มองกำไรไตรมาส 3/58 อ่อนตัวจากการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ
ประเด็นการลงทุน
การสอบถามผู้บริหารของ KTB ในสัปดาห์ที่แล้ว ผู้บริหารกล่าวว่าแนวโน้มสินเชื่อในครึ่งหลังปี 2558 ยังมีความไม่แน่นอน จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เราจึงยังคงใช้ประมาณการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯปี 2558 เดิมที่ 2.55 หมื่นล้านบาทเพื่อสะท้อนนโยบายของ KTB ที่ต้องสำรองหนี้สูงเพื่อป้องกันการปรับตัวขึ้นของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (รวมถึงดีลบริษัทสหวิริยาสตีลอินดัสตรี่จำกัด [SSI])หากเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวอย่างที่คาดไว้ นอกจากนี้ประมาณการของสินเชื่อธนาคารในปี 2558 ที่เติบโตขึ้น 5% ของเราอาจไม่เป็นไปตามที่คาดไว้จากนโยบายเชิงอนุรักษ์นิยมของธนาคารข้างต้น อย่างไรก็ตามประมาณการกำไรปี 2558 ที่ 2.4 หมื่นล้านบาทของเรายังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยราคาเป้าหมายยังคงอยู่ที่ 18.20 บาทอิงค่า PBV ณ สิ้นปีที่ 1.1 เท่า เรายังคงแนะนำ “ถือ”
กำไรไตรมาส 3/58 ลดลงจากสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่เพิ่มของ SSI
เราประเมินว่ากำไรไตรมาส 3/58 ของ KTB จะอยู่ที่ 6 พันล้านบาท ลดลง 35% YoY และ 29% QoQ โดยกำไรที่ลดลงนั้นมีปัจจัยจากสินเชื่อที่อ่อนตัวลง 1% และการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ธนาคารคาดว่าการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯในไตรมาส 3/58 จะอยู่ที่ 8.1-8.5 พันล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากหนี้เสียจากดีล SSI โดยผู้บริหารกล่าวว่าอาจส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับตัวลงจาก 125% มาอยู่ที่ 100% พร้อมกันนี้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในไตรมาส 3/58 จะอยู่ที่ 3% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมมีแนวโน้มโตขึ้น 14-15% จากกำไรรายการอัตราแลกเปลี่ยน และ การขายผลิตภัณฑ์ผสมอย่าง ธุรกิจประกัน กองทุนรวม และบัตรเอทีเอ็ม
กำไรไตรมาส 4/58 อาจลงต่อเนื่องจากสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่เพิ่มขึ้น
แม้ KTB จะไม่ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯในช่วงระหว่างไตรมาส 4/58 และปีหน้า ผู้บริหารคาดว่าการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/58
จะส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ราว 120-125% ใกล้เคียงกับไตรมาส 2/58 เราจึงคาดว่ากำไรไตรมาส 4/58 จะอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า จากการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่เพิ่มขึ้นและการบันทึกค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานขนาดใหญ่ในไตรมาส
อาจมีอัพไซด์เพิ่มต่อ KTB หากบริษัทลุยการให้สินเชื่อและตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯลดลง
ผู้บริหารคาดว่าสินเชื่อในปี 2558 จะโตขึ้น 3-5% ด้วยความคาดหมายว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 2.7-3.0% อย่างไรก็ตาม เรามองว่ากำไรปี 2558 มีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่มากกว่า 5% ในปี 2558 และ 2559 (5% ในประมาณการของเราทั้ง 2 ปี)เพื่อรองรับโครงการรัฐวิสาหกิจและปัจจัยกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยเพื่อ SME พร้อมกันนี้หากธนาคารมองว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะต้องสร้างอัตราส่วนการตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญให้อยู่ที่ 120-125% ในไตรมาส 4/58 และ สูงกว่า 125% ในปี 2559 อย่างที่เรากล่าวไว้ข้างต้น เราคาดว่า ธนาคารจะมีกำไรสูงกว่าที่เราคาดไว้ในช่วงไตรมาส 4/58 และ ปี 2559 อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันเรายังคงใช้ประมาณการกำไรเดิมที่ 2.4 หมื่นล้านบาท และ 3.6 หมื่นล้านบาทในปี 2558 และ 2559 ตามลำดับ









