"ก.ล.ต." เตรียมออกเกณฑ์ให้ "CEO-CFO" ต้องเซ็นรับรองงบการเงิน คาดประกาศใช้ปี 60 รับอนาคตผู้สอบบช. มีแนวโน้มขาดแคลน
นายธวัชชัย เกียรติกวานกุล ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับบัญชีตลาดทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. เตรียมออกประกาศกำหนดให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) และ บริษัทที่ยื่นขอจดทะเบียนฯ หรือ IPO ต้องกำหนดให้ผู้บริหารระดับสูง อย่าง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ( CEO) และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) รวมทั้งสมุห์บัญชีทั้ง 3 คน จะต้องเป็นผู้ลงนามความถูกต้องของรายงานทางการเงินที่นำส่ ก.ล.ต. ในแบบนำส่งงบการเงิน(แบบ 56-3) ทั้งนี้จะให้บริษัทจดทะเบียน มีเวลาเตรียมตัว 1 ปี โดยจะมีผลบังคับใช้ในงบการเงินงวดปี 2560
"สาเหตุที่ให้ความสำคัญ เพราะต้องการให้ผู้บริหารมีความรับผิดชอบในการจัดทำงบการเงิน เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่ให้เจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานเป็นคนเซ็นเท่านั้น" "นายธวัชชัย กล่าว
เขากล่าวถึง กรณีที่ผู้ตรวจสอบบัญชีในปัจจุบันมีไม่เพียงพอต่อจำนวนของบริษัทจดทะเบียน โดยยืนยันว่าขณะนี้ผู้ตรวจสอบบัญชีในประเทศไทยยังไม่ขาดแคลน แต่ปัญหาที่มีบริษัทจดทะเบียนไม่สามารถหาผู้ตรวจสอบบัญชีได้ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องทุจริตงบการเงิน จึงทำให้ไม่อยากมีใครเข้ามาตรวจสอบและรับรองงบการเงินให้
ทั้งนี้จำนวนผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจากก.ล.ต.มีจำนวน 170 คน เปรียบเทียบกับจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่มี 690 บริษัท หรือคิดเป็นอัตราส่วน 1 ผู้สอบบัญชีต่อ 4 บริษัท เป็นอัตราใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านสิงค์โปร์ที่ 1 ผู้สอบบัญชี ดูแล 2.6 บริษัท และ มาเลเซีย 1 ผู้สอบบัญชี ดูแล 4.4 บริษัท
"ยอมรับว่าจำนวนผู้สอบบัญชีในอนาคตจะขาดแคลนจากแนวโน้มบจ.เข้าใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่ง ก.ล.ต. มีแผนเพิ่มจำนวนผู้สอบบัญชีปีละ 30 คน ทำให้สิ้นปีนี้จะมีผู้สอบบัญชี 186 คน และ ปี 60 จะมีผู้สอบบัญชีเพิ่มเป็น 246 คน" นายธวัชชัย กล่าว





