วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

LPN - ซื้อ

คาดรายได้ 3Q58 ทำสถิติสูงสุดของปี

3Q58 เตรียมบันทึกรายได้ไม่ต่ำกว่า 5.5 พันล้านบาท

เรายังเชื่อว่าผลประกอบการ 3Q58 ของ LPN ที่จะประกาศในช่วงเดือน พย.นี้จะยังทำสถิติสูงที่สุดในปีนี้ จากการสอบถามข้อมูลล่าสุดจากบริษัท พบว่ารายได้ใน 3Q58 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 5.5 - 5.7 พันล้านบาท เติบโต 8% QoQ จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่ 2 แห่ง คือ ลุมพินีพาร์ค พระราม 9 และ ลุมพินีวิวล์ อ่อนนุช-ลาดกระบัง ขณะที่โครงการคอนโดทาวน์-รังสิต เฟส 1 จะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ใน 4Q58 ซึ่งปัจจุบัน LPN มีงานในมือรองรับผลประกอบการในช่วง 2H58 แล้ว 8.7 พันล้านบาทหรือคิดเป็น 90% ของประมาณการรายได้

กลุ่มลูกค้ามีโอกาสได้ประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ

เราคาดว่า อีกไม่นานภาครัฐจะประกาศมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ โดยกระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ 5 ต.ค. จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่าภาครัฐเน้นการช่วยเหลือด้านการปล่อยสินเชื่อ ที่เกิดจากลูกค้าถูกปฎิเสธการปล่อยกู้ให้เงื่อนไขมีความยืดหยุ่นและเหมาะสมมากขึ้น โดยเฉพาะการสนับสนุนกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของ LPN จากสินค้าของบริษัทที่มีราคาขายต่อหน่วยเฉลี่ยต่ำกว่า 2 ล้านบาท ส่งผลให้เรามองว่า LPN มีโอกาสที่จะได้ประโยชน์ ขณะที่มาตรการอื่นๆ เช่นการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของภาครัฐ

ปี 2559 มีงานในมือรองรับพอควร

ปัจจุบัน LPN มีงานในมือราว 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นฐานสำคัญสำหรับการสร้างรายได้ในปี 2559 โดยคิดเป็นสัดส่วน 57% ของประมาณการรายได้ซึ่งเราคาดไว้ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันเราคาดว่ายอดขายที่เร่งตัวขึ้นในช่วง 4Q58 จากการเปิดตัวโครงการใหม่ 5 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท รวมถึง สินค้าคงเหลือรอการขายจำนวน 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากมาตรการภาครัฐที่จะออกมากระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์จะช่วยผลักดันรายได้ในช่วง 2H59 ได้อย่างดี

จุดเด่นจากปันผลสม่ำเสมอ สถานะการเงินแข็งแกร่ง

LPN ยังคงให้ผลตอบแทนเงินปันผลสม่ำเสมอ 5-6% ต่อปี โดยสถิติได้มีการจ่ายปันผลในอัตราผลตอบแทนดังกล่าวต่อเนื่องมากกว่า 5 ปี จากนโยบายจ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง เราคาดในปี 58 และ 59 LPN จะจ่ายปันผลราว 0.89 บาทต่อหุ้น และ 0.98 บาทต่อหุ้นตามลำดับ ซึ่งบริษัทได้มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลปี 58 แล้ว สำหรับใน 2H58 คาดจ่ายปันผลได้ราว 0.59 บาทต่อหุ้น ให้ผลตอบแทน 3.5% นอกจากนั้นบริษัทยังมีสถานะการเงินแข็งแกร่ง จากภาระหนี้ที่อยู่ระดับต่ำ โดยมีสัดส่วน Net-debt/Equity เพียง 0.54 เท่า ขณะเดียวกันมีระดับ ROE 23.8% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 18%