศาลาลอย จ.พระนครศรีอยุธยา ท่าเรือคลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และท่าเรือคลองใหญ่ จ.ตราด ซึ่งจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนธ.ค.58 โดยเชื่อว่าหากมีการปรับเงื่อนไขแล้วจะช่วยให้เอกชนสนใจเข้ามาบริหารและมีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น ต่างจากเดิมที่ก่อนหน้านี้เคยเปิดให้ อปท.เข้ามาบริหารท่าเรือคลองวาฬแล้ว ก็ไม่ประสบความสำเร็จต้องขาดทุน และขอส่งคืนพื้นที่การบริหารท่าเรือกลับกรมธนารักษ์”

นายออมสิน กล่าวว่า ได้ให้กรมเจ้าท่าเร่งสรุปพื้นที่ที่ก่อสร้างท่าเรือสำราญ 2 แห่ง ที่จังหวัดกระบี่ และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และผลศึกษาให้ได้ภายในต้นปีหน้า ขณะเดียวกัน จะเร่งมีการเร่งผลักดัน โครงการเชื่อมต่อท่าเรือเฟอรี่ 3 จุดในพื้นที่ บางปู-พัทยา-หัวหิน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้า การให้บริการขนส่งผู้โดยสาร รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ซึ่งเป็นนโยบายต่อเนื่องของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าเศรษฐกิจ ที่เคยผลักดันมา

นอกจากนี้ได้สั่งให้กรมเจ้าท่าว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาช่วยจัดงานยอชต์โชว์ วันที่ 7 ก.พ.-14 ก.พ.59 ที่จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากต้องกระจายข่าวให้ทั่วโลกได้รับข้อมูล และดึงดูดให้เจ้าของเรือและนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวและจับจ่ายใช้สอยในให้ไทยมากขึ้น อีกทั้งที่ผ่านมาไทยได้แก้ไขระเบียบเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นักท่องเที่ยวเจ้าของเรือยอชต์ขนาดใหญ่เข้ามาพักในไทยได้นานขึ้นด้วย

สำหรับปัญหาการก่อสร้างท่าเรือปากบารา และท่าเรือสงขลา 2 ที่ยังมีปัญหาการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่นั้น ในปี 59-60 กรมเจ้าท่าได้รับงบประมาณ 120 ล้านบาท เพื่อจัดทำความเข้าใจกับประชาชนและศึกษาผลกระทบทางสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ดังนั้น กรมเจ้าท่าควรทำความเข้าใจและให้ข้อมูลกับประชาชนในพื้นที่ก่อนว่า จะไม่มีสินค้าอันตราย และไม่มีการทำลายสภาพแวดล้อมในพื้นที่ก่อสร้างแต่อย่างใด