ราคาน้ำมันดิบร่วงต่อ หลัง IEA ปรับลดการคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันดิบในปีหน้าจากเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอและปริมาณน้ำมันดิบล้นตลาด
- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังรายงานน้ำมันประจำเดือน ต.ค. ของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดการณ์ว่าสถานการณ์น้ำมันดิบล้นตลาดจะยังคงกดดันตลาดต่อไปอีกอย่างน้อย 1 ปี ถึงแม้ว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากทางฝั่งกลุ่มประเทศนอกโอเปคจะลดลงแล้วก็ตาม หลังราคาน้ำมันดิบลดอย่างหนัก ทั้งนี้เนื่องจากการความต้องการน้ำมันโลกเติบโตน้อยลงตามสภาพเศรษกิจ โดย IEA คาดอุปสงค์น้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้น 1.21 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีหน้า ซึ่งลดลงจากที่คาดไว้ในเดือน ก.ย. ราว 150,000 บาร์เรล
- นอกจากนี้ปริมาณน้ำมันดิบจากประเทศในกลุ่มโอเปค (OPEC) ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากกลุ่มโอเปคสูงขึ้น 90,000 บาร์เรลจากเดือนที่แล้ว มาอยู่ที่ 31.72 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นหลังยกเลิกมาตรการณ์คว่ำบาตรนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งคาดว่าอิหร่านจะกลับมาส่งออกน้ำมันเต็มกำลังการผลิตอีกครั้งในปีหน้า
+ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันได้รับการสนับสนุนจากค่าเงินสหรัฐ ที่อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าจะยังคงไม่เพิ่มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ในปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังคงอ่อนแอ โดยเฉพาะประเทศจีน หลังตัวเลขการส่งออกของจีนในเดือนก.ย. ปรับตัวลดลง 3.7% และการนำเข้าลดลง 20.4% มื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือว่าต่ำกว่าที่ทางการจีนเคยตั้งเป้าหมายไว้ สะท้อนถึงภาวะถดถอยของเศรษฐกิจจีนและมีความเสี่ยงที่ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของโลกเติบโตได้ต่ำกว่าที่คาดไว้
-/+ นักลงทุนยังคงติดตามตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐจากสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) ที่จะประกาศในวันนี้และสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) ในวันพรุ่งนี้ว่าจะตรงกับโดยรอยเตอร์คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ ปิดวันที่ 9 ต.ค. จะปรับเพิ่มขึ้น 2.28 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากตลาดยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ทางฝั่งเอเชีย อาทิ เวียดนาม เมียนมาร์ นอกจากนี้ อุปทานในภูมิภาคยังคงตึงตัวจากหลังโรงกลั่นในเอเชียและตะวันออกกลางปิดซ่อมบำรุงในช่วงฤดูหนาว
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานปรับเพิ่มขึ้นหลังปริมาณการส่งออกน้ำมันดีเซลของจีนในเดือน ก.ย. ใกล้แตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี อย่างไรก็ดี อุปสงค์ที่เข้ามาจากเวียดนาม ประกอบกับการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นน้ำมัน ช่วยส่งเสริมราคาน้ำมันดีเซลให้ม่ปรับลดลงไปมากนัก
ทิศทางราคาน้ำมันดิบ
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 46-51 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 49-54 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- จับตารายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ ที่มีการปรับตัวลดลงต่อเนื่องกว่า 6 สัปดาห์ติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับที่ต่ำสุดในรอบ 5 ปีนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 53 หลังราคาน้ำมันดิบที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ซึ่งผลของการปรับลดการขุดเจาะของผู้ผลิต ส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ปรับลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ประมาณ 9.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน และรายงานล่าสุดของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) คาดว่าปริมาณการผลิตมีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่องไปอยู่ที่ระดับ 8.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 59
- สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศซีเรีย ที่อาจสร้างความขัดแย้งระหว่างกลุ่มประเทศมหาอำนาจชาติตะวันตกและรัสเซีย หลังจากรัสเซียยังคงเดินหน้ายกระดับการโจมตี โดยการเพิ่มการโจมตีทางด้านภาคพื้นดิน โดยมีการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลกว่า 26 ลูกจากเรือรบ 4 ลำในทะเลแคสเปียน และยังคงมีแนวโน้มที่จะเดินหน้าโจมตีต่อ
- จับตาข้อมูลการส่งออกของประเทศจีน หลังการส่งออกในช่วงที่ผ่านมามีการปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตามภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอตัวลง แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลจะมีความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายแต่เศรษฐกิจก็ยังไม่ฟื้นตัว โดยล่าสุดรัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อาทิเช่น การลดเงินดาวน์สำหรับการซื้อบ้านหลังแรกลงและการปรับลดภาษีรถยนต์สำหรับรถยนต์ขนาดเล็กที่มีขนาดเครื่องยนต์เล็กกว่า 1.6 ลิตร ซึ่งมีสัดส่วนกว่าร้อยละ 87
- ท่าทีระหว่างรัสเซียและกลุ่มโอเปคว่าจะจะมีการปรับลดกำลังการผลิตหรือไม่ หลังล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของรัสเซียออกมาเปิดเผยว่า รัสเซียพร้อมที่จะเจรจากับผู้ผลิตกลุ่มโอเปคและผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปค โดยการประชุมระหว่างรัสเซียและซาอุดิอาระเบียคาดจะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999








