วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BDMS - ถือ

คาด 3Q58 ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- 2Q58 กำไรสุทธิลดลง 35% QoQ แต่ทรงตัว YoY : 2Q58 บริษัทมีรายได้ 14,662 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY แต่ทรงตัว QoQ โดยสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในจากการขยายเครือข่ายโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้การเติบโตของรายได้ค่ารักษาพยาบาลในเครือข่ายต่างจังหวัดเติบโตถึง 18% YoY ในขณะที่การเติบโตในเครือข่ายกรุงเทพและเครือข่ายแห่งเดิมเพิ่มขึ้น 5-7% YoY อย่างไรก็ตามในช่วง 2Q58 รายได้อื่นลดลงอย่างมากจากไตรมาส 1 รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 8% QoQ ทำให้กำไรสุทธิ 2Q58 เท่ากับ 1,491 ล้านบาทลดลง 35% QoQ แต่ทรงตัว YoY

- คาดปี 58 ผลประกอบการณ์ราว7,575 ล้านบาททรงตัว YoY : แม้ว่าผลประกอบการจะลดลงอย่างมากในช่วงไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยคาดว่าตั้งแต่ช่วง 3Q58 บริษัทจะฟื้นตัวจาก 2Q58 เนื่องจากดยปกติแล้วในช่วง 2Q58 จะเป็นช่วงที่บริษัทมีผลประกอบการรายไตรมาสต่ำสุด ช่วงครึ่งปีหลังยังเป็นช่วงฤดูฝน-หนาว ซึ่งเป็นปัจจัยให้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น นอกจากนี้แนวโน้มของอัตราค่ารักษาพยาบาลยังคงเพิ่มขึ้นซึ่งจะช่วยหนุนให้รายได้เติบโตมากขึ้นจากช่วง 1H58 โดยฝ่ายวิจัยคาดว่าปี 58 บริษัทมีกำไรสุทธิราว 7,575 ล้านบาททรงตัว YoY สำหรับ 3Q58 กำไรสุทธิมีแนวโน้มฟื้นตัวจากช่วง 2Q58 ราว 20%

- การขยายเครือข่ายและจำนวนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยหนุนการเติบโต : ในปี 59 บริษัทมีแนวโน้มนำธุรกิจประกันสุขภาพเข้ามาเป็นแรงสนับสนุนรายได้เพิ่มขึ้นถึงหมื่นล้านบาทในอนาคตจากปัจจุบันอยู่ที่ 6-7 พันล้านบาท เนื่องจากธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการแพทย์นี้มีโอกาสสร้างกำไรได้สูงกว่าธุรกิจโรงพยาบาลทั่วไปเนื่องจากไม่มีการควบคุมราคาจากภาครัฐ รวมถึงการที่ประเทศไทยเปลี่ยนโครงสร้างทางอายุเป็นประชากรสูงวัยจากอัตราการเกิดที่สูงในอดีตและอัตราการตายที่ลดลงจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ ทำให้อัตราการเข้าใช้บริการทางการแพทย์มีแนวโน้มสูงขึ้น และจะเป็นปัจจัยหนุนให้รายได้บริษัทเติบโตขึ้นตาม

- คงคำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 18.10 บาท : จากการขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องและปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่ภาวะประชากรสูงวัยทำให้ฝ่ายวิจัยมีมุมมองว่าบริษัทยังคงมีการเติบโตได้ดีในอนาคต โดยมูลค่าเหมาะสมซึ่งประเมินจากวิธี DCF (WACC ที่ 9% และ Terminal Growth ที่ 2%) ได้เท่ากับ 18.10 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาปิดปัจจุบัน อย่างไรก็ตามจากแนวโน้มที่จะเติบโตมากในอนาคต ดังนั้นเราจึงแนะนำ “ถือ”